สรุปสูตร พีทาโกรัส ม.2 อธิบายครบทุกประเด็น พร้อมตัวอย่างโจทย์และวิธีทำอย่างละเอียด

พีทาโกรัส ม.2

Key Takeaways:

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ใช้สำหรับหาความยาวด้านของ สามเหลี่ยมมุมฉาก เมื่อทราบความยาวด้านอย่างน้อย 2 ด้าน สูตรหลักในการคำนวณคือ a^2 + b^2 = c^2 โดยที่ c คือความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก ซึ่งเป็นด้านที่ยาวที่สุดเสมอ การจำชุดตัวเลขพีทาโกรัสยอดฮิต เช่น 3-4-5 หรือ 5-12-13 จะช่วยให้ทำข้อสอบเรื่อง พีทาโกรัส ม.2 ได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส ใช้ในการตรวจสอบว่าสามเหลี่ยมที่กำหนดความยาวด้านมาให้นั้นเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่

Table of Contents

พีทาโกรัส ม.2

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส คืออะไร? ปูพื้นฐานสำหรับนักเรียน ม.2

วิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หนึ่งในบทเรียนที่มีความสำคัญและถูกนำไปใช้ต่อยอดในระดับชั้นที่สูงขึ้นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่อง พีทาโกรัส ม.2 ทฤษฎีบทนี้เป็นเครื่องมือที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของด้านทั้งสามของ สามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งถูกค้นพบโดยนักคณิตศาสตร์ชาวกรีกโบราณนามว่า “พีทาโกรัส” (Pythagoras) แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าชาวบาบิโลเนียและชาวอียิปต์โบราณจะเคยใช้ความสัมพันธ์นี้มาก่อนหน้าแล้ว แต่พีทาโกรัสคือบุคคลแรกที่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์นี้ได้อย่างเป็นระบบทางคณิตศาสตร์

การทำความเข้าใจเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การท่องจำสูตรเพื่อไปกาคำตอบในห้องสอบเท่านั้น แต่ในชีวิตประจำวันของเรา ทฤษฎีนี้ยังถูกนำไปใช้ในงานสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง การสำรวจพื้นที่ หรือแม้กระทั่งการคำนวณระยะทางการเดินทางของระบบ GPS ดังนั้นการปูพื้นฐานให้แน่นตั้งแต่ระดับ ม.2 จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การเรียนเรื่องเรขาคณิตในอนาคตกลายเป็นเรื่องง่าย

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ต้น : ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและอัตราส่วนตรีโกณมิติ กับ OnDemand

ส่วนประกอบสำคัญของสามเหลี่ยมมุมฉาก

ก่อนที่เราจะข้ามไปดู สูตรพีทาโกรัส สิ่งแรกที่นักเรียนทุกคนต้องแม่นยำคือการจำแนกส่วนประกอบของรูป สามเหลี่ยมมุมฉาก ให้ถูกต้อง เพราะหากเราแทนค่าสลับด้านกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะผิดพลาดทันที รูปสามเหลี่ยมมุมฉากจะประกอบไปด้วยด้าน 3 ด้านที่มีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้:

  • ด้านตรงข้ามมุมฉาก (Hypotenuse): มักแทนด้วยตัวแปร c เป็นด้านที่อยู่ตรงข้ามกับมุมฉากที่มีขนาด 90^\circ พอดี ด้านนี้มีคุณสมบัติที่สำคัญมากคือ เป็นด้านที่ยาวที่สุดในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากเสมอ
  • ด้านประกอบมุมฉาก (Legs): มักแทนด้วยตัวแปร a และ b เป็นด้านสองด้านที่ลากมาบรรจบกันจนเกิดเป็นมุมฉาก คุณสามารถสลับให้ด้านใดเป็น a หรือ b ก็ได้ โดยไม่มีผลต่อการคำนวณในสูตร

ข้อควรระวังที่พบบ่อยในข้อสอบคือ โจทย์มักจะหมุนรูปสามเหลี่ยมไปในทิศทางต่างๆ ทำให้บางครั้งนักเรียนมองพลาดว่าด้านใดคือด้านที่ยาวที่สุด วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือให้มองหาเครื่องหมายมุมฉาก (สี่เหลี่ยมเล็กๆ ตรงมุม) แล้วมองไปยังฝั่งตรงข้าม ด้านนั้นคือด้าน c เสมอ

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

เปิดสูตรพีทาโกรัสและการพิสูจน์เชิงเรขาคณิต

เมื่อเราเข้าใจส่วนประกอบแล้ว มาถึงหัวใจสำคัญนั่นคือ สูตรพีทาโกรัส ใจความของทฤษฎีบทนี้กล่าวไว้ว่า “ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านตรงข้ามมุมฉาก จะเท่ากับผลรวมของพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านประกอบมุมฉากทั้งสองด้าน”

ข้อความดังกล่าวสามารถสรุปออกมาเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่สั้นและจำง่ายได้ดังนี้:

a^2 + b^2 = c^2

หากเราต้องการแตกสูตรออกมาเพื่อใช้หาค่าความยาวด้านแต่ละด้านโดยตรง จะสามารถย้ายข้างสมการและถอดรากที่สอง (Square Root) ได้ดังนี้:

  1. การหาด้านตรงข้ามมุมฉาก (c): c = \sqrt{a^2 + b^2}
  2. การหาด้านประกอบมุมฉาก (a): a = \sqrt{c^2 – b^2}
  3. การหาด้านประกอบมุมฉาก (b): b = \sqrt{c^2 – a^2}

หากพิจารณาเชิงพื้นที่ ให้จินตนาการว่าเราสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสแนบไปกับด้านทั้งสามของสามเหลี่ยม สมมติตัวอย่างง่ายๆ ถ้าด้านประกอบมุมฉากยาว 3 และ 4 หน่วย พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เกิดขึ้นจะเป็น 3^2 = 9 และ 4^2 = 16 เมื่อนำพื้นที่มารวมกันจะได้ 9 + 16 = 25 ซึ่ง 25 นี้ก็คือพื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านที่ยาวที่สุด (c^2) เมื่อถอดสแควรูทออกมาจะได้ c = 5 หน่วยนั่นเอง

ตารางชุดตัวเลขพีทาโกรัสยอดฮิตที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

ในการทำข้อสอบ พีทาโกรัส ม.2 เวลาถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก หากเราต้องมานั่งคิดเลขยกกำลังสองและถอดรูททุกข้ออาจทำให้ทำข้อสอบไม่ทัน คุณครูและผู้เชี่ยวชาญจึงมักแนะนำให้นักเรียนจดจำ “ชุดตัวเลขพีทาโกรัสยอดฮิต” (Pythagorean Triples) ซึ่งเป็นอัตราส่วนความยาวด้านที่เป็นจำนวนเต็มที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุด

ชุดตัวเลขพื้นฐาน

ด้านประกอบ (a)

ด้านประกอบ (b)

ด้านตรงข้ามมุมฉาก (c)

ตัวอย่างการขยายอัตราส่วน (คูณ 2)

ชุดที่ 1

3

4

5

6, 8, 10

ชุดที่ 2

5

12

13

10, 24, 26

ชุดที่ 3

7

24

25

14, 48, 50

ชุดที่ 4

8

15

17

16, 30, 34

ชุดที่ 5

9

40

41

18, 80, 82

เทคนิคคิดลัดขั้นเทพ: คุณสมบัติที่น่าอัศจรรย์ของอัตราส่วนเหล่านี้คือ ถ้านำจำนวนเต็มใดๆ มาคูณเข้ากับทุกตัวในชุดความยาวเดิม ความยาวชุดใหม่ที่ได้ก็ยังคงเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากเสมอ เช่น ถ้าโจทย์ให้ด้านประกอบยาว 6 และ 8 หน่วย เราสามารถมองทะลุได้ทันทีว่ามันมาจากชุดพื้นฐาน 3-4-5 ที่โดนคูณด้วย 2 ดังนั้นคำตอบด้านตรงข้ามมุมฉากย่อมเท่ากับ 5 \times 2 = 10 หน่วยทันทีโดยไม่ต้องตั้งคำนวณให้เสียเวลา

บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัสคืออะไร?

นอกจากสูตรปกติแล้ว ข้อสอบปลายภาคและแนวข้อสอบแข่งขันมักจะทดสอบเรื่อง บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส อีกด้วย ความหมายของบทกลับคือการคิดย้อนกลับ กล่าวคือ “ถ้ารูปสามเหลี่ยมใดๆ มีผลรวมของกำลังสองของความยาวของด้านสองด้านเท่ากับกำลังสองของความยาวของด้านที่สามแล้ว รูปสามเหลี่ยมนั้นจะเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก”

หลักการนำไปใช้ตรวจสอบรูปสามเหลี่ยมที่โจทย์กำหนดความยาวด้านมาให้ทั้ง 3 ด้าน (ให้ c เป็นด้านที่ยาวที่สุด):

  • ถ้าคำนวณแล้วได้ a^2 + b^2 = c^2 แสดงว่าเป็น รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก
  • ถ้าคำนวณแล้วได้ a^2 + b^2 > c^2 แสดงว่าเป็น รูปสามเหลี่ยมมุมแหลม (มุมทุกมุมกางน้อยกว่า 90^\circ)
  • ถ้าคำนวณแล้วได้ a^2 + b^2 < c^2 แสดงว่าเป็น รูปสามเหลี่ยมมุมป้าน (มีมุมหนึ่งมุมกางมากกว่า 90^\circ)

ประเด็นนี้มักเป็นข้อสอบประเภทหลอกลวง นักเรียนต้องนำด้านที่ยาวที่สุดไปยกกำลังสองแยกไว้เดี่ยวๆ เสมอ ห้ามจับคู่ผิดเด็ดขาด

  

  

ตะลุยโจทย์พีทาโกรัส ม.2 แยกตามระดับความยากพร้อมเฉลยละเอียด

เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญ เรามาลองฝึกทำ โจทย์พีทาโกรัส ม.2 ที่คัดสรรมาตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นประยุกต์ใช้จริง

โจทย์ระดับที่ 1: การหาความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก (ระดับพื้นฐาน)

โจทย์: รูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่ง มีด้านประกอบมุมฉากยาว 12 เซนติเมตร และ 16 เซนติเมตร จงหาความยาวของด้านตรงข้ามมุมฉาก

วิธีทำ:

กำหนดให้ a = 12, b = 16 และต้องการหาค่า c

จากสูตรพีทาโกรัส: a^2 + b^2 = c^2

แทนค่าในสมการ: 12^2 + 16^2 = c^2

144 + 256 = c^2400 = c^2

เนื่องจาก 20 \times 20 = 400 ดังนั้น c = 20

ตอบ: ด้านตรงข้ามมุมฉากยาว 20 เซนติเมตร

(หมายเหตุ: ข้อนี้หากใช้เทคนิคคิดลัดจากอัตราส่วน 3-4-5 โดยคูณด้วย 4 จะได้ความยาวเป็น 12-16-20 ได้คำตอบทันใจภายใน 3 วินาที!)

  

  

โจทย์ระดับที่ 2: การหาความยาวด้านประกอบมุมฉากเมื่อตัวเลขติดรากที่สอง

โจทย์: รูปสามเหลี่ยมมุมฉากมีด้านตรงข้ามมุมฉากยาว 10 หน่วย และมีด้านประกอบมุมฉากด้านหนึ่งยาว 6 หน่วย จงหาความยาวของด้านประกอบมุมฉากที่เหลือ

วิธีทำ:

กำหนดให้ c = 10 (ด้านที่ยาวที่สุด), a = 6 และต้องการหาค่า b

จากสูตรย้ายข้าง: b^2 = c^2 – a^2

แทนค่าในสมการ: b^2 = 10^2 – 6^2

b^2 = 100 – 36b^2 = 64

เนื่องจาก 8 \times 8 = 64 ดังนั้น b = 8

ตอบ: ด้านประกอบมุมฉากที่เหลือยาว 8 หน่วย

  

  

โจทย์ระดับที่ 3: โจทย์ปัญหาประยุกต์ในชีวิตประจำวัน (บันไดพาดกำแพง)

โจทย์: บันไดยาว 25 ฟุต พาดอยู่กับกำแพงตึก โดยที่โคนบันไดห่างจากตึกเป็นระยะทาง 7 ฟุต อยากทราบว่าปลายบนของบันไดจะอยู่สูงจากพื้นดินกี่ฟุต

วิธีทำ:

เมื่อเราวาดรูปจำลองสถานการณ์ จะพบว่าบันไดทำหน้าที่เป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก (c = 25) ระยะห่างจากโคนบันไดถึงกำแพงคือด้านประกอบมุมฉากแนวนอน (a = 7) และความสูงของกำแพงคือด้านประกอบมุมฉากแนวตั้งที่เราต้องการหา (b)

จากสูตร: b^2 = c^2 – a^2

แทนค่า: b^2 = 25^2 – 7^2

b^2 = 625 – 49b^2 = 576

เมื่อพิจารณาตัวเลขที่ยกกำลังสองแล้วได้ 576 นั่นคือ 24 (เนื่องจาก 24 \times 24 = 576)

ดังนั้น b = 24

ตอบ: ปลายบนของบันไดอยู่สูงจากพื้นดิน 24 ฟุต

(เทคนิคคิดลัด: จำชุดตัวเลขมหัศจรรย์ 7-24-25 ได้ จะตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณ)

  

  

โจทย์ระดับที่ 4: โจทย์ประยุกต์รูปทรงสองมิติซ้อนกัน (ขั้นสูงสำหรับสอบแข่งขัน)

โจทย์: รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปหนึ่งมีเส้นรอบรูปยาว 34 เซนติเมตร และมีด้านกว้างยาว 5 เซนติเมตร จงหาความยาวของเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้

วิธีทำ:

  1. ขั้นแรกต้องหาความยาวของด้านยาวของสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อน จากสูตร \text{เส้นรอบรูป} = 2 \times (\text{กว้าง} + \text{ยาว})
  2. แทนค่า: 34 = 2 \times (5 + \text{ยาว}) จากนั้นนำ 2 ไปหารทั้งสองข้าง จะได้ 17 = 5 + \text{ยาว} ดังย้ัน ด้านยาว = 12 เซนติเมตร
  3. เมื่อลากเส้นทแยงมุม จะแบ่งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากสองรูป โดยด้านกว้าง (5 ซม.) และด้านยาว (12 ซม.) ทำหน้าที่เป็นด้านประกอบมุมฉาก ส่วนเส้นทแยงมุมคือด้านตรงข้ามมุมฉาก (c)
  4. ใช้สูตรพีทาโกรัส: c^2 = 5^2 + 12^2 = 25 + 144 = 169
  5. ถอดรากที่สองของ 169 จะได้ c = 13 (เนื่องจาก 13 \times 13 = 169)

ตอบ: เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 13 เซนติเมตร

  

  

เทคนิคการทำข้อสอบพีทาโกรัสให้ได้คะแนนเต็ม

เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถผ่านสมรภูมิการสอบเรื่อง พีทาโกรัส ม.2 ไปได้อย่างราบรื่นและได้คะแนนเต็ม ต่อไปนี้คือเคล็ดลับจากติวเตอร์ชื่อดัง:

  • วาดภาพประกอบทุกครั้ง: เมื่อเจอโจทย์ปัญหาที่เป็นตัวหนังสือยาวๆ อย่าพยายามจินตนาการในหัว ให้รีบร่างรูปสามเหลี่ยมมุมฉากลงบนกระดาษทด เติมข้อมูลความยาวด้านที่โจทย์ให้มา จะช่วยลดความสับสนได้กว่า 80\%
  • ตรวจสอบหน่วยให้รอบคอบ: บางครั้งโจทย์หลอกโดยการให้หน่วยวัดมาไม่เหมือนกัน เช่น บันไดยาวเป็นเมตร แต่ระยะห่างจากตึกเป็นเซนติเมตร ต้องแปลงหน่วยให้เป็นระบบเดียวกันก่อนนำไปเข้าสูตร
  • ฝึกฝนการถอดรูทและเลขยกกำลังสอง: ควรฝึกเขียนเลขยกกำลังสองตั้งแต่ 1^2 ถึง 30^2 ให้ชินตา เพราะเมื่อเห็นตัวเลขผลลัพธ์ในสมการ เช่น 225, 289, 625 สมองจะสามารถนึกย้อนกลับเป็น 15, 17, 25 ได้โดยอัตโนมัติ
  • ใช้เทคนิคตัดช้อยส์ด้วยหลักด้านที่ยาวที่สุด: หากเป็นข้อสอบปรนัย (กากบาท) แล้วโจทย์สั่งให้หาด้านตรงข้ามมุมฉาก (c) ช้อยส์ข้อใดที่มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับด้านที่โจทย์กำหนดมาให้ สามารถตัดทิ้งได้ทันทีเพราะด้าน c ต้องยาวที่สุดเสมอ

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับพีทาโกรัส ม.2

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสใช้กับรูปสามเหลี่ยมทั่วไปที่ไม่มีมุมฉากได้หรือไม่?

A: ไม่ได้เด็ดขาด ทฤษฎีบทพีทาโกรัส (a^2 + b^2 = c^2) จะใช้ได้กับรูป สามเหลี่ยมมุมฉากเท่านั้น หากเป็นสามเหลี่ยมรูปแบบอื่น เช่น สามเหลี่ยมด้านเท่าหรือสามเหลี่ยมมุมป้าน จะต้องใช้ความรู้เรื่องกฎของโคไซน์ (Law of Cosines) ในระดับมัธยมปลายในการคำนวณแทน

A: จำเป็นมาก บทกลับมีประโยชน์ในการพิสูจน์ชนิดของสามเหลี่ยม วิธีการคือ นำด้านที่ยาวที่สุดมายกกำลังสองเทียบกับผลรวมกำลังสองของสองด้านที่เหลือ ถ้าเท่ากันเป็นมุมฉาก ถ้าด้านยาวที่สุดยกกำลังสองแล้วมีค่าน้อยกว่าจะเป็นมุมแหลม และถ้ายาวกว่าจะเป็นมุมป้าน

A: สำหรับระดับชั้น ม.2 หากตัวเลขนั้นไม่สามารถถอดรากที่สองออกมาเป็นจำนวนเต็มได้ (เช่น \sqrt{20} หรือ \sqrt{50}) รูปแบบคำตอบที่ยอมรับได้ส่วนใหญ่คือการทำให้อยู่ในรูปรากที่สองอย่างง่าย เช่น \sqrt{20} แปลงเป็น 2\sqrt{5} หรือหากโจทย์ต้องการทศนิยม ให้ทำการประมาณค่าคร่าวๆ เช่น \sqrt{20} มีค่าประมาณ 4.47 เป็นต้น

A: ได้แน่นอน อัตราส่วนยังคงเป็นจริงเสมอแม้ถูกคูณด้วยทศนิยม เช่น ถ้านำ 0.5 ไปคูณในชุด 3-4-5 จะได้ความยาวด้านเป็น 1.5 – 2 – 2.5 ซึ่งก็ยังคงฟอร์มรูปเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากที่ถูกต้องตามกฎของพีทาโกรัส

หวังว่าบทความสรุปเนื้อหา พีทาโกรัส ม.2 นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจและมีความมั่นใจในการทำข้อสอบคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น อย่าลืมหมั่นฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ นะครับ!

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ