Key Takeaways:
am และ pm เป็นตัวย่อมาจากภาษาลาตินที่ใช้แบ่งช่วงเวลาในระบบการบอกเวลาแบบ 12 ชั่วโมง โดย am ย่อมาจาก Ante Meridiem หมายถึงเวลาก่อนเที่ยงวัน pm ย่อมาจาก Post Meridiem หมายถึงเวลาหลังเที่ยงวัน โดยเราจะใช้ตัวเลข 1 ถึง 12 แล้วตามด้วยตัวย่อ am pm เพื่อระบุช่วงเวลาของวัน ดังนั้น การทำความเข้าใจหลักการนับเวลาที่ถูกต้องว่า am pm ใช้ยังไง จะช่วยให้สามารถระบุและสื่อสารเรื่องเวลาในภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำ
Table of Contents
เคยไหม? นั่งทำข้อสอบภาษาอังกฤษเตรียมสอบเข้ามหาลัยแล้วเจอโจทย์ตารางเวลาชวนงง ไม่มั่นใจว่าต้องเลือก 12:00 am หรือ 12:00 pm กันแน่ ปกติแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับระบบการนับเวลาแบบ 24 ชั่วโมงมากกว่าการนับเวลาแบบ 12 ชั่วโมง ที่ตามด้วย am หรือ pm เพื่อระบุเวลาให้ครบ 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้น้อง ๆ หลายคนมีปัญหากับการอ่านเวลาภาษาอังกฤษ เพราะสับสนว่า am pm ใช้ยังไงนั่นเอง บทความนี้ จะพาไปเจาะลึกว่า am pm ใช้ยังไง ย่อมาจากอะไร พร้อมเคล็ดลับจำแม่น ทำให้ไม่สับสนอีกต่อไป
am pm ย่อมาจากอะไร
ก่อนจะไปดูกันว่า am pm ใช้ยังไง เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าตัวอักษรเหล่านี้ย่อมาจากอะไร am และ pm เป็นตัวย่อภาษาละตินที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวแบ่งเวลาในระบบการนับเวลาแบบ 12 ชั่วโมง มีความหมายดังนี้
- am ย่อมาจาก Ante Meridiem (อ่านว่า แอน-เต เม-ริ-เดียม) แปลว่า ก่อนเที่ยงวัน
- pm ย่อมาจาก Post Meridiem (อ่านว่า โพสต์ เม-ริ-เดียม) แปลว่า หลังเที่ยงวัน
am pm ใช้ยังไง
หลักการทำงานของการนับเวลาระบบนี้ คือการแบ่งเวลาออกเป็นสองช่วง ช่วงละ 12 ชั่วโมง โดยจะไม่มีการใช้เลข 13:00 น. หรือ 20:00 น. แบบที่เราคุ้นเคย แต่จะใช้เลข 1 ถึง 12 แล้วตามด้วยตัวย่อ am pm เพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นช่วงเวลาไหนของวัน ซึ่งมีหลักการแบ่งง่าย ๆ ตามความหมายดังนี้
- am ใช้นับเวลาตั้งแต่ “หลังเที่ยงคืน ถึง ก่อนเที่ยงวัน” (00:00 a.m. – 11:59 a.m.)
- pm ใช้นับเวลาตั้งแต่ “เที่ยงวัน ถึง ก่อนเที่ยงคืน” (12:00 p.m. – 11:59 p.m.)
วิธีการอ่าน am pm
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเมื่อใช้ am pm แล้วจะต้องอ่านเวลาอย่างไร ตามหลักการแล้วเราสามารถอ่านตัวเลขเวลา โดยเริ่มจากตัวเลขชั่วโมง ตามด้วยตัวเลขนาที และปิดท้ายด้วย เอ เอ็ม (am) หรือ พี เอ็ม (pm) ได้เลย ตัวอย่างเช่น
- 6:30 am อ่านว่า ฮาฟ-พาสต์-ซิกซ์-เอ-เอ็ม (หกโมงครึ่งตอนเช้า)
- 7:00 pm อ่านว่า เซ-เวน-พี-เอ็ม (หนึ่งทุ่มตรง)
- 8:22 am อ่านว่า เอท-ทเวนที-ทู-เอ-เอ็ม (แปดโมงยี่สิบสองนาที)
- 10:05 pm อ่านว่า เทน-โอ-ไฟฟ์-พี-เอ็ม (สี่ทุ่มห้านาที)
*หากมีตัวเลขศูนย์นำหน้าตัวเลขในหลักนาที ให้อ่านออกเสียงว่า โอ แทนอ่านว่า ซีโร
แต่ถึงอย่างนั้น การอ่านเวลาที่มีการใช้ am pm ก็ไม่ได้มีวิธีเดียวเท่านั้น วันนี้พี่ ๆ ได้นำวิธีการอ่านเวลาในภาษาอังกฤษมาให้น้อง ๆ อ่านเพื่อความเข้าใจที่หลากหลายยิ่งขึ้น
กรณีอ่านเวลาเต็มชั่วโมง
เมื่อต้องอ่านเวลาเต็มชั่วโมง สามารถเติม o’clock เข้าไป และใช้วลี in the morning (เช้า), in the afternoon (บ่าย) หรือ in the evening (เย็น) แทนการอ่านแค่ am หรือ pm ได้ ตัวอย่างเช่น
- 10:00 am อ่านว่า เทน-โอ-คล็อก-อิน-เดอะ-มอร์นิง (10 o’clock in the morning)
- 2:00 pm อ่านว่า ทู-โอ-คล็อก-อิน-ดิ-อาฟเตอะนูน (2 o’clock in the afternoon)
- 6:00 pm อ่านว่า ซิกซ์-โอ-คล็อก-อิน-ดิ-อีฟนิง (6 o’clock in the evening)
ส่วนเวลา 12:00 am (เที่ยงคืน) กับ 12:00 pm (เที่ยงวัน) นอกจากจะสามารถอ่านตรงตัวได้แล้ว เรายังสามารถใช้คำอื่นแทนได้เลยเพื่อลดความสับสนได้ด้วยนะ ซึ่งก็คือ
- 12:00 am ใช้คำว่า midnight
- 12:00 pm ใช้คำว่า noon
กรณีอ่านเวลาครึ่งชั่วโมง
เมื่ออ่านเวลาบอกครึ่งชั่วโมง หรือ 30 นาที สามารถอ่านได้สองแบบ คือ เริ่มอ่านจากตัวเลขชั่วโมงและนาทีได้เลย หรือจะนำคำว่า ‘half’ (ครึ่งหนึ่ง) มาช่วย ตามด้วยคำว่า ‘past’ และชั่วโมงนั้น ๆ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงผ่านมาแล้วหลังจากชั่วโมงนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น
- 5:30 pm อ่านว่า ไฟฟ์-เธอที-พี-เอ็ม หรือ ฮาฟ-พาสต์-ไฟฟ์ (พี-เอ็ม)
กรณีอ่านเวลาที่มีเศษนาทีอื่น ๆ
เมื่ออ่านเวลาที่มีเศษนาทีอื่น ๆ จะต้องดูว่าเลขนาทีนั้นเกิน 30 นาทีมาหรือไม่ หากยังไม่เกิน 30 นาที ให้อ่านตัวเลขนาทีนั้น ตามด้วยคำว่า ‘past’ และชั่วโมง เพื่อบ่งบอกว่าผ่านชั่วโมงนั้น ๆ มากี่นาทีแล้ว แต่ถ้าเกิน 30 นาทีมาแล้ว ให้บอกนาทีที่เหลือก่อนจะถึงชั่วโมงถัดไป ตามด้วยคำว่า ‘to’ และชั่วโมงถัดไป เพื่อบ่งบอกว่าอีกกี่นาทีจะถึงชั่วโมงถัดไป ตัวอย่างเช่น
- 8:10 am อ่านว่า เทน-พาสต์-เอท-เอ-เอ็ม (แปดโมงสิบนาที หรือ ผ่านมาสิบนาทีแล้วหลังจากแปดโมงเช้า)
- 8:45 pm อ่านว่า ฟิฟ-ทีน-ทู-ไนน์-พี-เอ็ม (สองทุ่มสี่สิบห้า หรือ อีกสิบห้านาทีจะสามทุ่ม)
กรณีอ่านเวลา 15 นาที หรือ 45 นาที
เมื่ออ่านเวลาที่บอกเวลา 15 นาที หรือ 45 นาที เราสามารถใช้คำว่า ‘a quarte’ มาช่วยบอกเวลาได้เช่นกัน และจะมีหลักการคล้าย ๆ หัวข้อด้านบน คือ หากผ่านมาแล้ว 15 นาที จะใช้คำว่า ‘a quarter’ ตามด้วย ‘past’ และตัวเลขชั่วโมง เพื่อบ่งบอกว่าผ่านชั่วโมงนั้นมาแล้ว 15 นาที แต่ถ้าเป็นเวลา 45 นาที ให้บอกเวลาที่เหลือ ตามด้วย ‘to’ และชั่วโมงถัดไป เพื่อบ่งบอกว่าอีก 15 นาทีจะถึงชั่วโมงถัดไป ตัวอย่างเช่น
- 6:15 am อ่านว่า อะ-ควาเทอะ-พาสต์-ซิกซ์-เอ-เอ็ม (หกโมงสิบห้านาที หรือ ผ่านมาสิบห้านาทีแล้วหลังจากหกโมงเช้า)
- 6:45 pm อ่านว่า อะ-ควาเทอะ-ทู-เซเวน-พี-เอ็ม (หกโมงสี่สิบห้านาที หรือ อีกสิบห้านาทีจะหนึ่งทุ่ม)
หลักการอ่านเวลา am pm มีหลากหลายวิธีให้เราเลือกใช้กันเลยทีเดียว แต่หลังจากอ่านบทความนี้ มั่นใจได้เลยว่าน้อง ๆ จะต้องเข้าใจเรื่องการอ่านเวลามากขึ้นแน่นอน และหากฝึกอ่านบ่อย ๆ ก็จะสามารถใช้ได้คล่องอย่างกับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว
เที่ยงวันกับเที่ยงคืนใช้ตัวไหน
ถึงแม้จะรู้แล้วว่า am pm ใช้ยังไง แต่ก็ยังมีจุดเวลาชวนงงที่ทำให้หลาย ๆ คนสับสนว่าต้องใช้ตัวไหนกันแน่ นั่นก็คือ เวลาเที่ยงวันกับเที่ยงคืน เพราะเวลา 12:00 เป็นจุดกึ่งกลางของการแบ่งเวลาพอดี อย่างไรก็ตาม สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIST) ได้กำหนดไว้ว่าช่วงเวลาที่สั้นที่สุดที่สามารถวัดได้หลังจากเที่ยงวัน ควรจะถูกกำหนดให้เป็น pm และให้ใช้หลักการนี้กับเวลาเที่ยงคืนด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราก็มีหลักการจำง่าย ๆ มาฝากกัน
- เที่ยงวัน หรือ 12:00 น. ให้ใช้ 12:00 pm เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเวลาที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง “หลังเที่ยงวัน”
- เที่ยงคืน หรือ 24:00 น. / 00.00 น. ให้ใช้ 12:00 am เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของวันใหม่ หรือ “ก่อนเที่ยงวัน” ของวันถัดไป
am pm ต้องเขียนตัวย่อแบบไหนถึงจะถูกต้อง
หลักการในการเขียนตัวย่อ am pm ในภาษาอังกฤษนั้นไม่มีหลักการตายตัว และสามารถเขียนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น am pm, a.m. p.m., AM PM, A.M. P.M. เพียงแต่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมและเหมือนกันทั้งบทความ
สรุปทริคการจำ am pm ง่าย ๆ ไม่มีลืม
ถ้ากลัวลืมว่า am pm ใช้ยังไง ให้ใช้ทริคการเรียงตัวอักษรภาษาอังกฤษมาช่วยจำได้ง่าย ๆ แบบนี้เลย
- ตัวอักษร A มาก่อน P เสมอ ดังนั้น am จึงใช้กับ “ครึ่งวันแรก” (ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงก่อนเที่ยงวัน)
- ตัวอักษร P มาทีหลัง ดังนั้น pm จึงใช้กับ “ครึ่งวันหลัง” (ตั้งแต่เที่ยงวันถึงก่อนเที่ยงคืน)
เพียงแค่จำทริคง่าย ๆ นี้ไว้ ไม่ว่าจะต้องสื่อสารในชีวิตประจำวัน หรือเดินเข้าห้องสอบสนามไหน น้อง ๆ ก็จะไม่โดนระบบเวลา 12 ชั่วโมงหลอกอีกต่อไปแน่นอน!
am pm ออกข้อสอบแบบไหนบ้าง
แม้ว่า am pm จะไม่ใช่หัวข้อหลักของไวยากรณ์ที่ออกสอบในสนามสอบต่าง ๆ แต่น้อง ๆ อาจมีโอกาสได้เจอตัวย่อบอกเวลาเหล่านี้ในพาร์ท Reading ที่ต้องอ่านโฆษณา ตารางนัดหมาย หรือตารางเที่ยวบิน ซึ่งจะถูกหยิบยกมาเป็น “ตัวหลอก” เพื่อเช็คความเข้าใจและความรอบคอบ ลองมาดูตัวอย่างโจทย์กันได้เลย
ตัวอย่างโจทย์พาร์ท Reading อ่านตารางเวลา
โจทย์ระบุตารางเที่ยวบิน: Flight Departure at 12:05 AM
Q: When will the passenger take off?
ผู้โดยสารจะออกเดินทางช่วงเวลาใด?
คำตอบที่ถูกต้องจะต้องตอบว่าเดินทางช่วงกลางคืน หรือเที่ยงคืน หากข้อนี้ใครจำสับสนเป็นเที่ยงวัน (12:00 PM) ก็จะเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย
ตัวอย่างโจทย์พาร์ท Error Identification หาจุดผิดไวยากรณ์
โจทย์: The English class will startat 9:00 a.m. in the morning.
คำตอบที่ถูกต้องจะต้องตัดคำว่า in the morning ออก เหลือเพียง 9:00 a.m. เนื่องจากถือว่าเป็นความซ้ำซ้อน หรือ Redundancy ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์นั่นเอง
จะเห็นได้ว่าหลักการนับเวลาไม่ได้มีความสำคัญแค่ในด้านการสื่อสารหรือการใช้ในชีวิตประจำวันเพียงเท่านั้น เพราะในข้อสอบภาษาอังกฤษเองก็อาจจะมีโจทย์ที่วัดความเข้าใจเรื่อง am pm ได้เช่นกัน หลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว เชื่อว่าน้อง ๆ จะสามารถแยกได้ว่า am pm ใช้ยังไง และสามารถทำโจทย์เรื่องนี้ได้ผ่านฉลุย หากน้อง ๆ คนไหนอยากทำโจทย์ภาษาอังกฤษที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น Premier Prep by Ondemand ของเราก็มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยความรู้และโจทย์ภาษาอังกฤษที่ช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะข้อสอบสนามไหนก็ทำได้อย่างมั่นใจแน่นอน
สอบถามเพิ่มเติม
- Add Line: Ondemand Education
- โทรศัพท์: 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ am pm (FAQs)
Q: am pm คืออะไร ?
A: am pm คือตัวย่อภาษาละตินที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวแบ่งเวลาในระบบการนับเวลาแบบ 12 ชั่วโมง โดย am ย่อมาจาก Ante Meridiem แปลว่า ก่อนเที่ยงวัน และ pm ย่อมาจาก Post Meridiem แปลว่า หลังเที่ยงวัน
Q: am กับ pm แตกต่างกันอย่างไร ?
A: am ใช้นับเวลาตั้งแต่ “หลังเที่ยงคืน ถึง ก่อนเที่ยงวัน” (00:00 a.m. – 11:59 a.m.) และ pm ใช้นับเวลาตั้งแต่ “เที่ยงวัน ถึง ก่อนเที่ยงคืน” (12:00 p.m. – 11:59 p.m.)
Q: 12:00 am กับ 12:00 pm แตกต่างกันอย่างไร ?
A: 12:00 am คือเวลาเที่ยงคืน 12:00 pm คือเวลาเที่ยงวัน
Q: สามารถใช้คำว่า O’clock ตามหลัง a.m. หรือ p.m. ได้ไหม ?
A: ไม่ได้ ให้เลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น เช่น เลือกพูดว่า 7 o’clock in the morning หรือ 7:00 a.m. ห้ามพูดว่า 7 a.m. o’clock เด็ดขาด



