เซต ม.4 อธิบายเนื้อหาครบ สรุปสูตร พร้อมตัวอย่างโจทย์ ม.ปลาย

Key Takeaways: เซตคือกลุ่มของสิ่งต่างๆ ที่สามารถระบุสมาชิกได้อย่างชัดเจน (Well-defined) เช่น เซตของวันในหนึ่งสัปดาห์ การเขียนเซตมี 2 รูปแบบหลัก คือ แบบแจกแจงสมาชิก และแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในข้อสอบการดำเนินการของเซต (Operations) มี 4 รูปแบบที่ต้องจำให้แม่น ได้แก่ ยูเนียน (Union), อินเตอร์เซกชัน (Intersection), คอมพลีเมนต์ (Complement) และผลต่าง (Difference) สูตรจำนวนสมาชิกของเซตจำกัด โดยใช้แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ เป็นเครื่องมือทำคะแนนสูงสุดในข้อสอบ A-Level และข้อสอบโรงเรียน

Table of Contents

เซต

 

บทนำ: ทำไมเรื่อง “เซต” ถึงเป็นหัวใจของคณิตศาสตร์ ม.ปลาย

เมื่อนักเรียนก้าวเข้าสู่รั้วมัธยมศึกษาตอนปลาย บทเรียนแรกในวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมและคณิตศาสตร์พื้นฐานที่ทุกคนต้องเจอคือเรื่อง “เซต (Sets)” หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องนี้? คำตอบคือ เซตไม่ใช่เพียงแค่บทเรียนหนึ่งแยกเดี่ยวๆ แต่เป็น “ภาษา” และ “รากฐาน” ของคณิตศาสตร์สมัยใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ระบบจำนวนจริง ตรรกศาสตร์ หรือแม้กระทั่งความน่าจะเป็น ล้วนใช้สัญลักษณ์และแนวคิดของเซตในการอธิบายทั้งสิ้น

การทำความเข้าใจเรื่องเซตอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ ม.4 จะช่วยปรับวิธีคิดเชิงตรรกะ ทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจเงื่อนไขที่ซับซ้อนในโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกตั้งแต่ศูนย์จนถึงขั้นประยุกต์ทำข้อสอบ ม.ปลาย ได้อย่างมั่นใจ

สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ปลาย : เซต กับ OnDemand

ความหมายและพื้นฐานเบื้องต้นของเซต

ในทางคณิตศาสตร์ คำว่า “เซต” (Set) ใช้แทนกลุ่มของสิ่งของ ข้อความ ตัวเลข หรือวัตถุใดๆ ก็ตาม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ สิ่งที่อยู่ในกลุ่มนั้นจะต้องมีความชัดเจน (Well-defined) หมายความว่าเมื่อเราพูดถึงเซตนั้นแล้ว ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าสิ่งใดอยู่ในเซตและสิ่งใดไม่อยู่ในเซต

ตัวอย่างเช่น:

  • เป็นเซต: “เซตของสระในภาษาอังกฤษ” (เราบอกได้ทันทีว่ามี a, e, i, o, u) หรือ “เซตของจำนวนเต็มบวกที่น้อยกว่า 5” (มี 1, 2, 3, 4)
  • ไม่เป็นเซต: “กลุ่มของคนหน้าตาดีในห้องเรียน” หรือ “เซตของหนังสือที่สนุกที่สุด” เนื่องจากคำว่า “หน้าตาดี” หรือ “สนุก” เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล (Subjective) ไม่สามารถระบุสมาชิกได้แน่นอนชัดเจนสำหรับทุกคน

สิ่งที่อยู่ภายในเซต เราจะเรียกว่า “สมาชิก” (Elements หรือ Members) ของเซต สัญลักษณ์ที่ใช้แทนการเป็นสมาชิกคือ ∈ และถ้าไม่เป็นสมาชิกจะใช้สัญลักษณ์ ∉ การทำความเข้าใจระบบสัญลักษณ์นี้จะป้องกันข้อผิดพลาดพื้นฐานที่มักพบในข้อสอบกลางภาคและปลายภาคของนักเรียน ม.4 ได้เป็นอย่างดี

รูปแบบการเขียนเซตและการระบุสมาชิก

เรานิยมใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น A, B, C, … เพื่อแทนชื่อเซต และใช้เครื่องหมายปีกกา { } ครอบสมาชิกทั้งหมด โดยแบ่งสมาชิกแต่ละตัวด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) การเขียนเซตมี 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้:

การเขียนเซตแบบแจกแจงสมาชิก

เป็นการเขียนสมาชิกทุกตัวลงในปีกกาให้เห็นเด่นชัด เหมาะสำหรับเซตที่มีสมาชิกจำนวนไม่มาก หรือเซตที่มีรูปแบบชัดเจนจนสามารถใช้จุดสามจุด (…) เพื่อละสมาชิกในฐานที่เข้าใจได้

  • ตัวอย่างที่ 1: เซตของจำนวนคู่บวกที่น้อยกว่า 10 เขียนแทนด้วย A = {2, 4, 6, 8}
  • ตัวอย่างที่ 2: เซตของพยัญชนะในคำว่า “MATHEMATICS” เขียนแทนด้วย B = {M, A, T, H, E, I, C, S} (หมายเหตุ: สมาชิกที่ซ้ำกันให้เขียนเพียงตัวเดียวเท่านั้น)
  • ตัวอย่างที่ 3: เซตของจำนวนเต็มบวกตั้งแต่ 1 ถึง 100 เขียนแทนด้วย C = {1, 2, 3, …, 100}

การเขียนเซตแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก

เป็นการใช้ตัวแปร (เช่น x) แทนสมาชิกในเซต แล้วตามด้วยเครื่องหมายขีดตั้ง | (อ่านว่า “โดยที่”) จากนั้นเขียนเงื่อนไขหรือคุณสมบัติของตัวแปรนั้น รูปแบบนี้จำเป็นมากสำหรับเซตที่มีสมาชิกจำนวนมากหรือเป็นอนันต์

  • ตัวอย่างที่ 1: D = {x | x เป็นจำนวนเต็มบวกที่น้อยกว่า 5} อ่านว่า เซต D ประกอบด้วยสมาชิก x โดยที่ x เป็นจำนวนเต็มบวกที่น้อยกว่า 5 ซึ่งเมื่อแจกแจงจะได้ D = {1, 2, 3, 4}
  • ตัวอย่างที่ 2: E = {x ∈ ℝ | x2 – 4 = 0} หมายถึง เซตของจำนวนจริง x โดยที่ x ยกกำลังสองแล้วลบด้วย 4 เท่ากับ 0 เมื่อแก้สมการจะได้ E = {-2, 2}

ประเภทของเซต: เซตจำกัด เซตอนันต์ และเซตว่าง

การแบ่งประเภทของเซตพิจารณาจากจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ในเซตนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้:

  1. เซตว่าง (Empty Set หรือ Null Set): คือเซตที่ไม่มีสมาชิกอยู่เลย สัญลักษณ์ที่ใช้แทนเซตว่างคือ ∅ หรือ { } (ระวังข้อควรระวังสำคัญ: {∅} ไม่ใช่เซตว่าง แต่เป็นเซตที่มีเซตว่างเป็นสมาชิก มีจำนวนสมาชิกเท่ากับ 1) ตัวอย่างเช่น เซตของจำนวนเต็มที่อยู่ระหว่าง 1 กับ 2
  2. เซตจำกัด (Finite Set): คือเซตที่เราสามารถระบุจำนวนสมาชิกเป็นจำนวนเต็มบวกใดๆ หรือศูนย์ได้ชัดเจน เช่น เซตของสระในภาษาอังกฤษ มีสมาชิก 5 ตัว, เซตว่างก็นับว่าเป็นเซตจำกัดเนื่องจากมีสมาชิก 0 ตัว
  3. เซตอนันต์ (Infinite Set): คือเซตที่ไม่ใช่เซตจำกัด หรือเซตที่มีสมาชิกมากมายมหาศาลจนไม่สามารถนับจำนวนให้สิ้นสุดได้ เช่น เซตของจำนวนเต็มบวกทั้งหมด I+ = {1, 2, 3, …} หรือเซตของจุดบนเส้นตรง

ความสัมพันธ์ระหว่างเซต: เซตที่เท่ากัน สับเซต และเพาเวอร์เซต

เมื่อเราพิจารณาเซตมากกว่าหนึ่งเซต เราสามารถหาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ด้วยแนวคิดพื้นฐานต่อไปนี้:

เซตที่เท่ากัน (Equal Sets)

เซต A และเซต B จะเท่ากัน (เขียนแทนด้วย A = B) ก็ต่อเมื่อ เซตทั้งสองมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัว โดยไม่สนใจลำดับการเขียนและไม่สนใจการเขียนซ้ำ เช่น ถ้า A = {1, 2, 3} และ B = {3, 2, 1, 1} จะได้ว่า A = B

สับเซต (Subset)

เซต A เป็น สับเซต ของเซต B (เขียนแทนด้วย A ⊆ B) ก็ต่อเมื่อ สมาชิกทุกตัวของเซต A เป็นสมาชิกของเซต B ด้วย

สมบัติสำคัญของสับเซตที่ต้องจำเพื่อใช้ในห้องสอบ:

  • เซตว่างเป็นสับเซตของทุกเซต (∅ ⊆ A เสมอ)
  • ตัวมันเองเป็นสับเซตของตัวมันเอง (A ⊆ A เสมอ)
  • ถ้าเซต A มีจำนวนสมาชิก n ตัว จำนวนสับเซตทั้งหมดของเซต A จะเท่ากับ 2n สับเซต
  • สับเซตแท้ (Proper Subset): เซต A จะเป็นสับเซตแท้ของ B (เขียนแทนด้วย A ⊂ B) ก็ต่อเมื่อ A ⊆ B และ A ≠ B (จำนวนสับเซตแท้จะเท่ากับ 2n – 1)

เพาเวอร์เซต (Power Set)

เพาเวอร์เซตของเซต A เขียนแทนด้วย P(A) คือ เซตที่รวบรวมเอาสับเซตทั้งหมดของเซต A มาเป็นสมาชิก พูดง่ายๆ คือ เอาสับเซตทั้งหมดที่หาได้มาใส่เครื่องหมายปีกกาครอบอีกชั้นหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น: ถ้า A = {1, 2}

  • สับเซตทั้งหมดของ A คือ ∅, {1}, {2}, {1, 2}
  • ดังนั้น เพาเวอร์เซต P(A) = {∅, {1}, {2}, {1, 2}}
  • จำนวนสมาชิกของเพาเวอร์เซต n(P(A)) จะเท่ากับจำนวนสับเซตทั้งหมด คือ 2n(A) ซึ่งในที่นี้คือ 22 = 4 ตัว

การดำเนินการของเซต (Set Operations)

การดำเนินการของเซตเปรียบเสมือนการ บวก ลบ คูณ หาร ในระบบจำนวน โดยเป็นการนำเซตมาสร้างเป็นเซตใหม่ภายใต้ขอบเขตของ เอกภพสัมพัทธ์ (Universal Set เขียนแทนด้วย U) ซึ่งเป็นเซตที่กำหนดขอบเขตของสมาชิกทั้งหมดที่เรากำลังสนใจ มี 4 รูปแบบสำคัญดังแสดงในตารางด้านล่างนี้:

การดำเนินการ (Operation)

สัญลักษณ์ (Symbol)

คำนิยามเชิงคณิตศาสตร์

คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย

ยูเนียน (Union)

A ∪ B

{x | x ∈ A หรือ x ∈ B}

เอาสมาชิกทั้งหมดที่อยู่ใน A หรืออยู่ใน B (เทรวมกันทั้งหมด)

อินเตอร์เซกชัน (Intersection)

A ∩ B

{x | x ∈ A และ x ∈ B}

เอาเฉพาะสมาชิกที่ซ้ำกันระหว่าง A และ B

คอมพลีเมนต์ (Complement)

A’ หรือ Ac

{x ∈ U | x ∉ A}

เอาสมาชิกทั้งหมดใน U แต่ไม่เอาสมาชิกที่อยู่ใน A (อยู่ข้างนอก A)

ผลต่าง (Difference)

A – B

{x | x ∈ A และ x ∉ B}

เอาสมาชิกที่อยู่ใน A แต่ต้องไม่ซ้ำกับสมาชิกที่อยู่ใน B (ตั้ง A แล้วหักส่วนของ B ออก)

ตารางที่ 1: สรุปการดำเนินการทางเซตพื้นฐาน 4 รูปแบบหลักและสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับสอบคณิตศาสตร์ ม.ปลาย


แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ (Venn-Euler Diagram) และสูตรที่ต้องท่องจำ

 

แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ คือเครื่องมือที่ช่วยให้เรามองภาพความสัมพันธ์และการดำเนินการของเซตได้ชัดเจนที่สุด โดยปกติจะแทนเอกภพสัมพัทธ์ U ด้วยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และแทนเซตย่อยต่างๆ ด้วยรูปวงกลมหรือวงรีที่อยู่ภายในสี่เหลี่ยม

จุดที่นักเรียนมักทำคะแนนได้ดีและออกข้อสอบบ่อยที่สุดคือ การหาจำนวนสมาชิกของเซตจำกัด ซึ่งมีสูตรสำเร็จสำคัญที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจดังนี้:

สูตรสำหรับกรณี 2 เซต (เซต A และ B)

n(A ∪ B) = n(A) + n(B) – n(A ∩ B)

คำอธิบายสูตร: การหาจำนวนสมาชิกทั้งหมดในยูเนียน เกิดจากการนำจำนวนสมาชิกของเซต A บวกกับเซต B แต่เนื่องจากส่วนที่ซ้ำกัน (อินเตอร์เซกชัน) ถูกนับซ้ำสองครั้งจากการบวกตรงๆ จึงจำเป็นต้องหักออกหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้จำนวนสมาชิกรวมที่ถูกต้องแม่นยำ

สูตรสำหรับกรณี 3 เซต (เซต A, B และ C)

n(A ∪ B ∪ C) = n(A) + n(B) + n(C) – n(A ∩ B) – n(A ∩ C) – n(B ∩ C) + n(A ∩ B ∩ C)

เทคนิคการจำสำหรับการทำข้อสอบ: จำง่ายๆ ว่า “บวกเดี่ยว ลบคู่ บวกสาม” คือ เริ่มต้นให้นำจำนวนสมาชิกเดี่ยวๆ มารวมกันก่อน จากนั้นลบด้วยส่วนที่ซ้ำกันเป็นคู่ๆ ออก และสุดท้ายให้บวกกลับด้วยส่วนที่ซ้ำกันทั้งสามเซตที่อยู่บริเวณตรงกลางแผนภาพ


ตะลุยแนวข้อสอบเรื่องเซต ม.ปลาย พร้อมเฉลยละเอียด

เพื่อให้เข้าใจวิธีนำทฤษฎีและสูตรไปใช้ในห้องสอบอย่างแท้จริง มาดูตัวอย่างโจทย์แนวข้อสอบจริงระดับ ม.ปลาย กันอย่างละเอียดในแต่ละรูปแบบครับ

โจทย์ข้อที่ 1: การหาจำนวนสับเซตและเพาเวอร์เซต (ระดับพื้นฐาน-ปานกลาง)

คำถาม: กำหนดให้ A = { ∅, 1, {1, 2} } จงพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ถูกหรือผิด

1) ∅ ∈ A

2) ∅ ⊆ A

3) {1, 2} ⊆ A

4) { ∅, 1 } ∈ P(A)

เฉลยวิธีทำอย่างละเอียด:

พิจารณาสมาชิกของเซต A ก่อน จะเห็นว่า n(A) = 3 โดยสมาชิกมี 3 ตัวคือ `∅`, `1`, และ `{1, 2}`

1) ∅ ∈ A : ถูกต้อง เพราะเซตว่างปรากฏอยู่ในฐานะสมาชิกตัวแรกในเซต A อย่างชัดเจนตามที่โจทย์เขียน

2) ∅ ⊆ A : ถูกต้อง เนื่องจากมีกฎข้อสำคัญที่เป็นนิยามตายตัวว่า “เซตว่างเป็นสับเซตของทุกเซตเสมอ” โดยที่เราไม่ต้องพิจารณาสมาชิกภายในเลย

3) {1, 2} ⊆ A : ผิด การที่เซตใดๆ จะเป็นสับเซตของ A ได้ สมาชิกภายในปีกกานั้น (ซึ่งคือ 1 และ 2) ต้องเป็นสมาชิกของ A แต่ในที่นี้ 2 ไม่ได้เป็นสมาชิกของ A (เลข 2 อยู่ในเซตย่อยอีกชั้นหนึ่ง ไม่ได้แยกออกมาเดี่ยวๆ) สิ่งที่ถูกต้องตามนิยามคือ {1, 2} ∈ A

4) { ∅, 1 } ∈ P(A) : ถูกต้อง เพราะการที่กลุ่มนี้จะอยู่ในเพาเวอร์เซตได้ หมายความว่ามันต้องเป็นสับเซตของ A ซึ่งเมื่อเช็กเซต { ∅, 1 } จะพบว่า สมาชิกคือ ∅ และ 1 ซึ่งทั้งสองตัวนี้ต่างก็เป็นสมาชิกของ A จริงๆ ดังนัั้นมันจึงเป็นสับเซตของ A ส่งผลให้มันผ่านเงื่อนไขเข้าไปเป็นสมาชิกของ P(A) ด้วยนั่นเอง

โจทย์ข้อที่ 2: โจทย์ปัญหาจำนวนสมาชิกแบบ 2 เซต (ระดับข้อสอบโรงเรียน)

คำถาม: จากการสำรวจนักเรียนชั้น ม.4 จำนวน 100 คน พบว่ามีนักเรียนที่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 65 คน ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 48 คน และมีนักเรียนที่ชอบเรียนทั้งสองวิชาอยู่ 25 คน จงหาว่ามีนักเรียนกี่คนที่ไม่ชอบเรียนทั้งสองวิชานี้เลย

เฉลยวิธีทำอย่างละเอียด:

กำหนดให้เอกภพสัมพัทธ์ U แทนกลุ่มนักเรียนทั้งหมดที่ทำการสำรวจ ดังนั้น n(U) = 100

ให้ A แทนเซตของนักเรียนที่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จะได้ n(A) = 65

ให้ B แทนเซตของนักเรียนที่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ จะได้ n(B) = 48

โจทย์กำหนดว่าชอบทั้งสองวิชา หมายถึง ส่วนที่ซ้ำกันหรือการอินเตอร์เซกชัน ดังนั้น n(A ∩ B) = 25

ขั้นแรก ใช้สูตรกรณี 2 เซตเพื่อหาจำนวนคนที่ชอบเรียนอย่างน้อยหนึ่งวิชา (n(A ∪ B)):

n(A ∪ B) = n(A) + n(B) – n(A ∩ B)

n(A ∪ B) = 65 + 48 – 25

n(A ∪ B) = 88 คน

สิ่งที่โจทย์ต้องการถามคือ จำนวนนักเรียนที่ไม่อยู่ในเซต A และไม่舆อยู่ในเซต B เลย ซึ่งก็คือกลุ่มที่อยู่ด้านนอกวงกลมทั้งสองในแผนภาพเวนน์ หรือค่าของคอมพลีเมนต์ของยูเนียน n(A ∪ B)’ นั่นเอง

n(A ∪ B)’ = n(U) – n(A ∪ B)

n(A ∪ B)’ = 100 – 88 = 12 คน

สรุปคำตอบ: มีนักเรียนจำนวน 12 คนที่ไม่ชอบเรียนทั้งสองวิชานี้เลย

โจทย์ข้อที่ 3: โจทย์ปัญหาประยุกต์ 3 เซต (ระดับข้อสอบแข่งขัน / A-Level)

คำถาม: ในการสำรวจผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าจำนวน 200 คน เกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชันซื้อสินค้า 3 แอป ได้แก่แอป X, Y และ Z พบข้อมูลดังนี้

  • มีผู้ใช้แอป X ทั้งหมด 90 คน, แอป Y ทั้งหมด 85 คน, แอป Z ทั้งหมด 75 คน
  • ใช้แอป X และ Y จำนวน 30 คน
  • ใช้แอป X และ Z จำนวน 25 คน
  • ใช้แอป Y และ Z จำนวน 20 คน
  • ใช้ทั้ง 3 แอปพลิเคชันพร้อมกันจำนวน 10 คน

จงหาจำนวนผู้ที่ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันใดเลยใน 3 แอปนี้

เฉลยวิธีทำอย่างละเอียด:

ใช้สูตร 3 เซตเพื่อหาจำนวนคนทั้งหมดที่ใช้งานแอปพลิเคชันอย่างน้อยหนึ่งแอป (n(X ∪ Y ∪ Z)):

สูตรครอบจักรวาล: n(X ∪ Y ∪ Z) = n(X) + n(Y) + n(Z) – n(X ∩ Y) – n(X ∩ Z) – n(Y ∩ Z) + n(X ∩ Y ∩ Z)

แทนค่าตัวเลขที่โจทย์กำหนดมาให้ลงในสูตรโดยตรง:

n(X ∪ Y ∪ Z) = 90 + 85 + 75 – 30 – 25 – 20 + 10

n(X ∪ Y ∪ Z) = 250 – 75 + 10

n(X ∪ Y ∪ Z) = 185 คน

จำนวนผู้ที่ไม่ใช้แอปพลิเคชันใดเลย สามารถหาได้จากจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด (U) หักด้วยจำนวนคนที่ใช้แอปอย่างน้อยหนึ่งแอปที่เราเพิ่งคำนวณได้:

จำนวนคนที่ไม่ใช้เลย = n(U) – n(X ∪ Y ∪ Z) = 200 – 185 = 15 คน

สรุปคำตอบ: มีผู้ที่ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันใดเลยใน 3 แอปนี้จำนวน 15 คน

บทสรุปและคำแนะนำในการทำข้อสอบ

เรื่องเซต ม.4 แม้จะเป็นเรื่องที่มีสูตรไม่เยอะและเนื้อหาเข้าใจง่ายเมื่อเทียบกับบทอื่นๆ แต่ข้อสอบมักจะหลอกนักเรียนตรงนิยามของ “สับเซต” และ “สมาชิก” รวมถึงการซ้อนกันของเครื่องหมายปีกกาในเรื่องเพาเวอร์เซต เทคนิคสำคัญคือการฝึกวาด แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ ให้ชำนาญ เพราะในโจทย์บางข้อที่ไม่ได้ระบุข้อมูลมาครบถ้วนจนใช้สูตรได้ การเติมตัวเลขจากช่องด้านในสุด (อินเตอร์เซกชันของทั้งสามเซต) ไล่ออกมาด้านนอก จะช่วยแก้โจทย์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด การเตรียมตัวที่ดีควรฝึกทำโจทย์หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มคะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับเซต ม.4

Q: เซตว่าง (∅) มีจำนวนสมาชิกเท่าไหร่ และเป็นเซตจำกัดหรือเซตอนันต์?

A: เซตว่างไม่มีสมาชิกอยู่เลย ดังนั้นจำนวนสมาชิกเท่ากับ 0 และจัดว่าเป็น “เซตจำกัด” เพราะเราสามารถระบุจำนวนสมาชิกที่แน่นอนได้ด้วยตัวเลข (ระบุได้ว่าเป็นเลข 0)

Q: สัญลักษณ์ ∈ กับ ⊆ ต่างกันอย่างไรในเรื่องเซต?

A: ∈ (เป็นสมาชิก) ใช้เมื่อต้องการบอกว่าสิ่งนั้นเป็นวัตถุที่อยู่ภายในเซตโดยตรงโดยไม่มีการเปลี่ยนสภาพหรือเพิ่มปีกกา ส่วน ⊆ (เป็นสับเซต) ใช้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเซตกับเซต โดยสิ่งที่จะเป็นสับเซตได้ ตัวมันเองต้องมีปีกกาครอบสมาชิกเดิมของเซตนั้นอยู่

Q: ถ้าเขียนสมาชิกซ้ำกันในเซต จะนับจำนวนสมาชิกอย่างไร?

A: ตามหลักคณิตศาสตร์และการจัดกลุ่ม สมาชิกที่ซ้ำกันจะถูกนับเป็นตัวเดียวกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เช่น เซต A = {1, 2, 2, 3, 3, 3} จะถือว่าเท่ากับเซต {1, 2, 3} และมีจำนวนสมาชิก n(A) = 3 ตัว

Q: เพาเวอร์เซตของเซตว่าง P(∅) มีหน้าตาเป็นอย่างไร และมีสมาชิกกี่ตัว?

A: สับเซตทั้งหมดของเซตว่าง มีเพียงตัวเดียวคือเซตว่างเอง ดังนั้นเมื่อเขียนในรูปเพาเวอร์เซตจะได้ P(∅) = {∅} ซึ่งทำให้จำนวนสมาชิกของมัน n(P(∅)) = 20 = 1 ตัวนั่นเอง

Q: โจทย์เซตประเภท 3 วง ถ้าโจทย์ไม่ได้ให้ตัวเลขตรงกลาง (ส่วนซ้ำกันทั้ง 3 เซต) มา ควรมีเทคนิคแก้อย่างไร?

A:  เทคนิคยอดนิยมและได้ผลที่สุดคือการกำหนดให้บริเวณตรงกลางเป็นตัวแปรสมมติ เช่น x จากนั้นใช้ข้อมูลเงื่อนไขอื่นๆ ที่โจทย์ให้มาเขียนพื้นที่ส่วนที่เหลือรอบๆ ให้อยู่ในรูปของสัมพันธ์กับ x แล้วจึงตั้งสมการจากผลรวมทั้งหมดเพื่อแก้หาค่า x ออกมา

บทความอื่นๆ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ