Key Takeaways:
สถิติ ม.ต้น เน้นการศึกษาข้อมูล การเก็บรวบรวม การจัดหมวดหมู่ และการนำเสนอข้อมูลเพื่อนำไปใช้วิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ค่ากลางของข้อมูล ที่สำคัญมี 3 ชนิด ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต, มัธยฐาน และ ฐานนิยม ซึ่งแต่ละชนิดเหมาะกับชุดข้อมูลที่มีลักษณะแตกต่างกัน การหาตำแหน่งของ มัธยฐาน และควอร์ไทล์ สำหรับข้อมูลที่ไม่แจกแจงความถี่ ใช้สูตรตำแหน่ง \frac{n+1}{2} และ \frac{r(n+1)}{4} ตามลำดับ แผนภาพกล่อง เป็นเครื่องมือช่วยสรุปและแสดงการกระจายของข้อมูลผ่านค่า 5 ค่า ได้แก่ ค่าน้อยสุด, Q_1, Q_2, Q_3 และค่ามากสุด การฝึกทำ โจทย์สถิติ ม.3 พร้อมเฉลย อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำทั้งในส่วนของการคำนวณและการตีความหมายจากกราฟ
Table of Contents
เรื่อง สถิติ ม.ต้น เป็นหนึ่งในบทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่จะออกสอบในโรงเรียนและข้อสอบเข้า ม.4 บ่อยครั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย การวิเคราะห์คะแนนสอบ หรือการสรุปข้อมูลวิจัย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสูตรคำนวณ วิธีการหาค่ากลาง และการอ่านกราฟจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียน ม.ต้น ทุกคน
สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ต้น : สถิติ กับ OnDemand
ความหมายและประเภทของข้อมูลทางสถิติ
สถิติ (Statistics) คือศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลความหมายข้อมูล เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระดับ ม.ต้น ข้อมูลจะถูกจำแนกออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้
จำแนกตามลักษณะของข้อมูล
- ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data): ข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่สามารถนำมาคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร หรือเปรียบเทียบค่ากันได้ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก คะแนนสอบ รายได้ อายุ
- ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data): ข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลข หรือเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถนำมาคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้โดยตรง แต่บอกลักษณะ กลุ่ม หรือประเภท เช่น เพศ สถานภาพ เบอร์โทรศัพท์ รหัสไปรษณีย์ ความคิดเห็น
จำแนกตามแหล่งที่มาของข้อมูล
- ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data): ข้อมูลที่ผู้ใช้เก็บรวบรวมมาจากแหล่งกำเนิดโดยตรง เช่น การสัมภาษณ์ การทดลอง การแจกแบบสอบถาม
- ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data): ข้อมูลที่มีผู้อื่นเก็บรวบรวมไว้แล้ว แล้วเรานำมาใช้ต่อ เช่น สถิติจำนวนประชากรจากกรมการปกครอง รายงานจากกระทรวงสาธารณสุข
สูตร ค่ากลางของข้อมูล ที่ต้องรู้
ค่ากลางของข้อมูล คือ ตัวแทนของข้อมูลชุดนั้นๆ ที่ใช้ในการสรุปภาพรวมของข้อมูล โดยในบทเรียน สถิติ ม.ต้น จะเน้นการศึกษาค่ากลาง 3 ชนิดหลัก ดังนี้
|
ประเภทค่ากลาง |
สูตรคำนวณ / หลักการหา |
ข้อดี / จุดเด่น |
|---|---|---|
|
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต |
\bar{x} = \frac{\sum x}{n} |
คำนวณง่าย ใช้ข้อมูลทุกตัวมาคิด เหมาะกับข้อมูลที่กระจายสม่ำเสมอ |
|
มัธยฐาน |
เรียงข้อมูลแล้วหาตำแหน่ง \frac{n+1}{2} |
ไม่ได้รับกระทบจากค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติ (Outlier) |
|
ฐานนิยม |
เลือกข้อมูลที่มีความถี่มากที่สุด |
ใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพได้ดี ไม่ต้องคำนวณ |
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean: \bar{x})
คือ ผลรวมของข้อมูลทั้งหมดหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด
สูตรทั่วไป: \bar{x} = \frac{\sum_{i=1}^{n} x_i}{n} = \frac{x_1 + x_2 + x_3 + … + x_n}{n}
สูตรค่าเฉลี่ยเลขคณิตถ่วงน้ำหนัก (Weighted Mean): ใช้เมื่อข้อมูลแต่ละตัวมีความสำคัญหรือน้ำหนักไม่เท่ากัน (เช่น การคำนวณเกรดเฉลี่ย GPA)
สูตร: \bar{x} = \frac{\sum w_i x_i}{\sum w_i} = \frac{w_1 x_1 + w_2 x_2 + … + w_k x_k}{w_1 + w_2 + … + w_k}
มัธยฐาน (Median: \text{Med})
คือ ค่าที่อยู่ตรงกลางของข้อมูลหลังจากที่นำข้อมูลมา เรียงลำดับจากน้อยไปมาก (หรือมากไปน้อย) แล้ว
- ขั้นตอนที่ 1: เรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก
- ขั้นตอนที่ 2: หาตำแหน่งของมัธยฐาน โดยใช้สูตร: \text{ตำแหน่งของมัธยฐาน} = \frac{n + 1}{2}
- ขั้นตอนที่ 3: หาค่าตรงกับตำแหน่งนั้น (ถ้าตำแหน่งเป็นจำนวนเต็ม เช่น ตำแหน่งที่ 4 ค่าตอบคือข้อมูลตัวที่ 4 แต่ถ้าเป็นทศนิยม เช่น 4.5 ให้นำข้อมูลตำแหน่งที่ 4 และ 5 มาบวกกันแล้วหารด้วย 2)
ฐานนิยม (Mode: \text{Mo})
คือ ข้อมูลที่มี ความถี่มากที่สุด หรือปรากฏซ้ำกันมากที่สุดในชุดข้อมูลนั้น
- ข้อมูลหนึ่งชุดอาจมีฐานนิยม 1 ค่า หรือ 2 ค่าก็ได้
- หากข้อมูลทุกตัวมีความถี่เท่ากันหมด หรือมีข้อมูลซ้ำกันเกิน 2 ค่า จะถือว่าชุดข้อมูลนั้น ไม่มีฐานนิยม
การวัดการกระจายของข้อมูล และ แผนภาพกล่อง
นอกจาก ค่ากลางของข้อมูล แล้ว การวัดการกระจายยังช่วยบอกความแตกต่างของข้อมูลแต่ละตัวในชุดข้อมูลด้วย
พิสัย (Range)
คือ ค่าที่ใช้วัดการกระจายอย่างง่าย คำนวณจากผลต่างระหว่างค่าสูงสุดและค่าน้อยที่สุด
สูตร: \text{พิสัย} = x_{\max} – x_{\min}
ควอร์ไทล์ (Quartiles: Q_r)
คือ การแบ่งข้อมูลที่เรียงจากน้อยไปมากออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน แต่ละส่วนคิดเป็น 25% โดยมีจุดแบ่ง 3 จุดคือ Q_1, Q_2, Q_3
- สูตรตำแหน่งของ Q_r: \text{ตำแหน่งของ } Q_r = \frac{r(n + 1)}{4} (เมื่อ r = 1, 2, 3)
- Q_1 (ควอร์ไทล์ที่ 1): มีข้อมูลน้อยกว่าค่านี้นำอยู่ 25%
- Q_2 (ควอร์ไทล์ที่ 2): มีข้อมูลน้อยกว่าค่านี้นำอยู่ 50% (ตรงกับค่า มัธยฐาน)
- Q_3 (ควอร์ไทล์ที่ 3): มีข้อมูลน้อยกว่าค่านี้นำอยู่ 75%
- พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ (Interquartile Range: IQR): \text{IQR} = Q_3 – Q_1
แผนภาพกล่อง (Box Plot)
แผนภาพกล่อง คือ แผนภาพที่ใช้สรุปตำแหน่งและการกระจายของข้อมูลโดยอาศัยค่าสำคัญ 5 ค่า (Five-Number Summary) ได้แก่:
- ค่าน้อยที่สุด (x_{\min})
- ควอร์ไทล์ที่ 1 (Q_1)
- ควอร์ไทล์ที่ 2 หรือ มัธยฐาน (Q_2)
- ควอร์ไทล์ที่ 3 (Q_3)
- ค่ามากที่สุด (x_{\max})
⚠️ ข้อสังเกตสำคัญของแผนภาพกล่อง: ตัวกล่องครอบคลุมข้อมูลตรงกลาง 50% (Q_1 ถึง Q_3) หากกล่องหรือเส้นหนวดแมว (Whisker) ฝั่งใดมีความกว้างมาก แสดงว่าข้อมูลช่วงนั้นมีการกระจายตัวมาก (ชุกชุมน้อย) แต่ถ้าแคบ แสดงว่าข้อมูลกระจายตัวน้อย (หนาแน่นมาก)
ตะลุย โจทย์สถิติ ม.3 พร้อมเฉลย อย่างละเอียด
มาลองฝึกทำ โจทย์สถิติ ม.3 พร้อมเฉลย ที่พบบ่อยในห้องเรียนและข้อสอบแข่งขันกันครับ
ตัวอย่างที่ 1: การหาค่ากลางทั้ง 3 ชนิด
โจทย์: ข้อมูลคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน 9 คน เป็นดังนี้: 12, 15, 18, 15, 20, 15, 14, 19, 21 จงหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม
วิธีทำ:
- เรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมาก: 12, 14, 15, 15, 15, 18, 19, 20, 21 (จำนวนข้อมูล n = 9)
- หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (\bar{x}):
\bar{x} = \frac{12 + 14 + 15 + 15 + 15 + 18 + 19 + 20 + 21}{9} = \frac{149}{9} \approx 16.56 คะแนน - หามัธยฐาน (\text{Med}):
หาตำแหน่ง: \text{ตำแหน่ง} = \frac{9 + 1}{2} = 5
ข้อมูลตำแหน่งที่ 5 คือ 15 ดังนั้น มัธยฐาน = 15 คะแนน - หาฐานนิยม (\text{Mo}):
คะแนนที่มีความถี่สูงสุดคือ 15 (ปรากฏ 3 ครั้ง) ดังนั้น ฐานนิยม = 15 คะแนน
ตัวอย่างที่ 2: โจทย์การเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ยเลขคณิต
โจทย์: นักเรียนกลุ่มหนึ่งมี 10 คน ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของอายุเท่ากับ 14 ปี ต่อมามีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ 1 คน ทำให้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของอายุเพิ่มขึ้นเป็น 15 ปี จงหาอายุของนักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่
วิธีทำ:
- หาผลรวมอายุของนักเรียน 10 คนเดิม:
\sum x_{\text{เดิม}} = n_{\text{เดิม}} \times \bar{x}_{\text{เดิม}} = 10 \times 14 = 140 ปี - เมื่อนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ 1 คน จำนวนนักเรียนรวมเป็น 10 + 1 = 11 คน
หาผลรวมอายุของนักเรียน 11 คนใหม่:
\sum x_{\text{ใหม่}} = n_{\text{ใหม่}} \times \bar{x}_{\text{ใหม่}} = 11 \times 15 = 165 ปี - อายุของนักเรียนคนใหม่ = ผลรวมใหม่ – ผลรวมเดิม:
\text{อายุคนใหม่} = 165 – 140 = 25 ปี
คำตอบ: นักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่มีอายุ 25 ปี
ตัวอย่างที่ 3: การหาควอร์ไทล์จากชุดข้อมูล
โจทย์: กำหนดชุดข้อมูล: 3, 5, 7, 8, 10, 12, 15 จงหาค่า Q_1 และ Q_3
วิธีทำ:
- ข้อมูลเรียงจากน้อยไปมากเรียบร้อยแล้ว มีจำนวน n = 7 ตัว
- หา Q_1:
ตำแหน่ง Q_1 = \frac{1(7 + 1)}{4} = \frac{8}{4} = 2
ข้อมูลตำแหน่งที่ 2 คือ 5 ดังนั้น Q_1 = 5 - หา Q_3:
ตำแหน่ง Q_3 = \frac{3(7 + 1)}{4} = \frac{24}{4} = 6
ข้อมูลตำแหน่งที่ 6 คือ 12 ดังนั้น Q_3 = 12
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: เมื่อไหร่ควรเลือกใช้ มัธยฐาน แทน ค่าเฉลี่ยเลขคณิต?
A: ควรใช้ มัธยฐาน เมื่อชุดข้อมูลมีค่าที่สูงหรือต่ำกว่าข้อมูลส่วนใหญ่อย่างผิดปกติ (Outlier) เช่น รายได้ประชากร เนื่องจาก ค่าเฉลี่ยเลขคณิต จะถูกดึงให้สูงหรือต่ำตามค่านั้นๆ ทำให้ไม่สะท้อนความเป็นจริงของข้อมูลส่วนใหญ่
Q: ข้อมูลหนึ่งชุดสามารถมีฐานนิยมมากกว่า 1 ค่าได้หรือไม่?
A: ได้ครับ ข้อมูลสามารถมี ฐานนิยม ได้สูงสุด 2 ค่า หากมีความถี่สูงสุดเท่ากัน แต่ถ้ามีความถี่เท่ากันตั้งแต่ 3 ค่าขึ้นไป หรือข้อมูลไม่ซ้ำกันเลย จะถือว่าชุดข้อมูลนั้น “ไม่มีฐานนิยม”
Q: ควอร์ไทล์ที่ 2 (Q_2) มีค่าเท่ากับ มัธยฐาน เสมอหรือไม่?
A: เท่ากันเสมอครับ เพราะ Q_2 หมายถึงจุดที่แบ่งข้อมูลออกเป็น 50% เท่ากัน ซึ่งตรงตามนิยามของ มัธยฐาน พอดี
Q: พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ (IQR) หาอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร?
A: คำนวณจาก \text{IQR} = Q_3 – Q_1 มีประโยชน์ในการวัดการกระจายของข้อมูลช่วงกลาง 50% และใช้ในการตรวจสอบหาค่าผิดปกติ (Outlier) ใน แผนภาพกล่อง



