Key Takeaways
การสอบ TBAT คือ ข้อสอบวัดความถนัดทางชีวการแพทย์ (Thai Biomedical Admissions Test) ที่จัดสอบโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อใช้ยื่นเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ในหลักสูตรนานาชาติหรือโครงการพิเศษ โดยใน 1 ปีการศึกษาจะจัดสอบเพียง 2 รอบเท่านั้น ในช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือนตุลาคม สำหรับการเตรียมสมัครผ่านระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio ผู้เข้าสอบจะต้องคอยติดตามวันเปิดรับสมัครและวันประกาศผลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ในการยื่นคะแนน
Table of Contents
ช่วงเวลาของการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในกลุ่มคณะสายแพทย์หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ มักเต็มไปด้วยความกดดัน ทั้งปริมาณเนื้อหาที่ต้องทบทวนและสนามสอบที่เพิ่มขึ้นมาใหม่จนตามแทบไม่ทัน หนึ่งในนั้นคือการสอบวัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่าง TBAT ที่หลายคนยังสับสนและกังวลว่าจะพลาดกำหนดการสำคัญไป ทั้งเรื่องการเตรียมตัวอ่านหนังสือ การหาข้อมูลว่าแต่ละคณะใช้เกณฑ์อะไรบ้าง รวมถึงวันเวลาในการยื่นคะแนน ซึ่งการพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจหมายถึงการพลาดโอกาสเข้าศึกษาในคณะในฝัน
ในบทความนี้จะพาน้อง ๆ ไปรู้จักตั้งแต่ข้อสอบ TBAT คืออะไร และมีตารางการสมัครสอบและยื่นผลตอนไหนบ้าง ?
TBAT คืออะไร และคณะไหนบ้างที่ต้องยื่นคะแนน ?
สำหรับน้อง ๆ ที่เล็งคณะแพทยศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ คงเคยผ่านหูผ่านตากับชื่อ TBAT มาบ้าง ซึ่งที่จริงแล้ว ข้อสอบ TBAT คือ แบบทดสอบประเมินความสามารถทางวิชาการและทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนในสายการแพทย์โดยเฉพาะ (Thai Biomedical Admissions Test) ซึ่งออกข้อสอบโดยศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ATC) เพื่อคัดกรองความพร้อมของผู้สมัครก่อนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
TBAT ยื่นที่ไหนได้บ้าง ?
ส่วนใหญ่คะแนน TBAT จะใช้เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ (Inter) และโครงการพิเศษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่น คณะแพทยศาสตร์ (หลักสูตร CU-MEDi), คณะทันตแพทยศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์ รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ ที่เริ่มเปิดรับคะแนนนี้เพิ่มขึ้น
TBAT ใช้ยื่นรอบไหน ?
โดยทั่วไปการยื่นคะแนนมักจะอยู่ในช่วงรอบ Portfolio หรือ Quota ของระบบรับสมัคร โดยจะขึ้นอยู่กับประกาศของแต่ละสถาบันในแต่ละปี ดังนั้นการรู้เป้าหมายล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนการสอบได้อย่างแม่นยำ
โครงสร้างข้อสอบ TBAT มีอะไรบ้าง เตรียมตัวยังไงให้เป๊ะ ?
ก่อนลงสนามสอบ TBAT การรู้แนวข้อสอบเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะลักษณะของข้อสอบ TBAT จะไม่ได้วัดแค่ความจำในบทเรียน แต่เน้นการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สากลอย่างเข้มข้น หากว่าใครกำลังเตรียมตัวสอบ TBAT แนะนำให้ลองหาข้อสอบเก่าหรือแบบฝึกหัดโจทย์แนววิเคราะห์มาฝึกทำเพื่อสร้างความคุ้นเคย
สำหรับโครงสร้างข้อสอบจะมีคะแนนเต็มรวม 2,400 คะแนน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมงเต็ม แบ่งออกเป็น 3 พาร์ตหลัก ดังนี้
พาร์ตฟิสิกส์ (Physics) จำนวน 55 ข้อ 800 คะแนน
ครอบคลุมเนื้อหาฟิสิกส์ประยุกต์ กลศาสตร์ คลื่น รังสี และแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความสัมพันธ์กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ดังนี้
- จลนศาสตร์และแรง (Kinematics and forces) จำนวน 6 – 8 ข้อ
- การสั่นและคลื่น (Vibrations and waves) จำนวน5 – 6 ข้อ
- ไฟฟ้า (Electricity) จำนวน 4 – 5 ข้อ
- แม่เหล็ก (Magnetism) จำนวน 3 – 5 ข้อ
- พลังงาน (Energy) จำนวน 3 – 4 ข้อ
- โครงสร้างอะตอม (Atomic structure) จำนวน 3 – 4 ข้อ
- คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic waves) จำนวน 1 – 2 ข้อ
พาร์ตเคมี (Chemistry) จำนวน 55 ข้อ 800 คะแนน
เน้นความเข้าใจเรื่องปฏิกิริยาเคมี สารประกอบ ปริมาณสารสัมพันธ์ และพื้นฐานเคมีอินทรีย์ที่เชื่อมโยงกับหลักการแพทย์
- พันธะเคมีและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล (Bonding and intermolecular forces) จำนวน 9 – 11 ข้อ
- โครงสร้างอะตอมและสมบัติของธาตุและสารประกอบ (Atomic structure, properties of elements and compounds) จำนวน 7 – 9 ข้อ
- กรด-เบส (Acids and bases): 4 – 6 ข้อ
- ทักษะความปลอดภัยและปฏิบัติการในห้องแล็บ (Laboratory and safety Skill) จำนวน 3 – 5 ข้อ
- แก๊ส (Gases) จำนวน 3 – 5 ข้อ
- ไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) จำนวน 3 – 5 ข้อ
- เคมีอินทรีย์ (Organic chemistry) จำนวน 3 – 5 ข้อ
- ปริมาณสารสัมพันธ์ (Stoichiometry) จำนวน 2 – 4 ข้อ
- เคมีความร้อน (Thermochemistry) จำนวน 2 – 4 ข้อ
- โมลและสูตรเคมี (Mole and chemical formula) จำนวน 1 – 3 ข้อ
- สารละลาย (Solutions) จำนวน 1 – 3 ข้อ
- อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (Reaction rates) จำนวน 1 – 3 ข้อ
- สมดุลเคมี (Chemical equilibrium) จำนวน 1 – 3 ข้อ
- พอลิเมอร์ (Polymer) จำนวน 1 – 3 ข้อ
พาร์ตชีววิทยา (Biology) จำนวน 55 ข้อ 800 คะแนน
เจาะลึกความเข้าใจด้านสรีรวิทยา กายวิภาคศาสตร์ พันธุศาสตร์ จุลชีววิทยา และระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งถือเป็นพาร์ตที่เนื้อหาเยอะและต้องใช้ความแม่นยำสูงที่สุด
- ระบบร่างกายมนุษย์และสัตว์ (Organ system) จำนวน 23 – 27 ข้อ
- ทฤษฎีเซลล์ (Cell theory) จำนวน 9 – 11 ข้อ
- พันธุศาสตร์และวิวัฒนาการ (Genetics and evolution) จำนวน 9 – 11 ข้อ
- โรคและระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Disease and body defense) จำนวน 4 – 6 ข้อ
- ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biological diversity) จำนวน 2 – 4 ข้อ
- พืช (Plants) จำนวน 1 – 3 ข้อ
ปฏิทินสอบ TBAT : สมัคร-สอบ-ประกาศผลวันไหน เซฟไว้ไม่พลาดแน่นอน
กำหนดการและเรื่องเวลาคือสิ่งที่น้อง ๆ ม.ปลาย พลาดไม่ได้เด็ดขาด โดยอ้างอิงจากประกาศทางการของศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ATC) ข้อสอบ TBAT จะเปิดให้สอบแบบทำลงกระดาษเท่านั้น (Paper-Based) และจัดสอบเพียงปีละ 2 ครั้ง ซึ่งตารางเวลาที่ต้องกาปฏิทินไว้ มีรายละเอียดดังนี้
กำหนดการสำคัญ | รอบสอบครั้งที่ 1 (รอบเดือนกรกฎาคม) | รอบสอบครั้งที่ 2 (รอบเดือนตุลาคม) |
วันรับสมัคร | 22 – 30 มิถุนายน 2569 | 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2569 |
วันสอบ | 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. | 18 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. |
รูปแบบการสอบ | ทำลงกระดาษเท่านั้น (Paper-Based) | |
วันประกาศผลคะแนน | ทราบผลภายใน 2 สัปดาห์หลังสอบ | |
จากตารางจะเห็นได้ว่าช่วงเวลาตั้งแต่การปิดรับสมัครจนถึงวันเข้าห้องสอบจริงมีระยะเวลาห่างกันเพียง 10 – 12 วันเท่านั้น ดังนั้นผู้เข้าสอบจึงควรเผื่อเวลาอ่านหนังสือเอาไว้แต่เนิ่น ๆ โดยทบทวนโจทย์ล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นก่อนระบบเปิดรับสมัครจริง เพราะช่วงเวลารับสมัครกับเวลาสอบใกล้กันมาก
TBAT สมัครอย่างไร ?
สำหรับน้อง ๆ ม.ปลาย หรือเด็กซิ่วที่พร้อมลงสนามสอบ สามารถลงทะเบียนสมัครด้วยตนเองตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เข้าสู่ระบบ ไปที่เว็บไซต์สมัครสอบออนไลน์ทางการ (https://register.atc.chula.ac.th/)
- เลือกเมนูสมัครสอบ ทำการเลือกระบบสอบ TBAT พร้อมระบุศูนย์สอบ รอบการสอบ และวันที่ต้องการสอบให้ถูกต้อง
- ชำระเงิน จ่ายผ่านระบบออนไลน์ หรือพิมพ์ใบชำระเงินเพื่อนำไปจ่ายตามช่องทางและภายในวันที่ระบบกำหนดไว้เท่านั้น
- ตรวจสอบยอดเงิน กลับเข้ามาเช็กสถานะการชำระเงินในระบบ ภายในเวลา 10.00 น. ของวันทำการถัดไป
- เช็กสถานที่สอบ เข้าระบบเพื่อตรวจสอบสนามสอบ อาคาร และเลขที่นั่งสอบ ล่วงหน้า 5 วันก่อนถึงวันสอบจริง
- ศึกษากฎระเบียบ อ่านข้อปฏิบัติในการเข้าห้องสอบอย่างละเอียดผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ทดสอบฯ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง
- วันเข้าสอบจริง แต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย และเตรียมหลักฐานแสดงตน อย่างบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางไปแสดง โดยไม่ต้องนำเครื่องเขียนติดตัวไป เนื่องจากศูนย์ฯ มีจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนไว้ให้ที่โต๊ะสอบแล้ว
- ประกาศผลคะแนน ตรวจสอบผลคะแนนในระบบได้ด้วยตนเอง ภายใน 14 วันหลังจากวันสอบ
ข้อควรรู้เพิ่มเติม ผู้เข้าสอบสามารถดาวน์โหลดและพิมพ์สำเนาใบรายงานผลคะแนนจากระบบออนไลน์ได้ทันที แต่หากมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ยื่นกำหนดให้ใช้ใบรายงานผลคะแนนฉบับจริงที่มีตราประทับ จะต้องติดต่อขอรับที่ศูนย์ทดสอบฯ โดยตรง
การเตรียมตัวสอบ TBAT ให้ได้คะแนนสูง ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือให้จบทุกเล่ม แต่คือการจับจุดให้ถูกและเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะวิชาชีววิทยาที่เป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมตัวสอบแพทย์ ซึ่งเนื้อหาที่มหาศาลอาจทำให้หลายคนท้อ แต่ถ้ามีตัวช่วยที่ย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย จะช่วยประหยัดเวลาอ่านหนังสือไปได้อีกเยอะ
และถ้าน้อง ๆ คนไหน กำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบความคิดและรวบรวมเนื้อหาสำคัญไว้ในที่เดียว ขอแนะนำสรุปชีวะ ม.ปลาย จาก OnDemand ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาครบถ้วนตามโครงสร้างหลักสูตร จัดเรียงเป็นหมวดหมู่ มีภาพประกอบที่ช่วยให้จดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้ปูพื้นฐานให้แน่น หรือใช้ทบทวนโค้งสุดท้ายก่อนลงสนามสอบจริง ก็ตอบโจทย์ครบจบในเล่มเดียว
สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
ข้อมูลอ้างอิง
- TBAT_TH – CUATC. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 จาก https://atc.chula.ac.th/Main/tbat_th/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ TBAT (FAQs)
Q: สามารถเลือกสมัครสอบ TBAT ทั้ง 2 รอบในปีเดียวกัน แล้วเลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุดได้หรือไม่ ?
A: สามารถทำได้ ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกลงทะเบียนสอบทั้งรอบเดือนกรกฎาคม และรอบเดือนตุลาคม เพื่อเก็บคะแนนทั้ง 2 ครั้งได้ตามปกติ โดยระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยจะเปิดโอกาสให้นักเรียนดึงคะแนนรอบที่ได้ผลลัพธ์สูงที่สุดไปยื่นในระบบ TCAS รอบที่ 1 ได้
Q: ข้อสอบ TBAT ในแต่ละพาร์ต มีการหักคะแนนกรณีตอบผิด (ติดลบ) เหมือนข้อสอบ SAT Subjects เก่าหรือไม่ ?
A: ไม่มีระบบหักคะแนนติดลบ ข้อสอบทั้ง 3 พาร์ต (ชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์) เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก หากทำไม่ได้หรือตอบผิดจะได้ 0 คะแนนในข้อนั้น ๆ ดังนั้นเทคนิคสำคัญในห้องสอบคือต้องบริหารเวลาให้ดี และห้ามปล่อยช่องว่างทิ้งไว้เด็ดขาด
Q: หากต้องการยื่นเข้าแพทย์จุฬาฯ หลักสูตรอินเตอร์ นอกจากคะแนน TBAT แล้วต้องใช้คะแนนสอบอะไรอีกบ้าง ?
A: ตามเกณฑ์รับสมัครของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรนานาชาติ ผู้สมัครจะต้องยื่นคะแนนสอบ 2 ส่วนควบคู่กัน ได้แก่ คะแนน TBAT เพื่อวัดความรู้ชีวการแพทย์ และคะแนน CU-AAT หรือ SAT เพื่อวัดทักษะความถนัดทางคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ซึ่งทั้งสองข้อสอบนี้ทางจุฬาฯ มักจะเปิดตารางจัดสอบให้อยู่ในวันเดียวกัน โดย CU-AAT สอบช่วงเช้า และ TBAT สอบช่วงบ่าย



