Key Takeaways:
ข้อสอบ TPAT3 คือ แบบทดสอบความถนัดทางวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นด่านสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ โครงสร้างหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การทดสอบความถนัดด้านตัวเลข มิติสัมพันธ์ และเชิงกลฟิสิกส์ รวม 60 คะแนน และการทดสอบความคิดความสนใจทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีก 40 คะแนน การทำความเข้าใจโครงสร้างเนื้อหาและฝึกฝนทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ลดข้อผิดพลาดในห้องสอบ และเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนให้ถึงเป้าหมายเพื่อยื่นเข้าคณะในฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Table of Contents
สำหรับคนที่อยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือคณะที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องสอบ TPAT3 (Thai Professional Aptitude Test 3) เพื่อวัดกระบวนการคิดวิเคราะห์ ความถนัดทางวิศวกรรม และทัศนคติที่มีต่อวิชาชีพนี้โดยเฉพาะ ในบทความนี้ เราจะพามาผ่าโครงสร้างกันว่า ข้อสอบ TPAT คืออะไร พร้อมกับแจกแนวข้อสอบ TPAT3 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามจริงกันแบบเน้น ๆ
ซื้อคอร์สตะลุยโจทย์ TPAT3 จาก OnDemand
โครงสร้างข้อสอบ TPAT3 มีอะไรบ้าง ?
น้อง ๆ หลายคนที่อยากสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องรู้ว่า การสอบ TPAT ต้องสอบอะไรบ้าง ? เพื่อเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ
สำหรับข้อสอบ TPAT3 จะมีอยู่ทั้งหมด 70 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ให้เวลาทำข้อสอบ 3 ชั่วโมง (180 นาที) โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 พาร์ทหลัก ดังนี้
พาร์ท 1: การทดสอบความถนัด (Aptitude Test) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (60 คะแนน)
วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข, มิติสัมพันธ์ และทักษะเชิงกลและฟิสิกส์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ด้านตัวเลข (Numerical Reasoning) จำนวน 15 ข้อ
- วิเคราะห์และแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน
- อนุกรมตัวเลข การคำนวณทางตรรกะ และอัตราส่วน
- ด้านมิติสัมพันธ์ (Diagrammatic Reasoning) จำนวน 15 ข้อ
- การหมุนและสะท้อนภาพสามมิติ
- การจับคู่รูปทรงเรขาคณิต และการประกอบภาพ
- ด้านเชิงกล (Mechanical Reasoning) และฟิสิกส์ (Physics Aptitude Test) จำนวน 15 ข้อ
- กฎของนิวตัน โมเมนตัม และแรงกล
- ระบบเฟือง คาน และของไหล
พาร์ท 2: การทดสอบความคิดและความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (40 คะแนน)
วัดแนวคิดและทัศนคติของผู้สอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ คำถามแนวให้เหตุผลและการแก้ปัญหา มีรายละเอียดดังนี้
- เกี่ยวกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
- หลักจริยธรรมในวิศวกรรมศาสตร์
- การคิดออกแบบโครงสร้างหรือระบบให้มีประสิทธิภาพ
สรุปโครงสร้างข้อสอบ TPAT3
โครงสร้างข้อสอบ TPAT3 (เวลา 3 ชั่วโมง) | จำนวนข้อ | คะแนนรวม |
พาร์ท 1: ความถนัด (Aptitude Test) | 45 ข้อ | 60 คะแนน |
– ด้านตัวเลข (Numerical Reasoning) | 15 ข้อ | – |
– ด้านมิติสัมพันธ์ (Diagrammatic Reasoning) | 15 ข้อ | – |
– ด้านเชิงกลและฟิสิกส์ (Mechanical & Physics) | 15 ข้อ | – |
พาร์ท 2: ความคิดและความสนใจ | 25 ข้อ | 40 คะแนน |
– ข่าวสาร นวัตกรรม การออกแบบ และจริยธรรม | 25 ข้อ | – |
รวมทั้งสิ้น | 70 ข้อ | 100 คะแนน |
เจาะสถิติหัวข้อที่ออกบ่อย อิงจากสถิติข้อสอบจริงปี 67-69
การเตรียมตัวให้ตรงจุดกับข้อสอบ TPAT3 จะช่วยให้น้อง ๆ ทำคะแนนได้ดีขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปหัวข้อที่มักถูกหยิบมาออกข้อสอบบ่อย ๆ มีดังนี้
- ด้านตัวเลข ไม่เน้นการคำนวณที่ซับซ้อน แต่เน้นไหวพริบและความไว หัวข้อที่ออกบ่อยคือ อนุกรมตัวเลขและตัวอักษรแบบซ้อนกัน การวิเคราะห์ข้อมูล ตรรกศาสตร์เบื้องต้น และคณิตศาสตร์พื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น ร้อยละ อัตราส่วน
- ด้านมิติสัมพันธ์ เป็นตัวตึงที่ออกทุกปีและต้องทำให้ไวคือ การพับกล่อง (Net of 3D shapes) การหมุนภาพ 3 มิติในมุมมองต่าง ๆ การหาภาพหน้าตัดจากการหั่นรูปทรง และการนับบล็อกที่ซ่อนอยู่
- ด้านเชิงกลและฟิสิกส์ ยังคงยืนพื้นด้วยเรื่องกลศาสตร์พื้นฐาน เช่น รอก เฟือง คาน โมเมนต์ และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แต่ในช่วงหลังมักมีการนำเรื่องคุณสมบัติของของไหล (Fluid) และวงจรไฟฟ้าเบื้องต้นเข้ามาผสมผสานเป็นโจทย์ประยุกต์มากขึ้น
- ด้านความคิดและความสนใจ ต้องอัปเดตเมกะเทรนด์โลกให้ทัน เช่น เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) และพลังงานทางเลือก รวมถึงโจทย์สถานการณ์สมมติที่ต้องใช้จริยธรรมวิศวกร โดยยึดหลักความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นกฎเหล็กในการตัดสินใจเสมอ
ตัวอย่างข้อสอบ TPAT3 แบบย่อ ชิมลางก่อนลงสนามจริง
ฝึกทำตัวอย่างข้อสอบ TPAT3 ไปพร้อมกับพี่แท็ปได้เลย
ตัวอย่างแนวข้อสอบ TPAT3
รูปแบบที่ 1: อนุกรมตัวเลขสลับชุด
โจทย์ : จงหาจำนวนต่อไปนี้ของอนุกรมที่กำหนดให้ : 16, 1, 8, 3, 4, 9, 2, ?
ตัวเลือก
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
💡 ทริกจาก OnDemand : เมื่อเจอนุกรมที่มีทั้งเลขเพิ่มและลดสลับกัน ให้สันนิษฐานว่ามีอนุกรม 2 ชุดซ้อนกันอยู่
- ชุดที่ 1 (ตำแหน่งคี่) : 16, 8, 4, 2 → มีความสัมพันธ์คือ “หาร 2” ไปเรื่อย ๆ
- ชุดที่ 2 (ตำแหน่งคู่) : 1, 3, 9, … → มีความสัมพันธ์คือ “คูณ 3” ไปเรื่อย ๆ
ดังนั้น ตัวถัดไปคือ 9 x 3 = 27 (ตอบข้อ 1)
รูปแบบที่ 2 : ความสัมพันธ์ในรูปทรง (สัญลักษณ์)
โจทย์ : ตัวเลขในสัญลักษณ์ตรงกับข้อใด ?
ตัวเลือก
- 22
- 33
- 44
- 55
- 66
💡 ทริกจาก OnDemand : น้อง ๆ มักเจอรูปสามเหลี่ยมที่มีตัวเลขล้อมรอบ แล้วต้องหาเลขในเครื่องหมาย ? ดังนั้นให้สังเกตความสัมพันธ์ของรูปที่ 1 และ 2 จะพบว่าคือ (ซ้ายล่าง x ขวาล่าง) + บน
- รูปที่ 1 : (4 x 7) + 5 = 33
- รูปที่ 2 : (6 x 8) + 7 = 55
- รูปที่ 3 : (5 x 7) + 9 = 44 (ตอบข้อ 3)
รูปแบบที่ 3 : การทดสอบความถนัดด้านเชิงกล
โจทย์ :กำหนดให้เฟือง A หมุนทวนเข็มนาฬิกา ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง ?
ตัวเลือก :
- มีเฟืองหมุนตามเข็มนาฬิกาสามอัน
- เฟือง B กับ D หมุนตามเข็มนาฬิกา
- เฟือง A กับ E หมุนตามเข็มนาฬิกา
- เฟือง A กับ D หมุนตามเข็มนาฬิกา
- เฟือง B กับ E หมุนตามเข็มนาฬิกา
💡 ทริกจาก OnDemand : คอนเซปต์ของเรื่องนี้คือ “เฟืองที่ขบกันโดยตรง จะหมุนทิศทางตรงข้ามกันเสมอ” เราสามารถไล่ทิศทางทีละตัวได้เลย
- โจทย์กำหนด C = ทวนเข็ม
- C ขบกับ B ดังนั้น B = ตามเข็ม
- B ขบกับ A ดังนั้น A = ทวนเข็ม
- B ขบกับ D ดังนั้น D = ทวนเข็ม
- D ขบกับ E ดังนั้น E = ตามเข็ม
สรุปได้ว่า เฟืองที่หมุนตามเข็มนาฬิกาคือ B และ E ตอบ ข้อ 5
ความคิดและความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (AI)
โจทย์ : ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จาก AI (Artificial Intelligence)
ตัวเลือก
- อุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดหลอดไฟฟ้าด้วยแสงสว่าง
- อุปกรณ์ตั้งเวลาเปิดปิดระบบรดน้ำต้นไม้
- ระบบควบคุมยานพาหนะไร้คนขับ
- แขนกลที่ใช้ทำงานเชื่อมโลหะ
- เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ
💡 ทริกจาก OnDemand : ตอบ ข้อ 3 ระบบควบคุมยานพาหนะไร้คนขับ
จุดสังเกตสำคัญในการแยกระบบอัตโนมัติ (Automation) ทั่วไป ออกจากระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) คือ ความสามารถในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ตัวเลือกที่ 1 และ 2 เป็นเพียงการทำงานตามเซนเซอร์รับแสงและระบบตั้งเวลา
ตัวเลือกที่ 4 และ 5 เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกเขียนโปรแกรมสั่งการมาตายตัวให้ทำซ้ำในขอบเขตเดิม
แต่ระบบยานพาหนะไร้คนขับในตัวเลือกที่ 3 จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาลแบบเรียลไทม์ เช่น ต้องหลบคนข้ามถนน อ่านป้ายจราจร และสามารถคิดวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดบนท้องถนนได้ จึงถือเป็นการประยุกต์ใช้ AI อย่างแท้จริง
ทริกในการทำข้อสอบ TPAT3 แต่ละพาร์ทให้ได้คะแนนสูง
พาร์ท 1 : ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
✔️ ฝึกทำข้อสอบคณิตศาสตร์แนวอนุกรมตัวเลขและตรรกศาสตร์ให้คล่อง
✔️ ใช้เทคนิคหมุนภาพในจินตนาการสำหรับมิติสัมพันธ์
✔️ ทบทวนกฎพื้นฐานของฟิสิกส์ เช่น กฎของนิวตัน โมเมนตัม และแรง
✔️ ฝึกแก้โจทย์เกี่ยวกับระบบเฟืองและคานเพื่อให้เข้าใจหลักกลศาสตร์
พาร์ท 2 : ความคิดและความสนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์
✔️ อ่านข่าวและบทความเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ
✔️ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการออกแบบและการพัฒนาโครงสร้าง
✔️ ฝึกทำข้อสอบเชิงจริยธรรมและความเป็นเหตุเป็นผลในการตัดสินใจ
อยากฝึกทำข้อสอบ TPAT3 ให้คล่อง ซื้อคอร์สตะลุยโจทย์ TPAT3 จาก OnDemand เลย
เตรียมพร้อมพิชิตข้อสอบ TPAT3 ไปกับ OnDemand
การรู้แค่โครงสร้างอาจยังไม่พอ เพราะในห้องสอบจริงต้องแข่งกับเวลาที่มีเฉลี่ยเพียงข้อละ 2.5 นาที การมีเทคนิคและทางลัดที่แม่นยำจึงเป็นตัวตัดสิน OnDemand มีคอร์สตะลุยโจทย์ TPAT3 ที่พาตะลุยข้อสอบอัปเดตล่าสุด ชี้จุดที่ออกบ่อย เพื่ออัปคะแนนความถนัดทางวิศวกรรมให้ถึงเป้าหมาย และเดินเข้าสู่คณะในฝันได้อย่างมั่นใจ
สอบถามเพิ่มเติม
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
ข้อมูลอ้างอิง
- ปฏิทิน TCAS70. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.smartmathpro.com/article/tcas70-calendar/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อสอบ TPAT3 (FAQs)
Q: ข้อสอบพาร์ทตัวเลขมีสูตรคำนวณที่ต้องท่องจำเยอะไหม ?
A: ไม่เลย พาร์ทตัวเลขใน TPAT3 เน้นการมองความสัมพันธ์และตรรกะเหตุผลมากกว่าการใช้สูตรคณิตศาสตร์ระดับลึก สิ่งสำคัญคือการฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ เพื่อให้ชินกับรูปแบบของตัวเลขที่พลิกแพลงไปมา
Q: พาร์ทมิติสัมพันธ์ควรเตรียมตัวอย่างไรให้ทำทันเวลา ?
A: แนะนำให้ฝึกหมุนภาพในใจ โดยใช้จุดอ้างอิงบนรูปทรง เช่น กำหนดให้หน้าหนึ่งของกล่องเป็นสีพื้น แล้วดูว่าหน้าอื่น ๆ หมุนสัมพันธ์กันอย่างไร วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาได้ดีกว่าการพยายามวาดรูปใหม่ทั้งหมดลงในกระดาษทด
Q: พาร์ทความคิดและความสนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์ มักนำข่าวเทคโนโลยีย้อนหลังกี่ปีมาออกสอบ ?
A: ส่วนใหญ่มักหยิบยกข่าวที่เป็นเมกะเทรนด์หรือนวัตกรรมเปลี่ยนโลกในช่วง 1-2 ปีล่าสุดมาออกสอบ โดยมักจะเน้นไปที่ประเด็นซึ่งเป็นกระแสสังคม เช่น พลังงานทางเลือก การใช้ AI ในอุตสาหกรรม หรือความปลอดภัยในการทำงานของวิศวกร



