คณะที่เหมาะกับเราหาอย่างไร ? ใช้แบบทดสอบคณะช่วยได้ไหม

แบบทดสอบหาคณะที่ใช่ หายังไงให้ตรงใจ

Key Takeaways

การเลือกคณะที่ใช่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความถนัดและความชอบของตัวเอง โดยแบบทดสอบคณะที่ใช่ สามารถใช้เป็นตัวช่วยค้นหาแนวทางที่เหมาะสมของน้อง ๆ ได้ จากนั้นควรพิจารณาหลักสูตร รูปแบบการเรียน อาชีพหลังเรียนจบ รวมถึงเกณฑ์คะแนน TCAS เพื่อประกอบการตัดสินใจ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วจะช่วยให้น้อง ๆ สามารถวางแผนเตรียมตัวสอบให้ตรงกับคณะที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

Table of Contents

ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย น้อง ๆ หลายคนอาจยังสับสนว่าคณะไหนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด และเมื่อยังไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไรดีจึงมักโฟกัสไปที่ “ความชอบ” หรือ “คะแนนสอบ” ของตัวเองเป็นหลัก แต่รู้หรือไม่ว่า การเลือกคณะไม่ควรดูเพียงความชอบและคะแนนสอบเท่านั้น แต่ต้องเริ่มต้นจากการทำความรู้จักตัวเองอย่างรอบด้าน ทั้งความถนัด รูปแบบการเรียน และเป้าหมายอาชีพในอนาคต เพื่อค้นหาคณะที่เหมาะกับเราอย่างแท้จริง

แบบทดสอบหาคณะที่ใช่ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้สำรวจความสนใจและความถนัดของตัวเองอย่างเป็นระบบ และนำผลที่ได้ไปประกอบกับข้อมูลของแต่ละคณะและเป้าหมายในอนาคต ทำให้เห็นถึงแนวทางในการเลือกคณะได้ชัดเจนขึ้น

แบบทดสอบความถนัดคืออะไร ช่วยค้นหาคณะที่ใช่ได้อย่างไร ?

ก่อนตัดสินใจเลือกคณะที่เหมาะกับเรา น้อง ๆ ควรรู้จักตัวเองก่อนว่า ชอบอะไร ถนัดด้านไหน และสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เรามองเห็นแนวทางการเรียนต่อที่สอดคล้องกับตัวเองมากขึ้น

แบบทดสอบความถนัด (Academic Suitability Check) คือเครื่องมือประเมินตนเองออนไลน์ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ Japan Study Support (JPSS) ซึ่งจะช่วยสำรวจความสนใจและความถนัดผ่านคำถามในด้านต่าง ๆ แล้วนำผลที่ได้ไปใช้ประกอบการค้นหาคณะที่เหมาะกับตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินไม่ใช่คำตอบตายตัวว่าต้องเรียนคณะใด แต่เป็น ตัวช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น จากนั้นจึงนำไปวางแผนต่อว่าคณะที่น้อง ๆ สนใจมีเนื้อหาการเรียน รูปแบบการทำงาน และเส้นทางอาชีพสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการหรือไม่

👉 ลองทำแบบทดสอบศาสตร์ถนัด (Academic Suitability Check) ได้ที่ Japan Study Support (JPSS) แล้วนำผลที่ได้มาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาคณะที่เหมาะกับตัวเองกันเลย

การทำแบบทดสอบความถนัด จะรู้ได้อย่างไรว่าคณะไหนเหมาะกับเรา ?

เมื่อทำแบบทดสอบความถนัดบนเว็บไซต์ JPSS แล้ว น้อง ๆ จะได้เห็นแนวโน้มความสนใจและความถนัดของตัวเอง ลองนำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบกับลักษณะของ 9 กลุ่มคณะ เพื่อเช็กว่า เราควรเรียนด้านไหนถึงจะกลายเป็นคณะที่เหมาะกับเรามากที่สุด

1. กลุ่มคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และเภสัชศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : ชอบเรียนรู้เรื่องร่างกายและสิ่งมีชีวิต ใส่ใจรายละเอียด มีความอดทน และอยากนำความรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่น

ลักษณะการเรียน : มีเนื้อหาจำนวนมากเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย ฝึกวิเคราะห์กรณีต่าง ๆ และมีการปฏิบัติจริง จึงต้องอาศัยทั้งความจำ ความเข้าใจ และความแม่นยำ

2. กลุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์ (IT, AI)

เหมาะกับคนที่ : ชอบคิดเป็นขั้นตอน สนใจเครื่องมือ ระบบ และเทคโนโลยี รวมถึงสนุกกับการหาวิธีแก้ปัญหา

ลักษณะการเรียน : เน้นด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเขียนโปรแกรม การออกแบบระบบ และการทำโครงงานที่นำความรู้มาใช้แก้ปัญหาจริง

3. กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และสหเวชศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : ช่างสังเกต ชอบตั้งคำถาม และสนุกกับการทดลองเพื่อค้นหาคำตอบหรือทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

ลักษณะการเรียน : มีทั้งการทดลองในห้องปฏิบัติการ การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำรายงาน จึงต้องใช้ความละเอียดและการคิดอย่างมีเหตุผล

4. กลุ่มคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปกรรม มัณฑนศิลป์ และดิจิทัลอาร์ต

เหมาะกับคนที่ : มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบวาดภาพ ออกแบบ หรือถ่ายทอดความคิดผ่านงานศิลปะและภาพ รวมถึงสนใจความสวยงามและการออกแบบ

ลักษณะการเรียน : เน้นการสร้างผลงานจริง ทั้งการวาดภาพ ออกแบบ ทำแบบจำลอง และนำเสนอผลงาน จึงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กับการฝึกฝน

5. กลุ่มคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี บริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : สนใจธุรกิจ ตัวเลข การเงิน หรือการวางแผน หากชอบคิดวิเคราะห์ระบบการทำงาน สายนี้จะเป็นคณะที่เหมาะกับเราที่สุด เพราะสามารถนำไปต่อยอดสู่สายงานบริหารได้ดี

ลักษณะการเรียน : มีทั้งการวิเคราะห์ธุรกิจ การคำนวณ การศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจ และการวางแผนด้านธุรกิจหรือการตลาด รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่น

6. กลุ่มคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : สนใจกฎหมาย สังคม การเมือง สิทธิ และความเป็นธรรม ชอบตั้งคำถามและมองประเด็นต่าง ๆ จากหลายมุม

ลักษณะการเรียน : ต้องอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาจำนวนมาก ฝึกวิเคราะห์ประเด็นและเรียบเรียงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล เหมาะกับคนที่ชอบอ่านและคิดอย่างเป็นระบบ

7. กลุ่มคณะอักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : สนใจภาษา การสื่อสาร วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึงชอบทำความเข้าใจความคิดและมุมมองของผู้คน

ลักษณะการเรียน : มีทั้งการเรียนภาษา การอ่านและวิเคราะห์งานเขียน การแปล ตลอดจนการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงเหมาะกับคนที่สนุกกับการอ่านและการสื่อสาร

8. กลุ่มคณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน

เหมาะกับคนที่ : ชอบเล่าเรื่อง สนใจเหตุการณ์รอบตัวและสื่อรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงสนุกกับการคิดและสร้างเนื้อหา เช่น วิดีโอ บทความ หรือสื่อออนไลน์

ลักษณะการเรียน : ได้ฝึกตั้งแต่การคิดเนื้อหา เขียนบท ถ่ายทำ ตัดต่อ ไปจนถึงการวางแผนการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ จึงเป็นสายที่เน้นการลงมือทำ

9. กลุ่มคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์

เหมาะกับคนที่ : ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความใจเย็น สนุกกับการอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย และรู้สึกดีเมื่อได้เห็นคนอื่นพัฒนาตัวเอง

ลักษณะการเรียน : เรียนทั้งวิชาเอกและความรู้ด้านการสอน เช่น จิตวิทยาการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนการสอน และมีโอกาสฝึกสอนจริงในโรงเรียน

แบบทดสอบเลือกคณะช่วยได้ แต่ก่อนตัดสินใจควรดูอะไรเพิ่มเติมบ้าง ?

ผลจากแบบทดสอบค้นหาตัวเอง เพื่อหาคณะที่ใช่ เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เห็นแนวทางและลดตัวเลือกของคณะต่าง ๆ ให้น้อยลง แต่ยังไม่ควรใช้เป็นคำตอบสุดท้าย ก่อนตัดสินใจจริง น้อง ๆ ควรนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาร่วมกับ 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้ 

ดูความถนัดและวิชาที่ต้องเรียนในคณะนั้น ๆ

ศึกษาหลักสูตรตั้งแต่ปี 1-4 ว่าต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง โดยเฉพาะวิชาหลักที่ต้องเรียนต่อเนื่อง หากเป็นเนื้อหาที่เราสนใจและพร้อมเรียนในระยะยาว ก็จะช่วยให้ปรับตัวกับการเรียนได้ดีขึ้น

สำรวจรูปแบบการเรียนและลักษณะงานที่สนใจ

แต่ละคณะมีวิธีเรียนแตกต่างกัน บางคณะเน้นการอ่านและทำความเข้าใจ บางคณะเน้นการทดลอง การลงมือปฏิบัติ หรือการทำโครงงาน ลองพิจารณาว่ารูปแบบใดเหมาะกับวิธีเรียนรู้ของเรามากที่สุด

ดูอาชีพและเส้นทางการทำงานหลังเรียนจบ

ศึกษาต่อว่าคณะที่สนใจสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพใด และลักษณะงานเป็นอย่างไร เช่น ทำงานในสำนักงาน ทำงานเป็นกะ เดินทางบ่อย หรือทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ รวมถึงตรวจสอบว่าอาชีพนั้นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่

ดูคะแนนและเกณฑ์การรับเข้าศึกษาต่อของคณะที่สนใจ

ศึกษาสัดส่วนคะแนนและเกณฑ์การรับเข้าของมหาวิทยาลัยที่ต้องการ โดยเฉพาะ TGAT, TPAT และ A-Level ในวิชาที่กำหนด เพื่อวางแผนอ่านหนังสือและเตรียมคะแนนได้ตรงกับเป้าหมาย

เตรียมตัวให้พร้อม เปลี่ยนคณะที่ใช่ให้เป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงกับ OnDemand

หลังจากทำแบบทดสอบคณะที่ใช่ และรู้แนวทางของตัวเองแล้ว ขั้นต่อไปคือการเตรียมคะแนนให้พร้อมกับ OnDemand

  • Supermap : ช่วยสรุปและเชื่อมโยงเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
  • ติวตรงจุด : อัปเดตแนวข้อสอบ TGAT, TPAT และ A-Level โดยทีมติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญ
  • Learn Anywhere : เรียนและทบทวนได้ทุกที่ทุกเวลา ตามเวลาที่เหมาะกับตัวเอง

รู้เป้าหมายแล้ว มาเริ่มวางแผนการเรียนและเตรียมสอบเข้ามหาลัยไปกับ OnDemand เพื่อเข้าใกล้คณะที่ต้องการมากขึ้นกันเลย

รู้คณะที่อยากเข้าแล้ว ต้องเตรียมตัวอะไรต่อ ?

เมื่อมีคณะที่น้อง ๆ สนใจประมาณ 1-3 ตัวเลือกแล้ว ขั้นต่อไปคือการเช็กเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย เพราะคณะเดียวกันอาจใช้คะแนนและมีสัดส่วนการคัดเลือกที่แตกต่างกันไป

ลองเช็กข้อมูลตามลำดับนี้

  1. คณะและมหาวิทยาลัย ที่ต้องการสมัคร
  2. รอบ TCAS ที่เปิดรับ
  3. คะแนน TGAT หรือ TPAT ที่ต้องใช้
  4. วิชา A-Level ที่กำหนด
  5. คุณสมบัติและเงื่อนไขเพิ่มเติม ของแต่ละสาขา

เมื่อรู้แล้วว่า คณะที่เหมาะกับเราต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง ขั้นต่อไปคือการวางแผนอ่านหนังสือและติวเพิ่มความมั่นใจ เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นจริงไปกับ OnDemand สู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยและคณะในฝันได้สำเร็จ 

สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย

 บทความอื่น ๆ เพิ่มเติม 👉 : OnDemand

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแบบทดสอบหาคณะที่ใช่ (FAQs)

Q: หากผลแบบทดสอบคณะที่ใช่ไม่ตรงกับคณะที่สนใจ ควรทำอย่างไร ?

A: ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมายทันที เพราะผลแบบทดสอบเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ควรนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับความสนใจ ความถนัด ผลการเรียน และข้อมูลของคณะที่สนใจ เพื่อดูว่ามีจุดใดที่สอดคล้องหรือแตกต่างกัน

A: สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยสำรวจตัวเองได้ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่กำลังค้นหาแนวทางการเรียนต่อหรือยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกคณะใด ทั้งนี้ ควรนำผลที่ได้ไปประกอบกับข้อมูลด้านอื่นก่อนตัดสินใจเลือกคณะ

A: สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มสนใจเรื่องการเรียนต่อ เพราะการรู้แนวทางของตัวเองเร็วจะช่วยให้มีเวลาสำรวจคณะต่าง ๆ และวางแผนเตรียมตัวด้านวิชาเรียนหรือคะแนนสอบได้เหมาะสมมากขึ้น

A: ลองนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับลักษณะการเรียน วิชาที่ต้องเรียน และเส้นทางอาชีพของแต่ละคณะ จากนั้นพิจารณาว่าตัวเลือกใดสอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และเป้าหมายในอนาคตมากที่สุด

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ