เจาะลึกเนื้อหา “ปริมาณสารสัมพันธ์” เคมี ม.ปลาย จุดที่ออกสอบยอดฮิต!

Key Takeaways

เมื่อพูดถึงหัวข้อที่เป็นหัวใจสำคัญและเป็นรากฐานของการคำนวณเคมีทั้งหมด คงหนีไม่พ้นเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบทเรียนที่เชื่อมโยงเนื้อหาตั้งแต่เรื่องโมล สูตรเคมี สารละลาย ไปจนถึงสมการเคมี การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ปริมาณสารสัมพันธ์ อย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เก็บคะแนนในห้องเรียนได้ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการพิชิตข้อสอบสนามใหญ่อย่าง A-Level อีกด้วย

เนื้อหาเคมี ม.ปลาย ที่ต้องรู้ก่อนสอบและเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย 

วิชาเคมีถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของสายวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทอย่างมากต่อคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่น้อง ๆ หลายคนมักจะรู้สึกถอดใจเมื่อต้องเจอกับเนื้อหาที่กว้างและสูตรคำนวณที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อขึ้นสู่ระดับการเรียนเคมี ม.ปลาย ที่มีบทหินอย่างเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ต่อยอดเชื่อมโยงในอีกหลาย ๆ บท

การทำความเข้าใจภาพรวมของเนื้อหา ตั้งแต่การคำนวณความเข้มข้นของสารละลาย ไปจนถึงหลักการวิเคราะห์สมการเคมี จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถวางแผนการเรียนได้อย่างเป็นระบบ และพร้อมรับมือกับข้อสอบ A-Level ได้อย่างมั่นใจ

ทำไมต้องเรียนเคมี ม.ปลาย และเข้าใจ “ปริมาณสารสัมพันธ์”? 

แม้ว่าหลายคนจะมองว่าวิชาเคมีมีสูตรและการคำนวณค่อนข้างมาก แต่จริง ๆ แล้ว การเรียนเคมี ม.ปลาย เป็นวิชาที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติรอบตัวอย่างมีเหตุผล และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะสายวิทยาศาสตร์และสุขภาพ เช่น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์9

ในการสอบเหล่านั้น บทเรียนเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ถือเป็นหัวใจหลักที่ออกสอบบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นบทที่ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงแนวคิด และคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ของสารได้อย่างแม่นยำ หากน้อง ๆ ล็อกเป้าหมายและเก็บแต้มจากบทนี้ได้ โอกาสคว้าคะแนนสูงก็อยู่ไม่ไกล

“โมล” (Mole) สะพานเชื่อมโลกมหภาคและจุลภาค

เวลาเราพูดถึงสารเคมี เราไม่สามารถหยิบอะตอมหรือโมเลกุลมานับทีละตัวได้เพราะมันเล็กเกินไป นักเคมีจึงสร้างหน่วยวัดที่เรียกว่า “โมล” ขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยกลางในการคำนวณ ปริมาณสารสัมพันธ์ 

สรุปสูตรโมลจำง่าย: n=\frac{g}{MW}=\frac{N}{6.2×10^{23}}=\frac{V}{22.4}(ที่ STP)

n = จำนวนโมล

g = มวลของสาร (กรัม)

MW = มวลต่อโมลหรือมวลอะตอม

N = จำนวนอนุภาค (โมเลกุล, อะตอม, ไอออน)

V = ปริมาตรของแก๊ส (ลูกบาศก์เดซิเมตร หรือ ลิตร)

ถ้าเราเข้าใจว่าโมลสามารถเปลี่ยนเป็นกรัม เป็นจำนวนอนุภาค หรือเป็นปริมาตรแก๊สได้ การคำนวณเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ในสมการเคมีก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมาก 

กฎทรงมวล (Law of Conservation of Mass) บาลานซ์ฝั่งซ้ายและขวา

กฎนี้ถือเป็นเสาหลักของเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ เลยก็ว่าได้ มวลของสารก่อนทำปฏิกิริยา (สารตั้งต้น) จะต้อง “เท่ากับ” มวลของสารหลังทำปฏิกิริยา (สารผลิตภัณฑ์) เสมอ ไม่มีสารใดที่อยู่ ๆ ก็งอกขึ้นมาเองหรือหายไปในอากาศ

ดังนั้น ดุลสมการเคมีจึงสำคัญมาก! ถ้าฝั่งซ้ายมีไฮโดรเจน 4 ตัว ฝั่งขวาก็ต้องมี 4 ตัว การดุลสมการที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่จะนำไปใช้คำนวณ ปริมาณสารสัมพันธ์ ของสารในปฏิกิริยาต่อไปนั่นเองครับ

สูตรเอ็มพิริคัล (Empirical Formula) สูตรอย่างง่ายที่บอกสัดส่วน 

สูตรเอ็มพิริคัล คือ สูตรที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนอะตอมของธาตุที่ประกอบขึ้นเป็นสารประกอบนั้น ๆ วิธีการหาง่ายมากครับ แค่เปลี่ยนมวลของธาตุแต่ละตัวให้เป็น “โมล” จากนั้นนำเอาเลขโมลที่น้อยที่สุดไปหารสัดส่วนทั้งหมด เพื่อให้ได้เลขลงตัวที่เป็นอัตราส่วนอย่างต่ำ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทประยุกต์ของ ปริมาณสารสัมพันธ์ ที่ออกข้อสอบบ่อยสุด ๆ 

เจาะลึก “ปริมาณสารสัมพันธ์” และสารละลาย: หัวใจสำคัญของเคมี ม.ปลาย

ในบรรดาเนื้อหาเคมี ม.4 ถึง ม.6 เรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ถือเป็นบทปราบเซียนที่มีสัดส่วนคะแนนสูงและต้องใช้ความเข้าใจควบคู่กับการคำนวณ โดยมีหัวข้อหลักที่น้อง ๆ ต้องเก็บให้ครบดังต่อไปนี้

ความเข้มข้นของสารละลาย และหน่วยของความเข้มข้น 

สารละลายเกิดจากตัวละลายและตัวทำละลายผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ในทางเคมีเราจำเป็นต้องระบุปริมาณของตัวละลายในสารละลาย ซึ่งเรียกว่า “ความเข้มข้น” โดยหน่วยของความเข้มข้นที่ต้องใช้บ่อยในเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ได้แก่

ร้อยละ (%) หรือส่วนในร้อยส่วน โดยจะแบ่งเป็น

ร้อยละโดยมวลต่อมวล (% w/w) = \frac{มวลของตัวถูกละลาย (g)}{มวลของสารละลาย (g)} x 10

ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร (% v/v) = \frac{ปริมาตรของตัวถูกละลาย (cm^{3})}{ปริมาตรของสารละลาย (cm^{3})} x 100

ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร (% w/v) = \frac{มวลของตัวถูกละลาย (g)}{ปริมาตรของสารละลาย (cm^{3})} x 100

ส่วนในล้านส่วน (ppm), ส่วนในพันล้านส่วน (ppb)

ppm =  \frac{ตัวถูกละลาย}{สารละลาย} x 1,000,000

ppb =   \frac{ตัวถูกละลาย}{สารละลาย}x 10^{9}

โมลาริตี (Molarity หรือ Molar – M) เป็นจำนวนโมลของตัวละลายในสารละลาย 1 ลิตร (mol/dm3) เป็นหน่วยที่พบบ่อยที่สุดในการคำนวณสมการเคมี 

โมลาริตี (M) = \frac{จำนวนโมลของตัวถูกละลาย (mol)}{ปริมาตรของสารละลาย (dm^{3} หรือ L)}

โมแลลิตี ( Molality หรือ Molal – m) บอกเป็นจำนวนโมลของตัวละลายในตัวทำละลาย 1 กิโลกรัม (mol/kg) ซึ่งหน่วยนี้จะมีความพิเศษตรงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ 

โมแลลิตี (m) = \frac{จำนวนโมลของตัวถูกละลาย (mol)}{มวลของตัวทำละลาย (kg)} 

เศษส่วนโมล ()

A = \frac{mol A}{mol ทั้งหมด}

การเตรียมสารละลาย

การเตรียมสารละลายในห้องปฏิบัติการมี 3 วิธีหลัก คือ การเตรียมจากสารบริสุทธิ์ (ที่เป็นของแข็งหรือของเหลว) การเตรียมจากสารละลายโดยการนำสารละลายเข้มข้นมาเจือจาง และการเตรียมสารละลายโดยการผสมสารละลาย สิ่งสำคัญคือต้องแม่นยำเรื่องการเปลี่ยนหน่วยและการใช้สูตร เพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ต้องการ ซึ่งทักษะนี้จะถูกนำไปใช้ร่วมกับเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ในการคำนวณปฏิกิริยาเคมีต่อไป

การเตรียมสารละลาย

การเตรียมสารละลายในห้องปฏิบัติการมี 3 วิธีหลัก คือ การเตรียมจากสารบริสุทธิ์ (ที่เป็นของแข็งหรือของเหลว) การเตรียมจากสารละลายโดยการนำสารละลายเข้มข้นมาเจือจาง และการเตรียมสารละลายโดยการผสมสารละลาย สิ่งสำคัญคือต้องแม่นยำเรื่องการเปลี่ยนหน่วยและการใช้สูตร เพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ต้องการ ซึ่งทักษะนี้จะถูกนำไปใช้ร่วมกับเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ ในการคำนวณปฏิกิริยาเคมีต่อไป

ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาลัย 

(สามัญ 58) ในการเตรียมสารละลายมาตรฐาน K_{2}Cr_{2}O_{7} เข้มข้น 1.00 x 10^{-5} mol/dm^{3} ทำได้โดยชั่ง K_{2}Cr_{2}O_{7},

บริสุทธิ์ X g ละลายด้วยน้ำกลั่น และปรับปริมาตรเป็น 100 cm^{3} จากนั้นปิเปตต์สารละลายที่เตรียมได้ 1.00 cm^{3}

ใส่ลงในขวดวัดปริมาตรขนาด 500 cm^{3} เติมน้ำกลั่นจนถึงขีดวัดปริมาตร แล้วเขย่าผสมให้เข้ากัน X มีค่าเท่าใด

  1. 0.147             2. 0.294         3. 0.588         4.  1.470        5. 2.940

เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด

ต้องการเตรียมสารละลายมาตรฐาน K_{2}Cr_{2}O_{7} เข้มข้น 1.00 x 10^{-5} mol/dm^{3}

มวลต่อโมลของ K_{2}Cr_{2}O_{7} = (39×2) + (52×2) + (16×7) = 294

ความเข้มข้นของสารละลายที่เตรียมจากของแข็ง

ปิเปตต์สารละลายมา 1.00 cm^{3} แล้วปรับปริมาตรเป็น 500 cm^{3}

ดังนั้น จึงตอบข้อ 1

สมบัติคอลลิเกทีฟ (Colligative Properties)

เมื่อเราใส่ตัวละลายประเภทที่ระเหยยากและไม่แตกตัวเป็นไอออนลงในตัวทำละลายบริสุทธิ์ จะทำให้สมบัติทางกายภาพของสารละลายเปลี่ยนไป ซึ่งเรียกว่า สมบัติคอลลิเกทีฟ โดยมีหลักการสำคัญคือ: 

จุดเดือดเพิ่มขึ้น (Boiling Point Elevation): 

สารละลายจะมีจุดเดือดสูงกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์ \Delta T_{b} = K_{b} \cdot m

จุดเยือกแข็งลดลง (Freezing Point Depression):

สารละลายจะมีจุดเยือกแข็งต่ำกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์ \Delta T_{f} = K_{f} \cdot m

ข้อควรรู้ ค่าที่เปลี่ยนแปลงจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในหน่วยโมแลล (m) เท่านั้น ไม่ขึ้นกับชนิดของตัวละลาย 

ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาลัย 

(สามัญ 59) กำหนดสมบัติของตัวทำละลายดังนี้

ถ้าละลายสาร 100 g ในตัวทำละลาย 1 kg สารละลายในข้อใดมีจุดเดือดสูงที่สุด

เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด

จากสมบัติคอลลิเกทีฟ \Delta T a m เมื่อ m = \frac{(100)(1000)}{1000 x MW}

ถ้ามวลต่อโมลน้อย ความเข้มข้นในหน่วยโมแลลจะมาก ส่งผลให้สารละลายมีจุดเดือดสูงขึ้น และ

ตัวทำละลายเป็นน้ำ จะให้จุดเดือดสูงกว่าเอทานอล เพราะฉะนั้นยูเรียมีมวลต่อโมลต่ำสุด จึงมีจุดเดือดสูงที่สุด

จึงพิจารณาเฉพาะมวลต่อโมลของสารที่ละลายในน้ำ

  1. ยูเรีย มีมวลต่อโมล 60
  2. กลูโคส มีมวลต่อโมล 180
  3. ซูโครส มีมวลต่อโมล 342

ดังนั้น จึงตอบข้อ 1.

หลักการคำนวณพื้นฐานสมการเคมี และผลได้ร้อยละ 

เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี การคำนวณหาปริมาณของสารตั้งต้นที่ต้องใช้ หรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น จะต้องใช้หลักของ ปริมาณสารสัมพันธ์ โดยมีขั้นตอนคือ:

  1. เขียนและดุลสมการเคมีเสมอ: เพื่อทราบอัตราส่วนโดยโมลของสาร
  2. เปลี่ยนปริมาณสารให้เป็นหน่วยโมล (Mole): ไม่ว่าจะให้มาเป็นกรัม, ปริมาตรแก๊สที่ STP หรือความเข้มข้นสารละลาย
  3. หาความสัมพันธ์และสารกำหนดปริมาณ (Limiting Reagent): ในกรณีที่สารตั้งต้นให้มาไม่พอดีกัน สารที่หมดก่อนจะเป็นตัวกำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์
  4. คำนวณผลได้ร้อยละ (Percentage Yield): ในความเป็นจริง การทดลองอาจได้ผลิตภัณฑ์น้อยกว่าที่คำนวณตามทฤษฎี เราจึงต้องหาอัตราส่วนเปรียบเทียบจากสูตร:

ผลได้ร้อยละ = \frac{ผลได้จริงี}{ผลได้ตามทฤษฎ}x100

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ