Key Takeaways
การสอบ A Level เป็นการทดสอบวัดความรู้เชิงวิชาการเพื่อนำไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งถือเป็นคะแนนสำคัญในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังหาข้อมูลในเรื่องนี้ พี่ ๆ ออนดีมานด์ ได้สรุปข้อมูลสำคัญมาให้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่รายละเอียดของการสอบ A Level ว่ามีวิชาอะไรบ้าง พร้อมเจาะลึกโครงสร้างและแนวข้อสอบ A Level เพื่อช่วยให้น้อง ๆ อัปเดตตารางสอบและวางแผนเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ
Table of Contents
สอบ A Level คืออะไร ? พร้อมเช็กวิชาที่ต้องใช้
A Level ย่อมาจาก Applied Knowledge Level เป็นการสอบที่วัดความรู้เชิงวิชาการ เน้นการนำความรู้ที่เรียนในหลักสูตรไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ซึ่งในปีนี้ได้มีการยกเลิกการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เปลี่ยนมาเป็นการสอบด้วยกระดาษเท่านั้น อีกทั้งคะแนนของข้อสอบ A Level ยังเป็นตัวชี้วัดของหลายคณะในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เนื่องจากถูกนำมาเป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก
ข้อสอบ A-Level ใช้ทำอะไร ?
คะแนนจากข้อสอบ A Level จะถูกนำไปใช้ในระบบ TCAS โดยเฉพาะในรอบที่ 2 (Quota) และรอบที่ 3 (Admission) ซึ่งหลายคณะในมหาวิทยาลัยชั้นนำกำหนดค่าน้ำหนักคะแนนส่วนนี้ไว้สูงมาก และเป็นคะแนนชี้ชะตาสำหรับยื่นเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
โครงสร้างข้อสอบ A-Level และรูปแบบการให้คะแนน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ขอสรุปรูปแบบข้อสอบและการคิดคะแนนแบบเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
- ข้อสอบจะวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ ว่าน้อง ๆ สามารถนำเนื้อหาที่เรียนมาแก้โจทย์ปัญหาได้จริงหรือไม่
- ข้อสอบวิชาทั่วไปจะเป็นแบบปรนัย 5 ตัวเลือกให้ฝนคำตอบ
- ในวิชาสายคำนวณอย่าง คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ จะมีข้อสอบแบบระบายตัวเลขคำตอบด้วย ต้องคิดเลขให้แม่นยำ
- สบายใจได้เลยว่าระบบนี้ไม่มีการติดลบ ถ้าน้อง ๆ ทำข้อไหนไม่ได้ การเดาคำตอบก็ยังมีโอกาสได้คะแนน ดีกว่าปล่อยกระดาษคำตอบทิ้งไว้ว่าง ๆ
สิ่งที่ท้าทายที่สุดของ A-Level ไม่ใช่แค่ตัวโจทย์ แต่คือ “เวลาที่จำกัด” น้อง ๆ จึงควรฝึกทำโจทย์เก่าและจับเวลาจริงให้ชินมือตั้งแต่ตอนนี้
A Level มีวิชาอะไรบ้าง ? พร้อมแนวข้อสอบแต่ละวิชา
ปัจจุบันมีวิชาที่เปิดสอบทั้งหมด 10 วิชาหลัก โดยมีโครงสร้างและแนวข้อสอบ A Level ที่ต้องเน้นดังนี้
กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์
- A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 : เนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่ จำนวนและพีชคณิต, การวัดและเรขาคณิต, สถิติและความน่าจะเป็น ไปจนถึงแคลคูลัสสำหรับคณิต 1 ซึ่งการรู้เทคนิคเก็บคะแนนและเนื้อหาที่ต้องเน้นในวิชา A-Level คณิต จะช่วยให้น้อง ๆ ประหยัดเวลาอ่านหนังสือได้เยอะมาก
กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์
- A-Level ฟิสิกส์ : ครอบคลุมเรื่อง กลศาสตร์, คลื่นกลและแสง, ไฟฟ้าและแม่เหล็ก ไปจนถึงฟิสิกส์แผนใหม่ ถ้าน้อง ๆ อยากรู้ว่ามีจุดหลอกตรงไหนบ้าง สามารถเข้ามาเจาะลึกข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ แล้วเตรียมตัวรับมือข้อสอบจริงได้ทันที
- A-Level ชีววิทยา : ออกสอบตั้งแต่เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ, หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต, ระบบการทำงานของสัตว์ มนุษย์ พืช ไปจนถึงพันธุศาสตร์ โดยสามารถเข้ามาดูสรุปเนื้อหาและบทที่ออกสอบบ่อยกับแนวข้อสอบ A-Level ชีวะ เพื่อเก็บคะแนนพาร์ตสำคัญให้ครบแบบไม่ตกหล่น
- A-Level เคมี : เน้นเรื่อง สมบัติของธาตุและสารประกอบ, สมการเคมี และการคำนวณปริมาณสาร
- A-Level วิทยาศาสตร์ประยุกต์ : เป็นการรวมความรู้วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศเข้าด้วยกัน
กลุ่มวิชาภาษาและสังคม
- ภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ : เน้นวัดทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน หลักการใช้ภาษา และความเข้าใจในสังคมโลก
- ภาษาต่างประเทศ : มีให้เลือกสอบถึง 7 ภาษา (ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, บาลี และสเปน) ข้อสอบจะเน้นวัดทักษะการสื่อสารทั่วไป ไวยากรณ์ และความสามารถในการอ่านเขียน
แนะนำคอร์สติวเข้ม A-Level สุดเลิศช่วงโค้งสุดท้าย
ตารางสอบ A Level 70 อัปเดตล่าสุด
การรู้วันสอบล่วงหน้าช่วยให้จัดตารางอ่านหนังสือได้เป๊ะขึ้น นี่คือปฏิทินตารางสอบที่น้อง ๆ ต้องจดไว้ในปฏิทิน
- 14 – 20 ม.ค. 70 : รับสมัครสอบ A-Level (21-22 ม.ค. 70 รับคำร้องสมัครสอบล่าช้า)
- 15 ก.พ. – 15 มี.ค. 70 : พิมพ์บัตรที่นั่งสอบ A-Level
- 13 มี.ค. 70 : สอบ A-Level ชีววิทยา, ฟิสิกส์, ภาษาไทย, สังคมศึกษา
- 14 มี.ค. 70 : สอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (พื้นฐานและเพิ่มเติม), ภาษาอังกฤษ, เคมี
- 15 มี.ค. 70 : สอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 (พื้นฐาน), วิทยาศาสตร์ประยุกต์, ภาษาต่างประเทศ (ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, บาลี, สเปน)
- 20 เม.ย. 70 : ประกาศผลคะแนนสอบ A-Level
- 21 – 27 เม.ย. 70 : เปิดให้ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบ
- 26 มี.ค. 70 : ประกาศเฉลยคำตอบ
- 27 – 31 มี.ค. 70 : เปิดระบบรับข้อโต้แย้งเฉลย
วิธีเลือกวิชา A-Level ให้ตรงสายที่อยากเรียนต่อ
การเลือกสอบวิชาไหนบ้าง ขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ ตั้งเป้าหมายไว้
- สายแพทย์ ทันตะ เภสัช (กสพท) : ต้องสอบ 7 วิชาหลัก (คณิต 1, ฟิสิกส์, เคมี, ชีวะ, ไทย, สังคม, อังกฤษ)
- สายวิศวะ วิทยาศาสตร์ : เน้นคณิต 1, ฟิสิกส์, เคมี, อังกฤษ
- สายศิลป์ มนุษยศาสตร์ ภาษา : เน้นภาษาไทย, สังคม, อังกฤษ และภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
ควรเช็กระเบียบการรับสมัครของมหาวิทยาลัยอัปเดตล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดการลงสมัครวิชาที่จำเป็น
ตัวอย่างข้อสอบ A Level
ตัวอย่างข้อสอบ A Level คณิตศาสตร์
1. สลากกินแบ่งรัฐบาลประกอบด้วยเลขโดด 6 หลักเสียงกัน โดยมีจำนวนที่เป็นไปได้คือ 0, 1, 2, …, 9 รางวัลเลขท้าย 2 ตัวจะแจกให้สลากใบที่มี 4 เป็นจำนวนของหลักรองสุดท้าย และ b เป็นจำนวนของหลักสุดท้าย โดยทั้ง a และ b เป็นจำนวนที่ถูกลุ่มมาจาก 0, 1, 2, … 9 ในงวดนั้นๆ โอกาสที่จะถูกรางวัลเมื่อซื้อสลาก 1 ใบ เท่ากับข้อใด
1. 1/2
2. 1/10
3. 1/100
4. 1/1000
5. 1/100000
ข้อ 3 1/100
จํานวนแบบทั้งหมด: เลขโดด 6 ตัว แต่ละตัวเลือกเป็น 0 – 9 ได้ตัวละ 10 แบบ จะได้จำนวนแบบทั้งหมด = 10 ^ 6 แบบ จำนวนแบบที่ถูกรางวัละ เลขโดด 4 ตัวแรก แต่ละตัวเลือกเป็น 0 – 9 ได้ตัวละ 10 แบบ – เลือกได้ 10 แบบ เลขโดด 2 ตัวหลัง ต้องเป็น a และ b เลือกได้ 1 แบบ จะได้จำนวนแบบที่ถูกรางวัล = 10 ^ 4 * 1 = 10 ^ 4 แบบ
จะให้ความน่าจะเป็น = (10 ^ 4)/(10 ^ 6) = 1/100
จึงตอบตัวเลือกข้อ 3.
2. การแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีม A ทีม B ทีม C และทีม D แบบพบกันหมดคู่ละหนึ่งครั้ง โดยแต่ละคู่มีผลคือแพ้หรือชนะเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ข้อใดเป็นจำนวนผลการแข่งขัน ที่มีทีมใดทีมหนึ่งชนะทุกทีมที่เหลือ
- 8
- 12
- 32
- 40
- 64
เลือก 1 ทีมที่ชนะทุกทีมที่เหลือ เลือกได้ 4 แบบ 3 ทีมที่เหลือ แข่งกับทีมแรก (ที่ชนะทุกทีม) จะมีผลการแข่งคือแท้ (เลือกไม่ได้ – แข่งกันเอง จะเลือกผลเป็น แพ้ หรือ ชนะ ได้นัดละ 2 แบบ 3 ทีม จับคู่แข่งกันเองได้ จะได้จำนวนแบบ นัด คิดเป็นจํานวนแบบ 23 แบบ binomial(3,2) = (3 * 2)/(2!) = 3 = 4 * 2 ^ 3 = 32ut * 1111
จึงตอบตัวเลือกข้อ 3.
ตัวอย่างข้อสอบ A Level เคมี
1. ปัจจุบันมีการนำพอลิเมอร์สังเคราะห์มาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย เช่น พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ใช้ทำถุงหูหิ้ว พอลีโพรพิลีน (PP) ใช้ทำหลอดดูดน้ำ พอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลต (PET) ใช้ขึ้นรูปขวดน้ำดื่ม และพอลิสไตรีน (PS) ใช้ทำกล่องโฟม บรรจุอาหาร
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. PP มีความแข็งแรงและทนความร้อนได้ดีกว่า LDPE
ข. พอลิเมอร์ทั้งสี่ชนิดเตรียมได้จากปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบเดียวกัน
ค. การสังเคราะห์ PET และ PS ต่างก็ต้องใช้มอนอเมอร์สองชนิดเป็นสารตั้งต้น
ข้อใดถูกต้อง
- ก. เท่านั้น
- ข. เท่านั้น
- ค. เท่านั้น
- ก. และ ข. เท่านั้น
- ข. และ ค. เท่านั้น
2. ไทเทรดสารละลายเบสอ่อน A ปริมาตร 25.00 mL กับสารละลาย 0.0400 M HCL จากบิวเรต พบว่าที่จุดยุติใช้สารละลาย HCL ปริมาตร 12.50 mL กำหนดให้ HA เป็นกรดอ่อนซึ่งมี เมทิลเรด มีช่วง pH ที่เปลี่ยนสี 4.2-6.3 (แดง-เหลือง) พิจารณาข้อความต่อไปนี้ K_{f} = 1 * 10 ^ – 4
ก. เมื่อเติมสารละลาย HCL ไป 6.25 mL แล้วหยดเมทิลเรด สารละลายจะมีสีส้ม
ข. เมื่อเติมสารละลาย HCI ไป 6.25 ml. สารละลายมีสมบัติเป็นบัฟเฟอร์
ค. สารละลาย A มีความเข้มข้น 0.0200 M
ข้อใดถูกต้อง
- ก. เท่านั้น
- ข. เท่านั้น
- ก. และ ข. เท่านั้น
- ก. และ ค. เท่านั้น
- ข. และ ค. เท่านั้น
ตัวอย่างข้อสอบ A Level ชีวะ
1. แบคทีเรีย ก และ ข มีปริมาณเบสกวานีนร้อยละ 30 และ 20 ของปริมาณเบสทั้งหมดในโมเลกุล DNA ตามลําดับ
จากข้อมูล ข้อใดถูกต้อง
- โมเลกุล DNA ของแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสไทมีนร้อยละ 20
- โมเลกุล DNA ของแบคทีเรีย ข มีปริมาณเบสอะดีนีนร้อยละ 20
- โมเลกุล DNA ของแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสอะดีนีนร้อยละ 30
- โมเลกุล DNA ของแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสไซโทซีนร้อยละ 20
- โมเลกุล DNA ของแบคทีเรีย ข มีปริมาณเบสไซโทซีนร้อยละ 30
ตอบตัวเลือกที่ 1
อธิบาย
กฎของชาร์กาฟฟ์ (Chargaff’s rules) ระบุว่าในโมเลกุล DNA สายคู่ ปริมาณของเบสอะดีนีน (A) จะเท่ากับเบสไทมีน (T) เสมอ (A = T) และปริมาณของเบสกวานีน (G) จะเท่ากับเบสไซโทซีน (C) เสมอ (G = C)
โดยผลรวมของเบสทั้ง 4 ชนิดจะเท่ากับ 100%
- แบคทีเรีย ก : มีกวานีน (G) = 30% จะมีไซโทซีน (C) = 30% รวมเป็น 60%
ส่วนที่เหลืออีก 40% คือ A + T ทําให้มี อะดีนีน (A) = 20% และ ไทมีน (T) = 20%
- แบคทีเรีย ข : มีกวานีน (G) = 20% จะมีไซโทซีน (C) = 20% รวมเป็น 40%
ส่วนที่เหลืออีก 60% คือ A + T ทําให้มี อะดีนีน (A) = 30% และ ไทมีน (T) = 30%
ตัวเลือกที่ 1 ถูก เพราะแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสไทมีนร้อยละ 20
ตัวเลือกที่ 2 ผิด เพราะแบคทีเรีย ข มีปริมาณเบสอะดีนีนร้อยละ 30
ตัวเลือกที่ 3 ผิด เพราะแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสอะดีนีนร้อยละ 20
ตัวเลือกที่ 4 ผิด เพราะแบคทีเรีย ก มีปริมาณเบสไซโทซีนร้อยละ 30
ตัวเลือกที่ 5 ผิด เพราะแบคทีเรีย ข มีปริมาณเบสไซโทซีนร้อยละ 20
2. ยาชนิดหนึ่งใช้รักษาการติดเชื้อจุลินทรีย์ด้วยกลไกขัดขวางกระบวนการทํางานของ tRNA ภายในเซลล์ของ เชื้อจุลินทรีย์นี้ จากข้อมูล ยาชนิดนี้น่าจะส่งผลต่อการทํางานของออร์แกเนลล์ใดของเชื้อจุลินทรีย์นี้มากที่สุด
- ไลโซโซม
- ไรโบโซม
- ไมโทคอนเดรีย
- กอลจิคอมเพล็กซ์
- เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวเรียบ
ตอบตัวเลือกที่ 2
อธิบาย
tRNA (transfer RNA) ทําหน้าที่นํากรดอะมิโนมายังไรโบโซม (ribosome) ในกระบวนการแปลรหัส (translation) เพื่อสังเคราะห์สายโพลิเพปไทด์หรือโปรตีน ดังนั้นหากยาชนิดนี้มีกลไกขัดขวางการทํางานของ tRNA ยาจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนโดยตรง ซึ่งเกิดขึ้นที่ออร์แกเนลล์ไรโบโซม
ตัวเลือกที่ 2 ถูก เพราะไรโบโซมทําหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนโดยทํางานร่วมกับ tRNA ในกระบวนการแปลรหัส
ตัวเลือกที่ 1 ผิด เพราะไลโซโซมทําหน้าที่ย่อยสลายสารและออร์แกเนลล์ภายในเซลล์ ไม่ได้ใช้ tRNA ในการทํางาน
ตัวเลือกที่ 3 ผิด เพราะไมโทคอนเดรียทําหน้าที่สร้างพลังงาน (ATP) ให้แก่เซลล์ผ่านกระบวนการหายใจระดับเซลล์
ตัวเลือกที่ 4 ผิด เพราะกอลจิคอมเพล็กซ์ทําหน้าที่รวบรวม ดัดแปลง และบรรจุโปรตีนใส่เวสิเคิลเพื่อส่งออกไม่ได้เป็นสถานที่แปลรหัสด้วย tRNA
ตัวเลือกที่ 5 ผิด เพราะเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมแบบผิวเรียบ (SER) ทําหน้าที่สังเคราะห์สารจําพวกลิพิดและกําจัดสารพิษ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทํางานของ tRNA
ตัวอย่างข้อสอบ A Level ฟิสิกส์
1. อะตอมไฮโดรเจนเปลี่ยนระดับพลังงานจากสถานะที่ 7 ไปยังสถานะพื้นที่มีพลังงาน -13.6 อิเล็กตรอนโวลต์ โดยแผ่รังสีที่มีพลังงาน 10.2 อิเล็กตรอนโวลต์ ออกมา
คำถาม มีค่าเท่าใด
คำตอบที่ถูกต้องคือ 2
เฉลยละเอียด
จากทฤษฎีอะตอมไฮโดรเจนของโบร์ พลังงานของโฟตอนที่คายออกมาจากการเปลี่ยนระดับพลังงานหาได้จาก ΔΕ = Ε – Ε ΔΕ = Ε – Ε 10.2\mathfrak{e}*V = (- 13.6\mathfrak{e}*V)/(n ^ 2) – (- 13.6\mathfrak{e}*V) n ^ 2 = 4 n = 2 n ^ 2 = (- 13.6eV)/(- 3.4eV) – 3.4eV = (- 13.6eV)/(n ^ 2)
ดังนั้น มีค่าเท่ากับ 2
2. วัตถุเคลื่อนที่ในแนวตรงไปข้างหน้าเป็นเวลา 10.0 วินาที ได้ระยะทาง 75.0 เมตร และขณะนั้นอัตราเร็วมีค่า 2.0 เมตรต่อวินาที โดยตลอดช่วงการเคลื่อนที่นี้ วัตถุเคลื่อนที่ข้าลงด้วยความเร่งคงตัว คำถาม ขนาดความเร่งของวัตถุมีค่ากี่เมตรต่อวินาที
- 0.7
- 0.9
- 1.1
- 1.3
- 1.5
คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ 3.
ตัวอย่างข้อสอบ A Level อังกฤษ
Directions: Choose the best answer to rearrange the following statements into a logical paragraph.
A. Being an introvert can present challenges, particularly in social situations where extroversion is often celebrated.
B. In the long run, embracing one’s introverted nature while actively engaging in social settings can foster personal growth and enhance relationships over time.
C. Additionally, introverts can benefit from seeking smaller gatherings, which often create a more comfortable atmosphere for meaningful connections.
D. However, recognizing this trait can lead to effective strategies for managing interactions, such as preparing conversation topics in advance.
- A-D-C-B
- A-D-B-C
- A-B-D-C
- A-B-C-D
2. A. Choosing between these options ultimately depends on individual preferences and financial considerations, making it crucial to align one’s goals with the type of university that best supports them.
B. For instance, while both types of institutions offer a variety of academic programs, the funding sources often lead to contrasting educational environments.
C. Students at public universities may also benefit from lower tuition fees, whereas those at private institutions often enjoy smaller class sizes and more personalized attention.
D. Studying at public and private universities presents both similarities and differences that can significantly impact a student’s experience.
- A-C-B-D
- D-A-B-C
- D-B-C-A
- A-B-C-D
29. คําตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 1. A-D-C-B
บทความนี้จัดเรียงเนื้อหาตามลํา ดับการนํา เสนอข้อจํา กัด การเสนอทางออก และการสรุปผล ประโยชน์ในระยะยาว โดยเริ่มต้นย่อย่ หน้าด้วยตัวเลือก A ในการเกริ่นถึงความท้าทายของคนชอบเก็บตัวใน สังคม จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่ตัสู่ ตัวเลือก D ด้วยคํา เชื่อมขัดแย้ง “However” ร่วร่ มกับกลุ่มคํา นาม “this trait” ซึ่ง อ้างอิงกลับไปที่ลักษณะนิสัยชอบเก็บตัวในประโยค A ว่า แต่การตระหนักรู้ในลักษณะนิสัยนี้จะช่วยให้เรามีกลยุทธ์ในการรับมือกับปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ถัดมาในตัวเลือก C ได้ใช้คํา เชื่อมเสริมความ “Additionally” เพื่อระบุเพิ่มเติมว่าคนชอบเก็บตัวยังได้รับประโยชน์จากการมองหาการรวมตัวขนาดเล็ก และปิดท้ายย่อหน้าด้วยตัวเลือก B ซึ่งใช้คํา บอกช่วช่ งเวลา “In the long run” เพื่อสรุปผลลัพธ์และประโยชน์ในระยะยาวของการยอมรับธรรมชาติของการเป็นคนชอบเก็บตัวควบคู่ไปกับการมีส่วส่ นร่วร่ มในสังคมอย่างกระตือรือร้น ดังนั้นลําดับที่ถูกต้องจึงเป็น A-D-C-B
30. คําตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 3. D-B-C-A
บทความนี้จัดเรียงเนื้อหาตามลํา ดับเปรียบเทียบจากภาพรวมไปสู่กสู่ ารยกตัวอย่าย่ งและสรุปคํา แนะนําโดยเริ่มต้นย่อย่ หน้าด้วยตัวเลือก D ที่นํา เสนอหัวข้อหลัก คือ การเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐบาลและเอกชน จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่ ตัวเลือก B โดยใช้คํา เชื่อมยกตัวอย่าง “For instance” เพื่ออธิบายความแตกต่างในภาพกว้างเรื่องแหล่งเงินทุนและสภาพแวดล้อม ถัดมาในตัวเลือก C ได้ ขยายความรายละเอียดเปรียบเทียบที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการศึกษาและขนาดห้องเรียน และปิดท้ายย่อหน้าด้วยตัวเลือก A ซึ่งใช้กลุ่มคํา นาม “Choosing between these options” อ้างอิงกลับไปยังตัวเลือกมหาวิทยาลัยทั้งสองประเภท พร้อมใช้คํา วิเศษณ์ “ultimately” เพื่อสรุปข้อแนะนํา ในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษา ดังนั้นลําดับที่ถูกต้องจึงเป็น D-B-C-A
แจกข้อสอบ A-Level พร้อมเฉลย ฟรี!!
ดาวน์โหลดข้อสอบ A-Level ไว้ฝึกทำเพิ่มความมั่นใจก่อนลงสนามจริง
คณิตศาสตร์
เคมี
ชีวะ
ฟิสิกส์
ภาษาอังกฤษ
เตรียมตัวสอบ A Level 70 ยังไงให้คะแนนปัง กับ OnDemand ?
เนื้อหาวิชา A Level ที่เยอะอาจทำให้น้อง ๆ เป็นกังวลในเรื่องของการจัดสรรเวลาอ่านหนังสือ แต่การมีตัวช่วยที่เข้าใจระบบสอบและรู้ลึกถึงแก่นของข้อสอบ A Level จะช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มความมั่นใจให้กับน้อง ๆ ได้ ที่ OnDemand ทีมพี่ ๆ ติวเตอร์พร้อมช่วยวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน และย่อยเนื้อหายาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ช่วยให้น้อง ๆ สามารถวางแผนเตรียมตัวได้ดีขึ้น และไปถึงเป้าหมายอย่างที่ใจต้องการ
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อสอบ A Level 70 (FAQs)
Q: สอบ A Level คืออะไร จำเป็นต้องสอบทุกคนไหม ?
A: การสอบ A Level คือการทดสอบความรู้เชิงวิชาการเพื่อนำคะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องสอบทุกคน แต่หากคณะหรือมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ อยากเข้ากำหนดให้ใช้คะแนน A Level เป็นเกณฑ์ ก็จำเป็นต้องสอบเพื่อให้ได้คะแนนในรายวิชานั้น ๆ
Q: A Level มีวิชาอะไรบ้างที่เปิดให้สอบ ?
A: มีทั้งหมด 10 วิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ (1 และ 2), ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, วิทยาศาสตร์ประยุกต์, ภาษาไทย, สังคมศึกษา, ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศที่เลือกสอบได้ตามสายการเรียน
Q: ตารางสอบ A Level 70 จัดสอบช่วงเดือนไหน ?
A: ตามปฏิทินของ DEK70 จะเปิดรับสมัครช่วงปลายเดือนมกราคม และทำการจัดสอบในช่วงวันที่ 8 – 10 มีนาคม 2570
Q: หาแนวข้อสอบ A Level เพื่อเตรียมตัวได้จากที่ไหน ?
A: สามารถฝึกทำข้อสอบเก่าและดูแนวทางข้อสอบแบบเจาะลึกรายวิชาได้ที่ บทความและคอร์สเรียนติวเข้มของทาง OnDemand ซึ่งมีการเก็งข้อสอบที่แม่นยำ
Q: ข้อสอบ A Level ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ได้คะแนนสูง ?
A: ควรเริ่มจากการเช็กเกณฑ์ของคณะที่อยากเข้าว่าใช้วิชาอะไรบ้าง จากนั้นจัดตารางอ่านหนังสือตามน้ำหนักคะแนน และฝึกทำโจทย์จับเวลาจริงอย่างสม่ำเสมอ













