นักการทูตเรียนคณะอะไร ต้องเตรียมสอบ A-Level วิชาไหนบ้าง

ผู้หญิงที่สอบเข้าได้ตำแหน่งนักการทูตปฏิบัติการ

Key Takeaways

อาชีพนักการทูตคือตัวแทนของรัฐบาลที่มีหน้าที่ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติในเวทีโลก สำหรับผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้ ควรเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายสอบเข้าคณะที่ตรงสาย เช่น คณะรัฐศาสตร์ อักษรศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ โดยต้องเตรียมตัวสอบคะแนนส่วนกลางอย่างเข้มข้น ทั้งคะแนนความถนัดทั่วไป (TGAT) และความรู้เชิงวิชาการ (A-Level) โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา การวางแผนการเรียนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย จะช่วยเพิ่มโอกาสสอบติดคณะในฝัน และปูรากฐานสู่การสอบบรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศในอนาคตได้อย่างมั่นคง

Table of Contents

ภาพลักษณ์ของการได้เดินทางไปทั่วโลก และเป็นตัวแทนเจรจาระดับชาติ ทำให้ “นักการทูต” เป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด การจะก้าวไปถึงฝันได้สำเร็จจึงต้องเริ่มต้นจากการวางแผนการศึกษาที่ถูกต้อง การตัดสินใจเลือกสายการเรียนและคณะที่ใช่ ถือเป็นกุญแจสำคัญด่านแรกที่จะช่วยปูพื้นฐานความรู้ให้แน่น พร้อมลุยทุกสนามสอบเพื่อคว้าอาชีพในฝันมาครอง

อาชีพนักการทูตคืออะไร ทำไมการเลือกคณะเรียนถึงสำคัญ ?

นักการทูต คือ ตัวแทนของรัฐบาลที่มีหน้าที่ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติในเวทีโลก ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการเจรจาระดับชาติ รวมถึงดูแลคนไทยในต่างแดน

ดังนั้น อาชีพนักการทูตจึงไม่ได้มีแค่ภาพลักษณ์การออกงานสังคมที่หรูหรา แต่เป็นงานที่ต้องแบกรับความกดดัน อาศัยไหวพริบ ความรู้รอบตัว และทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างฉับไว ด้วยความท้าทายขั้นสูงเหล่านี้ การเลือกเรียนในคณะที่ตรงสายตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย จึงเป็นทางลัดที่ดีที่สุดในการสร้างรากฐานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทักษะภาษาต่างประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักการทูตได้อย่างมั่นใจ

อยากเป็นนักการทูตต้องเข้าคณะไหน และเรียนอะไร ?

หลายคนมีคำถามในใจว่า นักการทูตเรียนคณะอะไร ? ความจริงแล้วกระทรวงการต่างประเทศเปิดกว้างในการรับสมัครผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในทุกสาขาวิชา แต่การสอบแข่งขันนั้นเน้นเนื้อหาวิชาการที่เข้มข้นมาก ดังนั้นการเลือกคณะที่ตรงสายจะช่วยปูพื้นฐานความรู้และสร้างความได้เปรียบในสนามสอบได้อย่างมหาศาล โดยจุดแข็งและสิ่งที่ได้เรียนรู้ของแต่ละคณะ มีดังต่อไปนี้ 

คณะที่แนะนำ

จุดแข็งและสิ่งที่ได้เรียนรู้

ความได้เปรียบในการสอบนักการทูต

คณะรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เรียนรู้ทฤษฎีการเมืองโลก ประวัติศาสตร์การทูต องค์การระหว่างประเทศ และนโยบายสาธารณะ

เป็นคณะที่ตรงสายที่สุด มีพื้นฐานแน่นพอที่จะทำข้อสอบภาคความรู้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ทันที

คณะอักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์

เรียนรู้โครงสร้างภาษาอย่างลึกซึ้ง การแปล วรรณกรรม และการทำความเข้าใจวัฒนธรรมข้ามชาติ

ได้เปรียบอย่างมากในพาร์ตการสอบแปลภาษา (ไทย-อังกฤษ / อังกฤษ-ไทย) และการเขียนเรียงความเชิงวิเคราะห์

คณะนิติศาสตร์

เรียนรู้ตรรกะ กฎหมายมหาชน และกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง/คดีบุคคล

ช่วยให้วิเคราะห์โจทย์ข้อสอบที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาหรือข้อพิพาทระหว่างประเทศได้อย่างเฉียบขาดและมีหลักการ

คณะเศรษฐศาสตร์

เรียนรู้กลไกตลาดโลก เศรษฐศาสตร์มหภาค การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจ

ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันที่การทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) มีบทบาทสำคัญในการเจาะตลาดและดึงดูดการลงทุน

แต่ละคณะใช้คะแนนอะไร ต้องเตรียม TGAT / A-Level วิชาไหนบ้าง ?

ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS สำหรับคณะกลุ่มรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และอักษรศาสตร์ จะเน้นการใช้คะแนนสอบส่วนกลางเป็นหลัก โดยวิชาที่ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือล่วงหน้า มีดังนี้

1. คะแนน TGAT (ความถนัดทั่วไป)

เป็นคะแนนที่หลายมหาวิทยาลัยใช้เป็นเกณฑ์หลัก (ค่าน้ำหนัก 20-50%) ประกอบด้วย

  • TGAT1 : การสื่อสารภาษาอังกฤษ
  • TGAT2 : การคิดอย่างมีเหตุผล
  • TGAT3 : สมรรถนะการทำงาน

2. คะแนน A-Level (ความรู้เชิงวิชาการ)

วิชาที่ต้องสอบจะขึ้นอยู่กับคณะและเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่วิชาหลักที่ต้องเก็บคะแนนให้สูงเข้าไว้ ได้แก่

  • A-Level ภาษาไทย และสังคมศึกษา : เป็นวิชาบังคับพื้นฐานที่หลายคณะใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือก
  • A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 : สำหรับบางคณะ เช่น รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ อาจต้องใช้ยื่นคู่กับวิชาอื่น 
  • A-Level ภาษาอังกฤษ : ขาดไม่ได้สำหรับทุกคณะทางสายสังคมศาสตร์และภาษา
  • A-Level ภาษาต่างประเทศอื่น ๆ : สำหรับคนที่ต้องการยื่นเข้าคณะอักษรศาสตร์ หรือคณะที่ต้องใช้ภาษาที่สามในการคัดเลือก เช่น ฝรั่งเศส, จีน, ญี่ปุ่น ฯลฯ 

ตัวอย่างวิชาที่สอบและเกณฑ์คะแนนของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เลือกสอบวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 

วิชาที่กำหนดใช้ 

  • TGAT: 20% 
  • A-Level คณิต 2: 20 %
  • A-Level: สังคมศึกษา : 30 %
  • A-Level อังกฤษ : 30% 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TCAS70

สมัครเรียนคอร์สติว TCAS จากออนดีมานด์

Roadmap ม.4 – ม.6 เตรียมตัวอย่างไรให้สอบติดชัวร์ ?

การจะพิชิตความฝันที่จะเป็นนักการทูต ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว น้อง ๆ ลองนำ Roadmap นี้ไปปรับใช้กันได้เลย

  • ชั้น ม.4 สำรวจตัวเองและปูพื้นฐาน : เริ่มต้นจากการค้นหาตัวเองว่าสนใจคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรืออักษรศาสตร์กันแน่ พร้อมกับปูพื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษและภาษาไทยให้แน่น รวมถึงฝึกทำความเข้าใจหลักไวยากรณ์และการอ่านจับใจความ
  • ชั้น ม.5 โฟกัสเนื้อหาและเก็บพอร์ต : ศึกษาระเบียบการรับสมัครของมหาวิทยาลัยเป้าหมาย ดูว่าต้องใช้คะแนนวิชาอะไรบ้าง เริ่มอ่านหนังสือเก็บเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา และหากใครสนใจยื่น TCAS รอบ 1 (Portfolio) ให้เริ่มสะสมผลงาน ทำกิจกรรมจิตอาสา หรือการแข่งขันทักษะทางด้านภาษา
  • ชั้น ม.6 ตะลุยโจทย์และสนามสอบ : เป็นช่วงเวลาของการฝึกทำข้อสอบเก่า จับเวลาจริง เน้นอุดช่องโหว่ในวิชาที่ไม่ถนัด และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงสนามสอบ TGAT ในช่วงปลายปี และ A-Level ในช่วงต้นปีถัดไป 

เจาะลึก Career Path สายงานนี้เติบโตอย่างไร ?

สำหรับวัยรุ่นมัธยมปลายที่กำลังวางแผนเลือกคณะและสงสัยว่าเส้นทางของนักการทูตในอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อเรียนจบและสอบบรรจุเข้ากระทรวงการต่างประเทศได้สำเร็จ ทุกคนจะเริ่มต้นจากตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการคือตำแหน่งเริ่มต้น เพื่อเรียนรู้งานในกรมต่าง ๆ และทำความเข้าใจโครงสร้างนโยบายต่างประเทศ ก่อนจะได้รับโอกาสไปประจำการที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ

ภาพรวมความก้าวหน้าในสายอาชีพนี้ จะเติบโตตามประสบการณ์และผลงาน ซึ่งสามารถมองสเต็ปความสำเร็จคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • จุดเริ่มต้น : นักการทูตปฏิบัติการ (เลขานุการตรี/โท) เป็นช่วงเรียนรู้งาน รวบรวมข้อมูล และช่วยประสานงานเป็นหลัก
  • ระดับกลาง : ระดับชำนาญการถึงชำนาญการพิเศษ (เลขานุการเอก/ที่ปรึกษา) เริ่มรับผิดชอบงานเจรจาที่ซับซ้อนขึ้น และเป็นกำลังหลักในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของประเทศ
  • จุดสูงสุดของอาชีพ : กงสุลใหญ่ หรือเอกอัครราชทูต ทำหน้าที่บริหารจัดการสถานกงสุล เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต และเป็นตัวแทนสูงสุดของประเทศ

การวางแผนเตรียมตัวตั้งแต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเลือกคณะที่ตรงสาย เป็นเพียงก้าวแรกที่สำคัญในการปูทางไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในเวทีระดับสากล

นักการทูตจับมือกัน หลังการเจรจาประสบความสำเร็จ

คุณสมบัติของนักการทูต และต้องสอบอะไรบ้าง ? 

เมื่อเตรียมตัวด้านการศึกษาพร้อมแล้ว ด่านต่อไปคือการลงสนามสอบจริง เพื่อเข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ 

คุณสมบัติเบื้องต้น

  • มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และวุฒิปริญญาตรี
  • ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ เช่น CU-TEP, TU-GET, IELTS, TOEFL ผ่านเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนดไว้ในประกาศรับสมัครปีนั้น ๆ

ลำดับการสอบเข้าทำงาน 

กระบวนการคัดเลือกจะแบ่งออกเป็น 3 ด่านที่ต้องผ่านไปให้ได้ตามลำดับ ดังนี้

  • ด่านที่ 1 สอบภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป)
  • ด่านที่ 2 สอบภาค ข (ความรู้เฉพาะตำแหน่ง) 
  • ด่านที่ 3 สอบภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง)

การก้าวสู่เส้นทางสายการทูตอาจดูเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย แต่ทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ล้วนเริ่มต้นจากการวางรากฐานการศึกษาที่มั่นคงตั้งแต่ก้าวแรก การเตรียมตัวสอบเข้าคณะที่ใช่ เช่น รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรืออักษรศาสตร์ ถือเป็นบันไดขั้นสำคัญที่สุดสำหรับน้อง ๆ ม.ปลาย

หากตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง วางแผนอ่านหนังสือ แต่ยังสับสนกับระบบ TCAS หรือมีคำถามในหัวว่า เข้ามหาลัยต้องสอบอะไรบ้าง จะต้องใช้คะแนน TGAT/TPAT หรือ A-Level กี่วิชาเพื่อยื่นเข้าคณะเหล่านี้ อย่าปล่อยให้ระบบที่ซับซ้อนมาทำให้เป้าหมายสะดุด มาให้พี่ ๆ OnDemand ช่วยไกด์เส้นทางสู่คณะในฝัน ด้วยแพลนเตรียมสอบที่ตรงจุด อัปเดตข้อมูลโครงสร้างข้อสอบล่าสุด และคอร์สเรียนที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เข้าไปดูแนวทางการเตรียมตัวและวางแผนอนาคตไปพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ 

สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย

ข้อมูลอ้างอิง

  • กว่าจะเป็นนักการทูต. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จาก https://www.facebook.com/watch/?v=564972687370980

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาชีพนักการทูตและการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (FAQs)

Q: หากเรียนจบไม่ตรงสาย เช่น เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ จะสามารถสอบเข้าเป็นนักการทูตได้หรือไม่ ?

A: สามารถสมัครสอบได้ กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้จำกัดสาขาวิชาในการรับสมัครนักการทูตปฏิบัติการ บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือแพทยศาสตร์ ก็สามารถสอบได้ตราบใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถทำข้อสอบภาค ข (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการแปลภาษา) ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด

A: ควรเน้นผลงานที่สะท้อนถึงความสนใจในประเด็นระดับโลกและทักษะภาษาต่างประเทศอย่างชัดเจน เช่น การเข้าร่วมโครงการจำลองการประชุมสหประชาชาติ (Model United Nations หรือ MUN) การประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือผลงานจิตอาสาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ

A: ต้องให้ความสำคัญกับทั้งสองส่วนควบคู่กัน แต่ควรให้น้ำหนักการเตรียมตัวเจาะลึกที่ A-Level มากกว่า โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา เพราะเป็นวิชาหลักที่คณะกลุ่มสังคมศาสตร์และภาษาใช้ค่าน้ำหนักคะแนนสูงในการคัดเลือก ในขณะเดียวกันคะแนน TGAT (โดยเฉพาะ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ) ก็ทิ้งไม่ได้เด็ดขาด เพราะหลายมหาวิทยาลัยกำหนดใช้เป็นเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ (Minimum Score) หากคะแนนส่วนนี้ไม่ถึงเกณฑ์ จะถูกตัดสิทธิ์ยื่นพิจารณาทันที

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง