งานและพลังงาน ม.4 เนื้อหาครบ! สรุปสูตร! พร้อมตัวอย่างโจทย์และข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์!

Key Takeaways:

เนื้อหาฟิสิกส์ ม.4 หัวข้อหนึ่งที่น้อง ๆ จะได้เจอกันคือเรื่อง งานและพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเนื้อหาสำคัญสำหรับอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุต่าง ๆ และเป็นพื้นฐานที่จะนำไปต่อยอดในหัวข้ออื่น ๆ ของเนื้อหาฟิสิกส์ ม.ปลายได้ นอกจากนี้ งานและพลังงาน ม.4 ยังถูกนำมาออกข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์บ่อย ๆ อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ พี่ ๆ จะสรุปเนื้อหางานและพลังงาน ม.4 พร้อมสูตรคำนวณและตัวอย่างโจทย์ เพื่อช่วยให้น้อง ๆ สามารถเตรียมตัวสอบที่โรงเรียนและ A-Level ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

Table of Contents

เมื่อพูดถึงงานในความหมายทั่วไป น้อง ๆ หลายคนน่าจะนึกถึงการทำงานในชีวิตประจำวัน เช่น การทำการบ้าน การอ่านหนังสือเตรียมสอบ หรือการประกอบอาชีพต่าง ๆ และเมื่อพูดถึงพลังงานในความหมายทั่วไป น้อง ๆ หลายคนก็น่าจะนึกถึงพลังงานที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น พลังงานที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหาร หรือพลังงานในรูปแบบเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ 

งานและพลังงานในทางฟิสิกส์จะมีนิยามที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้นเพื่อใช้ในการอธิบายกระบวนการต่าง ๆ ทางฟิสิกส์ เช่น การเคลื่อนที่ของวัตถุ การถ่ายเทความร้อน หรือการถ่ายเทประจุไฟฟ้า โดยในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่งานและพลังงานซึ่งใช้ในการอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุต่าง ๆ กัน

สมัครเรียนคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย : งานและพลังงานกับ OnDemand

งานคืออะไร ? มีสูตรคำนวณอย่างไร ?

งาน (Work; W) เป็นปริมาณสเกลาร์อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อมีแรง F มากระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุนั้นเคลื่อนที่ด้วยการกระจัด s ไปตามแนวแรงนั้น มีหน่วยเป็นจูล (J) หรือนิวตันเมตร (Nm) ถ้าแรงนั้นมีขนาดคงตัว เราจะสามารถคำนวณหางานได้จากสูตร

โดยที่ คือ มุมระหว่างแรงกับการกระจัด ซึ่งมีอยู่ 3 กรณีหลัก ๆ ได้แก่

1. แรงมีทิศเดียวกับการกระจัดหรือทำมุมแหลมกับการกระจัด : งานจะมีค่าเป็นบวก (+)

2. แรงมีทิศตั้งฉากกับการกระจัด : งานจะมีค่าเป็นศูนย์ (0)

3. แรงมีทิศตรงข้ามกับการกระจัดหรือทำมุมป้านกับการกระจัด : งานจะมีค่าเป็นลบ (-)

สูตรคำนวณทั้งหมดนี้จะใช้ได้กับแรงที่มีขนาดคงตัวเท่านั้นดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่แรงนั้นมีขนาดไม่คงตัว โจทย์จะให้กราฟระหว่างแรงกับการกระจัดมา ซึ่งเราสามารถหางานได้จากพื้นที่ใต้กราฟนั่นเอง

W= พื้นที่ใต้กราฟ F-s

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับงาน

ออกแรง F ขนาด 4 นิวตัน ผลักวัตถุในแนวทำมุม 37 องศากับแนวระดับดังรูป ถ้าวัตถุเคลื่อนที่บนพื้นราบลื่นได้เป็นระยะ 5 เมตร งานของแรง F จะมีค่ากี่จูล

วิธีคิด


ดังนั้น งานของแรง F มีค่า 16 จูล

กำลังคืออะไร ? มีสูตรคำนวณอย่างไร ?

กำลัง (Power; P) คือ อัตราการทำงาน ซึ่งบ่งบอกว่าในหนึ่งหน่วยเวลาสามารถทำงานได้มากหรือน้อยแค่ไหน มีหน่วยเป็นจูลต่อวินาที (J/s) หรือวัตต์ (W) เราสามารถคำนวณหากำลังเฉลี่ยได้จากสูตร

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับกำลัง

ออกแรง F ขนาด 5 นิวตัน ผลักวัตถุในแนวทำมุม θ = 30 องศากับแนวระดับดังรูป ถ้าวัตถุเคลื่อนที่บนพื้นราบลื่นได้เป็นระยะ 10 เมตร ในเวลา 5 วินาที กำลังเฉลี่ยของแรง F จะมีค่ากี่วัตต์

วิธีคิด 

พลังงานกลมีอะไรบ้าง ? มีสูตรคำนวณอย่างไร ?

พลังงาน (Energy) คือ ปริมาณที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำงานของวัตถุซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น เปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ เปลี่ยนอุณหภูมิ เปลี่ยนรูปแบบพลังงาน เป็นต้น ถ้าพลังงานนั้นเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ เราจะเรียกว่า พลังงานกล (Mechanical Energy) ประกอบด้วยพลังงาน 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) : เป็นพลังงานกลที่สะสมอยู่ในวัตถุมวล m ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว v เราสามารถคำนวณหาพลังงานจลน์ได้จากสูตร
E𝗄=12mv2

2. พลังงานศักย์ (Potential Energy) : เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุอันเนื่องมาจากตำแหน่ง พลังงานศักย์ที่จัดเป็นพลังงานกลแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

2.1) พลังงานศักย์โน้มถ่วง (Gravitational Potential Energy) : เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุมวล m ภายใต้สนามโน้มถ่วง ซึ่งอยู่ที่ความสูง h จากตำแหน่งอ้างอิง เราสามารถคำนวณหาพลังงานศักย์โน้มถ่วงได้จากสูตร

โดยที่ g คือ ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วง

2.2) พลังงานศักย์ยืดหยุ่น (Elastic Potential Energy) : เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุภายใต้แรงยืดหยุ่น ซึ่งในระดับ ม.ปลาย วัตถุที่เราจะเน้นก็คือสปริง ถ้าสปริงที่มีค่าคงตัวสปริง k ยืดหรือหดเป็นระยะ x จากตำแหน่งสมดุล จะเกิดแรงสปริงขึ้น ซึ่งคำนวณได้จากกฏของฮุก (Hooke’s Law)

โดยเครื่องหมายที่เป็นลบบ่งบอกว่าแรงสปริงมีทิศทางตรงข้ามกับการกระจัด
เราจึงสามารถคำนวณพลังงานศักย์ยืดหยุ่นได้จากสูตร

ซึ่งมาจากการหางานของแรงสปริงจากพื้นที่ใต้กราฟ F-x นั่นเอง

พลังงานกลรวมจึงเป็นผลรวมของพลังงานจลน์และพลังงานศักย์ดังสมการ

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับพลังงานกล

วัตถุมวล 6 กิโลกรัม กำลังตกลงมาด้วยอัตราเร็ว 3 เมตรต่อวินาที โดยอยู่สูงจากพื้นเป็นระยะ 2 เมตร ถ้ากำหนดให้พื้นเป็นตำแหน่งอ้างอิง ขณะนั้นวัตถุจะมีพลังงานกลรวมกี่จูล
กำหนดให้ ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงมีค่า g=9.8 𝗆/𝗌2

วิธีคิด 

ดังนั้น ขณะนั้นวัตถุมีพลังงานกลรวม 27+117.6 = 144.6 จูล

กฎการอนุรักษ์พลังงานกล vs ทฤษฎีบทงาน-พลังงาน เลือกใช้อย่างไร ?

ก่อนที่เราจะไปดูหลักการเลือกใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกลหรือทฤษฎีบทงาน-พลังงาน เราจะมาทำความรู้จักกับแรงอนุรักษ์และแรงไม่อนุรักษ์กันก่อนครับ

  • แรงอนุรักษ์ (Conservative force) : งานของแรงนั้นไม่ขึ้นกับเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ จะขึ้นกับตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสุดท้ายเท่านั้น เช่น แรงโน้มถ่วง mg มีงานเป็น mgh ซึ่งขึ้นกับความสูงของวัตถุ, แรงสปริง -kx มีงานเป็น 12kx2 ซึ่งขึ้นกับระยะยืด-หดของสปริง
  • แรงไม่อนุรักษ์ (Non-conservative force) : งานของแรงนั้นขึ้นกับเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ เช่น แรงเสียดทาน f, แรงผลักหรือแรงดึง F ซึ่งมีงานขึ้นกับระยะทางที่แรงนั้นกระทำต่อวัตถุ

ในกรณีที่งานที่เกิดกับวัตถุมีเฉพาะงานเนื่องจากแรงอนุรักษ์เท่านั้น พลังงานกลรวมของระบบจะไม่สูญหายไปไหน แต่จะเปลี่ยนรูปจากพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง กล่าวคือพลังงานกลรวมจะมีค่าคงตัวเสมอ เรียกว่า กฎการอนุรักษ์พลังงานกล (Law of Conservation of Mechanical Energy)

แต่ในกรณีที่งานที่เกิดกับวัตถุมีงานเนื่องจากแรงไม่อนุรักษ์อยู่ด้วย งานนั้นจะทำให้พลังงานกลรวมของระบบมีค่าเปลี่ยนแปลงไป โดยงานเนื่องจากแรงไม่อนุรักษ์จะเท่ากับพลังงานกลรวมของวัตถุที่เปลี่ยนไป เรียกว่า ทฤษฎีบทงาน-พลังงาน (Work-Energy Theorem)


ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับกฎการอนุรักษ์พลังงานกล

วัตถุหนึ่งถูกปาลงมาจากที่สูงด้วยอัตราเร็ว 4 เมตรต่อวินาที พบว่าวัตถุกระทบพื้นด้วยอัตราเร็ว 10 เมตรต่อวินาที วัตถุนี้ถูกปาลงมาจากความสูงกี่เมตร
กำหนดให้ ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงมีค่า g=9.8 𝗆/𝗌2 และไม่คิดผลของแรงต้านอากาศ

วิธีคิด งานที่เกิดขึ้นต่อวัตถุมีเพียงงานเนื่องจากแรงโน้มถ่วงซึ่งเป็นแรงอนุรักษ์
เราจึงเลือกใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกลได้เลย

วัตถุมวล 1 กิโลกรัม ติดอยู่กับสปริงและวางบนพื้นลื่นในแนวระดับ เมื่อกดวัตถุให้สปริงถูกอัดเข้าไปจากสมดุลเป็นระยะ 2 เซนติเมตร แล้วปล่อยให้วัตถุเคลื่อนที่จากหยุดนิ่ง พบว่าเมื่อสปริงยืดออกเป็นระยะ 1 เซนติเมตรจากสมดุล วัตถุจะมีอัตราเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที ค่าคงตัวของสปริงนี้มีค่ากี่นิวตันต่อเมตร

วิธีคิด งานที่เกิดขึ้นต่อวัตถุมีเพียงงานเนื่องจากแรงสปริงซึ่งเป็นแรงอนุรักษ์
เราจึงเลือกใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกลได้เลย


ดังนั้น ค่าคงตัวของสปริงนี้มีค่า 300 นิวตันต่อเมตร

สำหรับตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับทฤษฎีบทงาน-พลังงาน จะรวมอยู่ในตัวอย่างข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เรื่อง งานและพลังงาน ซึ่งน้อง ๆ จะได้พบในหัวข้อถัด ๆ ไปครับ

เครื่องกลมีหลักการอย่างไร ? มีสูตรคำนวณอย่างไร ?

เครื่องกล (Machine) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงหรือในการทำงานให้สะดวกขึ้น ในการวิเคราะห์เครื่องกล มี 2 ค่าสำคัญที่ต้องคำนวณคือ

1. ประสิทธิภาพ (Efficiency: Eff) : เมื่อเราให้งาน W𝗂𝗇 กับเครื่องกล เครื่องกลจะทำงาน W𝗈𝗎𝗍 ออกมา ซึ่งระหว่างนั้นอาจเกิดการสูญเสียพลังงานที่ให้กับเครื่องกลไปเป็นพลังงานอย่างอื่นได้ เราจึงใช้ค่าประสิทธิภาพในการบ่งบอกว่าเครื่องกลนั้นมีความสามารถในการทำงานได้ดีแค่ไหน โดยมีสูตรคำนวณคือ

2. การได้เปรียบเชิงกล (Mechanical Advantage; M.A.) : เมื่อเราออกแรง F𝗂𝗇 กระทำต่อเครื่องกล (เรียกว่าแรงพยายาม) เป็นระยะทาง s𝗂𝗇 เครื่องกลจะออกแรง F𝗈𝗎𝗍 กระทำต่อวัตถุ (เท่ากับแรงต้าน) เป็นระยะทาง s𝗈𝗎𝗍 ซึ่งช่วยในการผ่อนแรงของเรา เราจะใช้ค่าการได้เปรียบเชิงกลในการบ่งบอกว่าเครื่องกลนั้นช่วยผ่อนแรงได้กี่เท่า โดยมีสูตรคำนวณคือ


สูตรดังกล่าวเป็นการคำนวณหาการได้เปรียบเชิงกลทางปฏิบัติ จากการวัดแรงจริง ๆ ซึ่งเราต้องออกแรง F𝗂𝗇 มากกว่าในทางทฤษฎีเพื่อเอาชนะแรงต้านอื่น ๆ นอกจากวัตถุ เช่น แรงเสียดทาน สำหรับการได้เปรียบเชิงกลทางทฤษฎี เราจะสมมติให้เครื่องกลมีประสิทธิภาพ 100% โดยมีสูตรคำนวณคือ


ซึ่งเราก็สามารถหาประสิทธิภาพของเครื่องกลจากอัตราส่วนของการได้เปรียบเชิงกลทางปฏิบัติต่อการได้เปรียบเชิงกลทางทฤษฎีได้เช่นกันดังสมการ

เครื่องกลอย่างง่ายที่เราควรรู้จักมี 6 ประเภท ได้แก่

  • พื้นเอียง : ช่วยยกวัตถุหนักขึ้นที่สูงโดยใช้แรงน้อยลงแต่ระยะทางมากขึ้น
  • คาน : ใช้ยกวัตถุขึ้นโดยออกแรงกระทำต่อคานที่มีจุดหมุนเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนที่
  • รอก : มีทั้งรอกเดี่ยวตายตัว (ไม่ช่วยผ่อนแรงแต่สะดวก) และรอกเดี่ยวเคลื่อนที่ (ช่วยผ่อนแรง)
  • ลิ่ม : ใช้สำหรับแยกวัตถุออกจากกัน
  • ล้อกับเพลา : ประกอบด้วยวัตถุทรงกระบอกสองอันที่มีรัศมีต่างกันหมุนรอบแกนเดียวกัน
  • สกรู : ใช้หลักการคล้ายพื้นเอียงที่พันรอบแกนทรงกระบอก

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับเครื่องกล

เครื่องกลหนึ่งมีการได้เปรียบเชิงกลทางทฤษฎีเท่ากับ 25 แต่เมื่อออกแรง 40 นิวตัน จะยกวัตถุได้หนักเพียง 300 นิวตัน จงหาการได้เปรียบเชิงกลทางปฏิบัติและประสิทธิภาพของเครื่องกลนี้

วิธีคิด

ดังนั้น เครื่องกลนี้มีการได้เปรียบเชิงกลทางปฏิบัติเท่ากับ 7.5 และมีประสิทธิภาพ 30%

ตัวอย่างข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เรื่อง งานและพลังงาน

ตัวอย่างที่ 1 แรงไม่คงตัวกระทำต่อวัตถุมวล 1.0 กิโลกรัม ให้เคลื่อนที่ไปตามแนวแรงเป็นเส้นตรงจากตำแหน่ง x=0 ถึง x=8.0 เมตร ดังรูป

ถ้า ณ ตำแหน่ง x=0 เมตร วัตถุมีพลังงานจลน์เท่ากับ 4.0 จูล
คำถาม อัตราเร็วของวัตถุขณะอยู่ที่ตำแหน่ง x=8.0 เมตร จะมีค่ากี่เมตรต่อวินาที

วิธีคิด

เราสามารถหางานของแรงไม่คงตัวได้จากพื้นที่ใต้กราฟระหว่างแรง F และตำแหน่ง x

งานที่เกิดขึ้นต่อวัตถุเป็นงานเนื่องจากแรงไม่คงตัวซึ่งเป็นแรงไม่อนุรักษ์
เราจึงเลือกใช้ทฤษฎีบทงาน-พลังงาน

ดังนั้น อัตราเร็วของวัตถุขณะอยู่ที่ตำแหน่ง x=8.0 เมตร จะมีค่า 7.0 เมตรต่อวินาที

ตัวอย่างที่ 2 ดันวัตถุที่อยู่บนพื้นลื่นและอยู่ชิดกับปลายด้านหนึ่งของสปริงที่มีค่าคงตัวสปริง k ทำให้สปริงหดตัวเป็นระยะ x จากตำแหน่งสมดุล จากนั้นปล่อยให้วัตถุเคลื่อนที่ดังภาพ

พบว่า เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งสมดุลของสปริง วัตถุมีอัตราเร็วเป็น v และเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ต่อไปบนพื้นฝืด จะเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง s ก่อนจะหยุดนิ่ง
กำหนดให้ g เป็นขนาดของความเร่งโน้มถ่วง
             𝗄 เป็นสัมประสิทธิ์ความเสียดทานจลน์ระหว่างวัตถุกับพื้นฝืด
             วัตถุมีขนาดเล็กมาก จึงไม่พิจารณาขนาดของวัตถุ
ระยะทาง s ที่วัตถุนี้เคลื่อนที่ได้มีค่าเท่าใด

วิธีคิด


งานที่เกิดขึ้นต่อวัตถุคือ W= -f𝗄s เป็นงานเนื่องจากแรงเสียดทานซึ่งเป็นแรงไม่อนุรักษ์
และโจทย์ให้อัตราเร็วของวัตถุในตำแหน่งที่ 2 มา โดยที่วัตถุหยุดนิ่งในตำแหน่งที่ 3
เราจึงเลือกใช้ทฤษฎีบทงาน-พลังงานกับตำแหน่งที่ 2 และ 3 ได้เลย

เรียนเรื่องงานและพลังงาน ม.4 กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.4 ที่ต้องการปูพื้นฐานเรื่องงานและพลังงาน หรือเตรียมตัวสอบเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนกับ OnDemand ในคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย : งานและพลังงานก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับ พร้อมตะลุยโจทย์

แทรก Youtube งานและพลังงาน ม.4 | ตัวอย่างคอร์สเรียน ฟิสิกส์ ม.ปลาย | OnDemand

นอกจากนี้ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทาง OnDemand ก็มีคอร์ส V-Series Physics TCAS เล่ม 2 : กลุ่มกลศาสตร์ 2 ให้เลือกด้วยเช่นกัน ซึ่งน้อง ๆ จะได้เรียนและตะลุยโจทย์เรื่องงานและพลังงานแบบเข้มข้นในคอร์สนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสอบแข่งขันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 1. สกสค. ลาดพร้าว.
  • Serway, R. A., Jewett, Jr., J. W. (2014). Physics for Scientists and Engineers with Modern Physics. (9𝗍𝗁 ed). BROOKS/COLE CENGAGE Learning.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานและพลังงาน ม.4 (FAQs)

Q: งานของแรงเสียดทานสามารถเป็นบวกได้ไหม ? 

A: งานของแรงเสียดทานสามารถเป็นบวกได้ถ้าแรงเสียดทานทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เช่น ตอนที่เราก้าวเท้าเดิน หรือล้อรถที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ส่วนใหญ่ที่เราเจอในโจทย์มักจะเป็นแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ ทำให้งานของแรงเสียดทานมักจะเป็นลบ

Q: พลังงานศักย์โน้มถ่วงสามารถเป็นลบได้ไหม ?

A: พลังงานศักย์โน้มถ่วงสามารถเป็นลบได้ขึ้นอยู่กับการเลือกตำแหน่งอ้างอิง ถ้าวัตถุอยู่สูงกว่าตำแหน่งอ้างอิง พลังงานศักย์โน้มถ่วงจะเป็นบวก แต่ถ้าวัตถุอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งอ้างอิง พลังงานศักย์โน้มถ่วงจะเป็นลบ

Q: งานของแรงดึงสปริง vs งานของแรงสปริง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? 

A: งานของแรงภายนอกที่ดึงสปริง 

(W𝖾𝗑𝗍) แรงจะมีทิศทางเดียวกับระยะยืด งานจึงเป็นบวก (W𝖾𝗑𝗍=+12kx2) ส่วนงานของแรงสปริง (W𝗌) แรงจะมีทิศทางตรงข้ามกับระยะยืด เพราะสปริงจะพยายามดึงวัตถุกลับ งานจึงเป็นลบ (W𝗌=-12kx2)

Q: แรงโน้มถ่วงหรือแรงสปริงทำให้พลังงานกลรวมเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ไหม ? 

A: ทั้งแรงโน้มถ่วงและแรงสปริงเป็นแรงอนุรักษ์จึงไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังงานกลรวมของวัตถุ แต่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปพลังงานศักย์โน้มถ่วงไปเป็นพลังงานจลน์ตามกฎการอนุรักษ์พลังงานกล

Q: มีวิธีแยกแยะแรงอนุรักษ์กับแรงไม่อนุรักษ์แบบง่าย ๆ ไหม ? 

A: แรงที่เป็นแรงอนุรักษ์จะมีพลังงานศักย์ที่คู่กันเสมอ เช่น แรงโน้มถ่วงกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง แรงสปริงกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น หรือแม้กระทั่งแรงไฟฟ้ากับพลังงานศักย์ไฟฟ้าที่น้อง ๆ จะได้เรียนตอน ม.5 ส่วนแรงอื่น ๆ จะเป็นแรงไม่อนุรักษ์ทั้งหมด

บทความอื่นๆ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ