Key Takeaways:
ถ้าพูดถึงเคมี ม.ปลาย บทที่ทุกคนพร้อมพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่ายากที่สุดคงหนีไม่พ้น กรด เบส แต่จะให้ทิ้งก็ไม่ได้เพราะเป็นบทยอดฮิตที่ออกข้อสอบ A-Level เคมี ปีละ 4-5 ข้อ ข่าวดีก็คือ ความยากของบทนี้ไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของเนื้อหา แต่เป็นเพราะเรามักหลงทางในกองทัพสูตรที่มีเยอะจนสับสน ถ้าเราเริ่มจัดระเบียบความคิด แยกแยะประเภทกรด-เบสให้ชัดเจนก่อนลงมือทำโจทย์ บทโหดๆ บทนี้จะกลายเป็นเหมืองทองที่ช่วยโกยคะแนนสอบให้เราได้อย่างคาดไม่ถึงเลย
Table of Contents
พจนานุกรมกรด เบส สรุปคำศัพย์ควรรู้ ช่วยให้เรียนกรดเบสง่ายขึ้น
คำศัพย์ | ใจความสำคัญ |
กรดแก่ | คือ กรดที่แตกตัวได้ดีมาก 100% ตามบทเรียน สสวท. มี 7 ตัวหลัก ได้แก่ HCl, HBr, HI, HNO3, HClO3, HClO4 และ H2SO4 ควรจำได้ทุกตัว!! |
เบสแก่ | คือ เบสที่แตกตัวได้ดีมาก 100% เช่น LiOH, NaOH, KOH, Ca(OH)2, Sr(OH)2 และ Ba(OH)2 *Mg(OH)2 และ Be(OH)2 ไม่จัดเป็นเบสแก่ |
กรดอ่อน | คือ กรดที่แตกตัวได้น้อยมาก เช่น HF HCN CH3COOH HNO2 |
เบสอ่อน | คือ เบสที่แตกตัวได้น้อยมาก เช่น NH3 |
Ka, Kb | ค่าคงที่การแตกตัวของกรดและเบส ตามลำดับ |
Kw | ค่าคงที่การแตกตัวของน้ำที่ 25 oC มีค่าเท่ากับ 10-14 |
pH, pOH, pKa, pKb | ค่า -log ของ [H+], [OH–], Ka และ Kb ตามลำดับ |
ศึก 3 สำนักทฤษฎีกรด-เบส: อาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี และลิวอิส ต่างกันตรงไหน?
ตารางสรุปเรื่องทฤษฎีกรด เบส
ในทฤษฎีของเบรินสเตด-ลาวรี จะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
คู่กรด-เบส : คู่สารที่มี H+ ต่างกันอยู่ 1 ตัว เช่น HF – F–, CH3COOH – CH3COO–, HCN – CN–, H2PO4– – HPO42-
คู่กรด : สารที่มี H+ มากกว่าอยู่ 1 ตัว จากตัวอย่าง ได้แก่ HF, CH3COOH, HCN, H2PO4–
คู่เบส : สารที่มี H+ น้อยกว่าอยู่ 1 ตัว จากตัวอย่าง ได้แก่ F–, CH3COO–, CN–, HPO42-
สารแอมโฟเทอริก (Amphoteric) คือ สารที่เป็นได้ทั้งกรดและเบส เช่น H2O, HCO3–, H2PO4– และ HS–
โดยสารแอมโฟเทอริกจะมีทั้งคู่กรดและคู่เบส
HF(aq) + H2O(l) ⇋ H3O+(aq) +F–(aq)
เบส
NH3(aq)+ H2O(l) ⇋ OH–(aq)+NH4+(aq)
กรด
ทริคการมองกรด เบสตามทฤษฎีกรด เบสของลิวอิส ว่องไวภายใน 5 วิ
ทฤษฎีนี้จะเป็นทฤษฎีที่มองยากที่สุด พี่ๆ จึงรวบรวมวิธีการมองแบบง่ายๆ มาให้น้องๆ
- ตัวที่มีลบเยอะกว่ามักเป็นตัวให้อิเล็กตรอน เช่น
I2 + I– → I3–
กรดลิวอิส เบสลิวอิส
- ดูการเคลื่อนที่ของอะตอม สารที่จ่ายอะตอมออกจะทำหน้าที่เป็นตัวให้อิเล็กตรอน เช่น
H+ + NaH → Na+ + H2
กรดลิวอิส เบสลิวอิส
ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิดโดยใช้ทริคการดูแบบง่ายๆ :
พิจารณาทีละสมการ
สมการที่ 1 : Cl– เคลื่อนที่จาก KCl ไป SnCl2 จึงสรุปได้ว่า KCl เป็นเบสลิวอิส และ SnCl2 เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 2 : F– เคลื่อนที่จาก AsF3 ไป SbF5 จึงสรุปได้ว่า AsF3 เป็นเบสลิวอิส และSbF5 เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 3 : I– เป็นลบมากกว่า I2 จึงสรุปได้ว่า I– เป็นเบสลิวอิส และ I2 เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 4 : Cl– เคลื่อนที่จาก (CH3)3CCl ไป AlCl3 จึงสรุปได้ว่า (CH3)3CCl เป็นเบสลิวอิส และ AlCl3 เป็นกรดลิวอิส
ดังนั้น ตอบข้อ 3.
แกะกล่องสูตรคำนวณกรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน เบสอ่อน
กล่องกรดแก่ – เบสแก่: “แตกตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ สายเปย์ใจถึง”
พวกกรดแก่และเบสแก่ เปรียบเหมือนคนใจป้ำ มีทองเท่าไหร่ให้หมด! เมื่อละลายน้ำแล้วจะแตกตัวได้ 100% ไม่มีเหลือโมเลกุลเดิมอยู่เลย
HClO4(aq) + H2O(l) → H3O+(aq) + ClO4–
0.2 M 0.2 M 0.2 M
Ca(OH)2(aq) → Ca2+(aq) + 2OH–(aq)
0.4 M 0.2 M 0.4 M
คำเตือน !!
กล่องกรดอ่อน – เบสอ่อน: “แตกตัวกั๊กๆ ต้องพึ่งค่าคงที่ (Ka, Kb)”
พวกกรดอ่อนและเบสอ่อน ละลายน้ำแล้ว แตกตัวได้เพียงบางส่วน (ส่วนใหญ่ไม่ถึง 5%) ที่เหลือยังอยู่เป็นโมเลกุลเหมือนเดิม ดังนั้นเราจึงต้องใช้ ค่าคงที่การแตกตัว (Ka สำหรับกรด, Kb สำหรับเบส) มาร่วมคำนวณด้วย พี่ๆ จึงสรุปสูตรและวิธีการใช้งานมาให้น้อง ๆ
ข้อระวังการเลือกใช้สูตร
- หากค่า NK > 1000 สามารถใช้สูตรประมาณได้ จะช่วยให้น้องๆ คำนวณได้ง่ายขึ้น
ถ้าหาก NK < 1000 น้อง ๆ ควรใช้สูตรเครื่องหมายเท่ากับ
- กรณีของสอบ A-Level ส่วนโจทย์อัตนัย เพื่อให้ปลอดภัยควรใช้สูตรที่เป็นเครื่องหมายเท่ากับ
ตัวอย่างโจทย์ A-Level
HINT : pH = 3 หมายความว่าสารละลายมีความเข้มข้นของ [H3O+] = 10-3 M
: เนื่องจากเป็นข้ออัตนัยควรใช้สูตรที่เป็นเครื่องหมายเท่ากับ
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
หาความเข้มข้นของกรดไฮโดรฟลูออริกในหน่วยโมลาร์
pH = 3 แสดงว่า [H3O+] = 1 x 10-3 M
จะได้ว่า Ka = [H3O+]2[HF]-[H3O+]
2.0 x 10-4 = (1 x 10-3)2[HF]-(1 x 10-3)
[HF] = 6 x 10-3 M
*จบในพาร์ทของกรดเบส เป็นส่วนของบทสารละลายและปริมาณสารสัมพันธ์
หาความเข้มข้นของกรดไฮโดรฟลูออริกในหน่วยร้อยละโดยมวล
จากสูตร N = %10dMw
6 x 10-3 = % x 10 x 1.2520
% = 9.6 x 10-3
หาปริมาตรของกรดไฮโดรฟลูออกริกที่ใช้
จากสูตร C1V1 = C2V2
(80.0)V1 = (9.6 x 10-3)(4000)
V1 = 0.48 mL
ดังนั้น ตอบ 0000.48
ถอดรหัสสูตรคำนวณ pH และ pOH: จากความเข้มข้นไอออนสู่ค่าตัวเลขที่เราคุ้นเคย
เคยสงสัยไหมครับว่า เวลาเราพูดว่าน้ำมะนาวมีค่า pH = 2 หรือสบู่มีค่า pH = 10 ตัวเลขกลมๆ ที่ดูเข้าใจง่ายเหล่านี้มาจากไหน? ทั้งที่ในความเป็นจริง นักเคมีเขาวัดความเข้มข้นของกรด เบสจากปริมาณไอออนที่มีตัวเลขยิบย่อยและติดลบมหาศาล เช่น 0.00001 M หรือ 1 x 10-5 M
วันนี้เราจะมาถอดรหัสและเปิดกล่องสูตรคำนวณที่เป็นเหมือน “เครื่องแปลภาษา” เปลี่ยนตัวเลขไอออนสุดยุ่งเหยิง ให้กลายเป็นค่า pH และ pOH ที่เราคุ้นเคย
และแน่นอนว่าหากน้องๆ คนไหนติดปัญหาเรื่องค่า log พี่ๆ ก็สรุปพื้นฐานค่า log ที่ควรรู้มาให้น้องๆ ดังนี้
โดยแพทเทิลที่จะช่วยให้น้องๆ คำนวณค่า pH ได้แม้จะไม่ถนัดเรื่อง log
เช่น [H3O+] = 0.002 M จะมีค่า pH เท่าไร
ขั้นตอนที่ 1. จัดรูปให้อยู่ในแพทเทิล A x 10-n → 2 x 10-3
ขั้นตอนที่ 2. pH = -log(2 x 10-3) = 3 – log 2
ขั้นตอนที่ 3 แทนค่า pH = 3 – log 2 = 3 – 0.301 = 2.69
สะพานเชื่อมเลข 14
ในบางครั้งน้องๆ มักจะคำนวณได้ค่า pOH ออกมาก่อน แต่โดยทั่วไปเรามักจะอ้างอิงความเป็นกรดเบส ด้วยค่า pH จึงมีสะพานคอยเชื่อมทั้ง 2 ค่าไว้ คือสมการ
14 = pH + pOH
และจากความรู้เรื่อง [H3O+][OH–] = 10-14 จึงสร้างแผนภาพสรุปความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเพื่อให้น้องๆ จดจำง่ายขึ้น
ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาวิทยาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เกลือไม่ได้เป็นกลางเสมอไป! รู้จักปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสที่เปลี่ยนสมบัติของเกลือในน้ำ
เมื่อพูดถึง “เกลือ” หลายคนมักจะนึกถึงเกลือแกงที่บ้าน (์NaCl) และทึกทักเอาเองว่าเกลือทุกชนิดที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดและเบสจะต้องมีสภาพเป็นกลาง (pH = 7) เสมอ ในบทความนี้เรามาแก้ไขความเข้าใจผิดของน้องๆ เพราะเมื่อเกลือบางชนิดเดินทางไปเจอกับน้ำ มันจะเกิดปฏิกิริยาที่ชื่อว่า “ไฮโดรลิซิส (Hydrolysis)” ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำธรรมดาๆ ให้กลายเป็นกรดหรือเบสได้
ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสคืออะไร?
Infographic
คำว่า Hydro (น้ำ) + Lysis (สลาย) แปลตรงตัวคือการใช้น้ำในการแยกสลาย แต่ในทางเคมีกรด-เบส ไฮโดรลิซิสของเกลือ หมายถึง ปฏิกิริยาที่ไอออนของเกลือเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำ แล้วทำให้สารละลายนั้นมีปริมาณ [H3O+] หรือ [OH–] เปลี่ยนไป ส่งผลให้ค่า pH ของน้ำเปลี่ยนตาม
กฎเหล็ก!! จะมีเพียงไอออนจากกรดอ่อน และ เบสอ่อนเท่านั้นที่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสได้
สรุปขั้นตอนการเขียนปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
- เขียนสมการแตกตัวของเกลือ
- เลือกไอออนที่มาจากกรดอ่อนหรือเบสอ่อนเพื่อนำมาเขียนสมการไฮโดรลิซิส
- เขียนสมการไฮโดรไลซิส
ตัวอย่าง CH3COONa
ขั้นที่ 1 เขียนสมการการแตกตัวของเกลือ → CH3COONa → CH3COO– + Na+
ขั้นที่ 2 เลือกไออนในกรณีนี้จะเลือกแค่ CH3COO– เนื่องจากมาจากกรดอ่อน CH3COOH
ส่วน Na+ มาจากเบสแก่ NaOH จึงไม่นำไปเขียนสมการ
ขั้นที่ 3 เขียนสมการไฮโดรลิซิส (ไอออนลบ)
CH3COO– + H2O ⇋ CH3COOH + OH–
เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำแตกตัวให้ OH– จึงสรุปว่าเป็นเกลือเบส
ตัวอย่าง NH4Cl
ขั้นที่ 1 เขียนสมการการแตกตัวของเกลือ : NH4Cl → NH4+ + Cl–
ขั้นที่ 2 เลือกไออนในกรณีนี้จะเลือกแค่ NH4+ เนื่องจากมาจากเบสอ่อน NH3 (น้องๆ คุ้นเคยในรูป NH4OH)
ส่วน Cl– มาจากกรดแก่ HCl จึงไม่นำไปเขียนสมการ
ขั้นที่ 3 เขียนสมการไฮโดรลิซิส (ไอออนบวก)
NH4+ + H2O ⇋ NH3 + H3O+
เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำแตกตัวให้ H3O+ จึงสรุปว่าเป็นเกลือกรด
เพื่อช่วยน้องๆ วิเคราะห์เกลือง่ายขึ้น พี่ๆ จึงทำตารางสรุปเรื่องเกลือ พร้อมสูตรคำนวณ ครบ เคลียร์!!
ข้อควรระวัง
- ใช้กับกรดอ่อนมอนอโปรติกเท่านั้น
- ในสูตรคำนวณ ใช้ความเข้มข้นของไอออนที่เกิดไฮโดรลิซิสไม่ใช่ความเข้มข้นของเกลือ
เช่น (CH3COO)2Ca เข้มข้น 0.01 M จะมี [CH3COO– ] = 0.01 x 2= 0.02 M
!! น้องๆ จะต้องใช้เลข 0.02 ในการแทนค่า ไม่ใช่ 0.01
ตัวอย่างโจทย์
จงคำนวณหาค่า pH ของสารละลายแคลเซียมอะซิเตต ((CH3COO)2Ca) เข้มข้น 0.004 M ที่อุณหภูมิ 25 oC (กำหนดให้ ค่าคงที่การแตกตัวของกรดอะซิติก Ka = 2 x 10-5 และ log 2 = 0.3)
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เขียนสมการที่เกี่ยวข้อง
สมการการแตกตัว (CH3COO)2Ca → 2CH3COO– + Ca2+
0.004 M 0.008 M 0.004 M
สมการไฮโดรไลซิส : CH3COO– + H2O ⇋ CH3COOH + OH– ; จึงสรุปได้ว่าเป็นเกลือเบส
สมการคำนวณ [OH–] = KwKq N ; เนื่องจากเป็นเกลือเบสจึงต้องใช้ [OH–] และค่า Kb
[OH–] = 10-142 10-5 0.008 ; เนื่องจากเป็น N ของ CH3COO– จึงใช้ค่า N = 0.008 M
[OH–] = 2 x 10-6
pOH = -log [OH-]
= -log[2 x 10-6 ]
= 5.7
pH = 14 – 5.7 = 8.3
สารละลายบัฟเฟอร์ฮีโร่รักษาค่า pH กับ 2 วิธีเตรียมสารละลายสุดเวิร์ก
สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่สามารถรักษาค่า pH ให้คงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เมื่อเราเติมกรดแก่หรือเบสแก่จำนวนเล็กน้อยลงไป
สาเหตุที่มันทำหน้าที่เป็นโล่กำบังได้ดีขนาดนี้ เพราะบัฟเฟอร์ จะต้องมี “คู่กรด” คอยดักจับเบสที่เติมเข้ามา และมี “คู่เบส” คอยดักจับกรดที่เติมเข้ามา เปรียบเสมือนมีทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับอยู่ในทีมเดียวกัน
สรุป 2 วิธีเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์สุดเวิร์ก
วิธีที่ 1: “วิธีทางตรง” – จับคู่แท้ผสมกัน
วิธีนี้ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด เป็นการนำกรดอ่อนผสมกับเกลือของกรดอ่อน (บัฟเฟอร์กรด) หรือ เบสอ่อนผสมกับเกลือของเบสอ่อน (บัฟเฟอร์เบส) โดยตรงในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
- สูตรผสมบัฟเฟอร์กรด: กรดอะซิติก (CH3COOH) + โซเดียมอะซิเตต (CH3COONa)
→ ทำให้ในระบบมีคู่กรด คือ CH3COOH และคู่เบสคือ CH3COO–
- สูตรผสมบัฟเฟอร์เบส: แอมโมเนีย (NH3) + แอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl)
→ ทำให้ในระบบมีคู่กรด คือ NH4+ และคู่เบสคือ NH3
วิธีที่ 2: “วิธีทางอ้อม” – ปฏิกิริยาสะกิดรัก
วิธีนี้จะมีความซับซ้อนขึ้นมาอีกนิด แต่เป็นวิธีที่ข้อสอบชอบเอามาออกบ่อยที่สุด! คือการนำ “สายอ่อนที่มากเกินพอ” มาทำปฏิกิริยากับ “สายแก่ที่น้อยกว่า” เพื่อให้สายแก่ถูกใช้หมดไป และเหลือสารตั้งต้นฝั่งอ่อนจับคู่กับเกลือที่เกิดขึ้นใหม่ในระบบ
- สร้างบัฟเฟอร์กรด: นำ กรดอ่อน (ปริมาณมากเกินพอ) + เบสแก่ (ตัวหมด)
เช่น HCN + NaOH → NaCN + H2O
เหลือ หมด เกิดขึ้น
ทำให้หลังสิ้นสุดปฏิกิริยามีคู่กรด (HCN) และ คู่เบส (CN–) จึงกลายเป็นสารละลายบัฟเฟอร์
- สร้างบัฟเฟอร์เบส: นำ เบสอ่อน (ปริมาณมากเกินพอ) + กรดแก่ (ตัวหมด)
เช่น NH3 + HCl → NH4Cl + H2O
เหลือ หมด เกิดขึ้น
ทำให้หลังสิ้นสุดปฏิกิริยามีคู่กรด (NH4+) และ คู่เบส (NH3) จึงกลายเป็นสารละลายบัฟเฟอร์
วิธีการพิจารณาว่าสารใดหมด สารใดเหลือ
เทียบ aN1V1 กับ bN2V2 ก้อนใดมีค่าน้อยกว่าก้อนนั้นเป็นสารหมด
**ใช้เปรียบเทียบกรณีที่เป็นกรดมอนอโปรติกเท่านั้น
สรุปสูตรคำนวณบัฟเฟอร์
** สามารถใช้หน่วยโมลแทนโมลาร์ได้
กรณีเป็นการผสมทางอ้อม มีสูตรที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
[กรดอ่อน หรือ เบสอ่อนที่เหลือ] = aN1V1 – bN2V2 aVรวม
[เกลือที่เกิด] = N2V2 aVรวม
โดย aN1V1 คือสารเหลือ และ bN2V2 คือ สารหมด
ตัวอย่างโจทย์เข้ามหาวิทยาลัย
ตัวอย่างที่ 1
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
ตัวอย่างที่ 2
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
การไทเทรต
การไทเทรตกรด-เบส (Acid-Base titration) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาปริมาณกรดหรือ
เบสที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน แล้วนำไปคำนวณหาความเข้มข้นของกรดหรือเบสที่ต้องการ
การเลือกใช้อินดิเคเตอร์สำหรับการไทเทรต
การเลือกอินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมเป็นจุดที่ข้อสอบ A-Level เคมี ออกบ่อยมาก หลักการสำคัญคือต้องเลือกอินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH ของการเปลี่ยนสีครอบคลุมค่า pH ณ จุดสมมูล (Equivalence Point) ของปฏิกิริยาการไทเทรตนั้นๆ เพื่อให้จุดยุติใกล้เคียงกับจุดสมมูลที่สุด
ตารางช่วงการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ที่พบบ่อย:
อินดิเคเตอร์ | ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี | สีที่เปลี่ยน |
เมทิลไวโอเลต | 0.0 – 1.6 | เหลือง – ม่วง |
เมทิลเรด | 4.4 – 6.2 | แดง – เหลือง |
โบรโมไทมอลบลู | 6.0 – 7.6 | เหลือง – น้ำเงิน |
ฟีนอล์ฟทาลีน | 8.3 – 10.0 | ไม่มีสี – ชมพู |
การคำนวณการไทเทรต
ตัวอย่างโจทย์เข้ามหาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เรียนเคมี ม.ปลาย กับ OnDemand
ข้อสอบกรด เบส หลายครั้งวัดกันที่ ‘ความแม่นสูตร และความไวในการเลือกใช้’ ลำพังแค่เข้าใจทฤษฎีอาจไม่ทันเวลา แต่ถ้าเราจำสูตรเด็ดได้แม่นยำ เลือกใช้สูตรได้ถูกจุดตรงกับที่โจทย์หลอก คะแนน 4-5 ข้อนี้ก็อยู่ในมือเราแน่นอน ถ้าไม่อยากพลาดแต้มสำคัญ มาร่วมเจาะลึกเทคนิคการใช้ สูตรลัด และเทคนิคการมองโจทย์ให้ขาดได้รวดเร็ว
OnDemand พร้อมช่วยให้น้อง ๆ เตรียมความพร้อมด้านการเรียน การสอบด้วยคอร์สเรียน วิชาเคมี ม.ปลาย โดย OnDemand ซึ่งสอนโดยทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ปูพื้นฐาน เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ เพิ่มคะแนนในห้องเรียน ไปจนถึงการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม
- Add Line: Ondemand Education
- โทรศัพท์: 02-251-9456 (08.00-20.00 น.)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรด เบส ม.ปลาย
Q: กรด เบส มีหัวข้อไหนบ้างที่ออกสอบบ่อยและน่าเก็บ?
A: เรื่องทฤษฎีกรด เบส , การแตกตัวของกรด เบส บัฟเฟอร์และการไทเทรต
Q: เทคนิคการทำโจทย์กรด เบส
A: หลายๆ คน มักมีปัญหาในการตีความ และเลือกใช้สูตรไม่ถูก แนะนำเป็น 3 ขั้นตอนค่ะ
- หาคีย์เวิร์ดจากคำถาม ว่าโจทย์ต้องการตัวแปรอะไร
- วิเคราะห์แนวโจทย์ว่าเป็นแนวไหน เช่น แนวการแตกตัว แนวไทเทรต แนวบัฟเฟอร์ หรือแนวทำปฏิกิริยา
- เลือกใช้สูตรที่เกี่ยวข้อจากแนวนั้น ๆ
Q: ก่อนเรียนกรด เบส ควรมีพื้นฐานจากบทไหนบ้าง
A: เพื่อให้สามารถเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพควรมีพื้นฐานจากบทสารละลายและปริมาณสัมพันธ์ และบทสมดุลเคมี






















