ไฟฟ้าสถิต ม.5 เนื้อหาครบ! สรุปสูตร! พร้อมตัวอย่างโจทย์และข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์!

Key Takeaways:

หัวใจสำคัญของการเรียนไฟฟ้าสถิต ม.5 คือ การคำนวณหาขนาดแรงระหว่างประจุตามกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า และศักย์ไฟฟ้า ซึ่งน้อง ๆ จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหากฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน และกฎการอนุรักษ์พลังงานกลมาก่อน เพราะเป็นฐานสำคัญในทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของประจุ นอกจากนี้ บทไฟฟ้าสถิตเป็นหนึ่งในหัวข้อยอดฮิตที่ออกในข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ บ่อยมาก โจทย์มักจะชอบวัดความเข้าใจเรื่องสนามไฟฟ้า งานในการเคลื่อนประจุ ศักย์ไฟฟ้า และตัวเก็บประจุ ถ้าเข้าใจบทนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความกดดันเมื่อสอบจริงได้

Table of Contents

blog electrostatics image61 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและกำลังเรียนเนื้อหากลุ่มไฟฟ้า ที่ถือว่าโหดและหินมากสำหรับวิชาฟิสิกส์ น้อง ๆ ที่เพิ่งเรียนกลุ่มนี้ บทแรกจะเป็น ไฟฟ้าสถิต จะได้ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของไฟฟ้าสถิต แรงระหว่างประจุ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้าและพลังงานศักย์ไฟฟ้า และตัวเก็บประจุ โดยหัวข้อในบทไฟฟ้าสถิตนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการเรียนเนื้อหากลุ่มไฟฟ้าบทถัดไป 

เคล็ดลับสำคัญในการเรียนเนื้อหากลุ่มไฟฟ้าให้เข้าใจ จำเป็นต้องมีพื้นฐานที่สำคัญจากเนื้อหาในกลุ่มกลศาสตร์ โดยเฉพาะเนื้อหาการเคลื่อนที่ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน และกฎการอนุรักษ์พลังงานกล แต่ถ้าน้อง ๆ แม่นในเนื้อหาเหล่านี้แล้ว เรามาอ่านและทำความเข้าใจหลักการสำคัญของไฟฟ้าจากบทความนี้กัน

สมัครเรียนคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย : ไฟฟ้าสถิต กับ OnDemand  

ธรรมชาติของไฟฟ้าสถิต 

เมื่อศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า หรือสภาวะผมชี้ฟูขณะหวีผมในวันที่อากาศแห้ง ในทางฟิสิกส์สามารถอธิบายได้จากหลักการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าและกฎอนุรักษ์ประจุไฟฟ้า (Law of Conservation of Electric Charge) 

ตามแบบจำลองอะตอมที่นักวิทยาศาสตร์ยอมรับกันในปัจจุบัน สสารทุกชนิดประกอบด้วยอะตอมที่มีโปรตอนซึ่งแสดงประจุบวก และนิวตรอนที่เป็นกลางทางไฟฟ้ารวมกันอยู่ภายในนิวเคลียส อิเล็กตรอนซึ่งแสดงประจุลบจะโคจรอยู่โดยรอบ ๆ โดยทั่วไป วัตถุจะมีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า เนื่องจากมีจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนเท่ากัน แต่เมื่อวัตถุสองชนิดเกิดการขัดสีกัน จะส่งผลให้อิเล็กตรอนถ่ายโอนระหว่างผิวสัมผัส แต่ละวัตถุที่นำมาขัดถูกัน และแสดงอำนาจทางไฟฟ้าออกมา โดย

  • วัตถุที่สูญเสียอิเล็กตรอนจะแปรสภาพเป็นวัตถุที่มีประจุสุทธิเป็นบวก 
  • วัตถุที่ได้รับอิเล็กตรอนจะแปรสภาพเป็นวัตถุมีประจุสุทธิเป็นลบ

กระบวนการนี้สอดคล้องกับกฎการอนุรักษ์ประจุไฟฟ้า ที่กล่าวว่า “ประจุไฟฟ้าไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือทำให้สูญหายไปได้ แต่เป็นการถ่ายโอนระหว่างวัตถุเท่านั้น”

3 วิธีการทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้า

การทำให้วัตถุที่เดิมเป็นกลางทางไฟฟ้าแสดงอำนาจไฟฟ้าออกมาหรือมีประจุไฟฟ้าสุทธิไม่เป็นศูนย์ สามารถทำได้ 3 วิธีหลัก ดังนี้

  1. 1. การขัดถู (Friction): เกิดจากการนำวัตถุต่างชนิดกันมาขัดสีกัน ทำให้อิเล็กตรอนจากวัตถุหนึ่งหลุดไปยังอีกวัตถุหนึ่ง วัตถุที่เสียอิเล็กตรอนจะมีประจุบวก ส่วนวัตถุที่รับอิเล็กตรอนจะมีประจุลบ
  2. 2. การสัมผัส (Conduction): คือการนำวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าอยู่แล้วไปแตะหรือสัมผัสกับวัตถุที่เป็นกลาง ทำให้อิเล็กตรอนถ่ายโอนระหว่างกัน จนวัตถุที่เป็นกลางมีประจุชนิดเดียวกับวัตถุที่นำมาสัมผัส
  3. 3. การเหนี่ยวนำ (Induction): เป็นการนำวัตถุที่มีประจุมาจ่อใกล้ ๆ วัตถุที่เป็นกลาง (โดยไม่สัมผัส) ประจุในวัตถุที่เป็นกลางจะเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ โดยประจุชนิดตรงข้ามจะถูกดึงดูดมาอยู่ใกล้ และประจุชนิดเดียวกันจะถูกผลักออกไป

วัตถุใดจะรับหรือสูญเสียอิเล็กตรอน ลำดับความยากง่ายในการสูญเสียอิเล็กตรอนของวัสดุต่าง ๆ เมื่อขัดถูกัน สามารถเรียงลำดับวัสดุที่สูญเสียอิเล็กตรอนได้ง่ายไปยาก 

image8 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

จากตาราง พบว่า แก้วมีลำดับเป็น 1 และผ้าฝ้ายมีลำดับเป็น 7 แสดงว่า เมื่อนำแก้วและผ้าฝ้ายมาขัดถูกัน แก้วที่มีลำดับการสูญเสียอิเล็กตรอนน้อยกว่าผ้าฝ้าย แก้วจะสูญเสียอิเล็กตรอนให้แก่ผ้าฝ้าย จึงทำให้หลังขัดถู แก้วมีประจุสุทธิบวก และผ้าผ้าฝ้ายมีประจุสุทธิเป็นลบ จึงทำให้แก้วและผ้าฝ้ายหลังขัดถู สามารถออกแรงระหว่างประจุไฟฟ้ากระทำต่อวัตถุอื่นได้ทั้งวัตถุที่มีประจุ และวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้า

แรงระหว่างประจุและกฎของคูลอมบ์

จากการขัดถูกันระหว่างแก้วและผ้าฝ้ายสามารถทำให้เกิดประจุ และออกแรงระหว่างประจุกระทำต่อวัตถุอื่น ในการศึกษาแรงระหว่างประจุ จะพิจารณาจุดประจุสองจุดที่อยู่ในบริเวณหนึ่ง โดยแรงระหว่างประจุที่กระทำระหว่างกัน จะมีขนาดตามกฎของคูลอมบ์ (Coulomb’s law) กล่าวคือ ขนาดของแรง (F) จะแปรผันตรงกับผลคูณของขนาดประจุแต่ละตัว (Q_{1}Q_{2}) และแปรผกผันกับกำลังสองของระยะห่างระหว่างประจุทั้งสอง (r^2) ตามสมการ

F = \dfrac{k Q_1 Q_2}{r^2}

โดยที่ k คือ ค่าคงตัวของคูลอมบ์ เท่ากับ 9 \times 10^9\text{ N}\cdot\text{m}^2/\text{C}^2

สำหรับทิศของแรงระหว่างประจุจะอยู่บนแนวเส้นตรงที่ลากผ่านจุดประจุทั้งสอง โดยจะออกแรงผลักหรือแรงดึงดูดระหว่างกัน จะพิจารณาจากชนิดของคู่ประจุ

จากการขัดถูกันระหว่างแก้วและผ้าฝ้ายสามารถทำให้เกิดประจุ และออกแรงระหว่างประจุกระทำต่อวัตถุอื่น 

สำหรับทิศของแรงระหว่างประจุจะอยู่บนแนวเส้นตรงที่ลากผ่านจุดประจุทั้งสอง โดยจะออกแรงผลักหรือแรงดึงดูดระหว่างกัน จะพิจารณาจากชนิดของคู่ประจุ

  • ประจุทั้งสองเป็นประจุชนิดตรงข้ามกัน แรงระหว่างประจุจะเป็นแรงดึงดูด
  • ประจุทั้งสองเป็นประจุชนิดเดียวกัน แรงระหว่างประจุจะเป็นแรงผลัก

image2 2 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

ข้อสังเกต : Q_1 และ Q_2 ที่แทนในสมการตามกฎของคูลอมบ์จะเป็นขนาดประจุ ทำให้ไม่ต้องแทนเครื่องหมาย + หรือ – ตามชนิดประจุลงไปในการคำนวณ

ตัวอย่างโจทย์แรงระหว่างประจุและกฎของคูลอมบ์

ประจุ -1.6 ไมโครคูลอบ์ และประจุ +2.4 ไมโครคูลอมบ์ วางอยู่บนแกน x ดังภาพ

image10 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

จงหาขนาดและทิศทางของแรงระหว่างประจุที่กระทำต่อประจุ -1.6 ไมโครคูลอบ์

วิธีทำ จากโจทย์ Q_1 = 1.6 \times 10^{-6}\text{ C}, Q_2 = 2.4 \times 10^{-6}\text{ C} และ r = 6 \times 10^{-2}\text{ m}

แทนค่าในสูตร F = \dfrac{k Q_1 Q_2}{r^2}

จะได้ F = \dfrac{(9 \times 10^9\text{ N}\cdot\text{m}^2/\text{C}^2) \times (1.6 \times 10^{-6}\text{ C}) \times (2.4 \times 10^{-6}\text{ C})}{(6 \times 10^{-2}\text{ m})^2}

F = 9.6\text{ N}

ทิศของแรงระหว่างประจุที่กระทำต่อประจุ -1.6\text{ }\mu\text{C} จะอยู่บนแนวเส้นตรงที่ลากผ่านประจุทั้งสอง และประจุทั้งสองเป็นประจุชนิดต่างกัน จึงทำให้ออกแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน

image7 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

จากรูป จะได้ว่า แรงระหว่างประจุที่กระทำต่อประจุ -1.6\text{ }\mu\text{C} มีทิศ +x 

ดังนั้น แรงระหว่างประจุที่กระทำต่อประจุ -1.6\text{ }\mu\text{C} มีขนาด 9.6 นิวตัน และมีทิศ +x 

สนามไฟฟ้า

สนามไฟฟ้า (Electric field) เป็นบริเวณที่มีอำนาจทางไฟฟ้า โดยบริเวณที่มีประจุไฟฟ้าจะมีสนามไฟฟ้าอยู่ เมื่อนำประจุทดสอบ +q ไปวาง จะมีแรงภายนอกมากระทำต่อประจุนั้น ดังนั้น นิยามของสนามไฟฟ้า คือ แรงภายนอกที่กระทำประจุบวกขนาดหนึ่งหน่วย 

\vec{E}=\dfrac{\vec{F}}{q}

จากนิยามสนามไฟฟ้า จะได้ว่า สนามไฟฟ้าเป็นปริมาณเวกเตอร์ และหน่วยของสนามไฟฟ้า คือ นิวตันต่อคูลอมบ์ (N/C)

หากสนามไฟฟ้าเกิดจากประจุ Q ประจุนั้นจะเรียกว่า ประจุต้นกำเนิด (Source charge) เมื่อนำประจุทดสอบ q มาวาง โดยอยู่ห่างจากประจุขนาด Q เป็นระยะ r จะเกิดแรงระหว่างประจุมากระทำต่อประจุ q

จากขนาดแรงระหว่างประจุ F = \dfrac{k Q q}{r^2}

และจากนิยามสนามไฟฟ้า E = \dfrac{F}{q}

E = \dfrac{\frac{k Q q}{r^2}}{q}

จะได้ว่า ขนาดสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุ (ประจุต้นกำเนิดขนาด Q) 

E = \dfrac{k Q}{r^2}

สำหรับทิศสนามไฟฟ้าจะมีทิศพุ่งออกจากประจุบวกเข้าหาประจุลบ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีนำประจุทดสอบ q ไปทดสอบทิศสนามไฟฟ้า ณ ตำแหน่งหนึ่ง ทิศสนามไฟฟ้าจะขึ้นกับแรงไฟฟ้าที่มากระทำและชนิดของประจุทดสอบ

  • ประจุทดสอบมีประจุ +q ทิศของสนามไฟฟ้าจะมีทิศเดียวกับทิศแรงไฟฟ้า
  • ประจุทดสอบมีประจุ -q ทิศของสนามไฟฟ้าจะมีทิศตรงข้ามกับทิศแรงไฟฟ้า 

นอกจากนี้ บริเวณที่พิจารณามีมากกว่าหนึ่งจุดประจุ หรือมี N ประจุ สนามไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด ๆ จะเป็นผลรวมแบบเวกเตอร์ของสนามไฟฟ้าเนื่องจากแต่ละประจุ ดังนี้ 

\vec{E}=\vec{E}_1+\vec{E}_2+\vec{E}_3+…+\vec{E}_N

ตัวอย่างโจทย์สนามไฟฟ้า 

จงหาขนาดสนามไฟฟ้าที่จุด (0, 0) เมตร

image3 2 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

วิธีทำ จาก E = \dfrac{k Q}{r^2}

หาขนาดสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุ Q_1 ที่จุด (0, 0) เมตร

จากโจทย์ Q_1 = 1.6 \times 10^{-6}\text{ C} และ r_1 = 2\text{ m}

E_1 = \dfrac{k Q_1}{r_1^2} = \dfrac{(9 \times 10^9\text{ N}\cdot\text{m}^2/\text{C}^2)(1.6 \times 10^{-6}\text{ C})}{(2\text{ m})^2} = 3.6 \times 10^3\text{ N/C}

หาขนาดสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุ Q_2 ที่จุด (0, 0) เมตร

จากโจทย์ Q_2 = 1.6 \times 10^{-6}\text{ C} และ r_2 = 2\text{ m}

E_2 = \dfrac{k Q_2}{r_2^2} = \dfrac{(9 \times 10^9\text{ N}\cdot\text{m}^2/\text{C}^2)(1.6 \times 10^{-6}\text{ C})}{(2\text{ m})^2} = 3.6 \times 10^3\text{ N/C}

หาขนาดสนามไฟฟ้าที่จุด (0, 0) เมตร

สนามไฟฟ้าจะมีทิศพุ่งออกจากประจุบวก ที่ตำแหน่ง (0, 0) จะมีทิศสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุทั้งสอง ดังนี้

image9 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

จากรูป จะได้ว่า

E = \sqrt{E_1^2 + E_2^2} = \sqrt{(3.6 \times 10^3\text{ N/C})^2 + (3.6 \times 10^3\text{ N/C})^2} = 3.6\sqrt{2} \times 10^3\text{ N/C}

ดังนั้น ขนาดสนามไฟฟ้าที่จุด P เท่ากับ 3.6\sqrt{2} \times 10^3\text{ N/C}

ข้อสังเกต 

  1. การแทนค่าประจุ Q ในสมการขนาดสนามไฟฟ้า E = \dfrac{k Q}{r^2} จะแทนเฉพาะขนาดของประจุ ไม่พิจารณาชนิดของประจุ โดยชนิดของประจุจะใช้พิจารณาทิศของสนามไฟฟ้า ณ ตำแหน่งที่พิจารณา
  2. สนามไฟฟ้าของระบบ N ประจุ จะต้องรวมสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุแต่ละตัวแบบเวกเตอร์ เหมือนกับการหาแรงลัพธ์

ศักย์ไฟฟ้าและความต่างศักย์

พลังงานศักย์ไฟฟ้า

พิจารณาการย้ายประจุไฟฟ้าในสนามไฟฟ้าจะส่งผลให้เกิดงานของแรงไฟฟ้าและแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานศักย์ไฟฟ้า (Electric potential energy) ของระบบประจุ โดยคำนวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ได้จากสมการ

U = \dfrac{k Q q}{r}

โดยที่ U คือ พลังงานศักย์ไฟฟ้า หน่วย จูล (\text{J})

k คือ ค่าคงตัวของคูลอมบ์ ซึ่งเท่ากับ 9 \times 10^9\text{ N}\cdot\text{m}^2/\text{C}^2

Q และ q คือ ประจุไฟฟ้าของระบบ หน่วย คูลอมบ์ (\text{C})

r คือ ระยะห่างระหว่างจุดประจุ หน่วย เมตร (\text{m})

ศักย์ไฟฟ้า

ศักย์ไฟฟ้า (Electric potential) คือ พลังงานศักย์ไฟฟ้าต่อหนึ่งหน่วยประจุ หรือปริมาณงานที่ใช้ในการนำประจุ +1 หน่วยจากระยะอนันต์มายังจุดที่พิจารณา ศักย์ไฟฟ้าเป็นปริมาณสเกลาร์ และคำนวณได้จากสมการ 

V = \dfrac{U}{q}

โดยที่ V คือ ศักย์ไฟฟ้า หน่วย โวลต์ (\text{V})

U คือ พลังงานศักย์ไฟฟ้า หน่วย จูล (\text{J})

q คือ ประจุทดสอบที่วาง ณ ตำแหน่งที่ต้องการหาศักย์ไฟฟ้า หน่วย คูลอมบ์ (\text{C})

จะได้ว่า พลังงานศักย์ไฟฟ้าหาได้จาก U = qV

หากบริเวณนั้นมีจุดประจุ Q และต้องการคำนวณหาศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด ๆ รอบประจุ สามารถคำนวณได้จากสมการ

V = \dfrac{k Q}{r}

โดยที่ Q คือ ประจุไฟฟ้า หน่วย คูลอมบ์

r คือ ระยะห่างจากจุดประจุไปยังจุดที่พิจารณา หน่วย เมตร (\text{m})

ข้อสังเกต : 

  1. ประจุไฟฟ้าที่แทนในสมการพลังงานศักย์ไฟฟ้าหรือศักย์ไฟฟ้า จะต้องแทนเครื่องหมายแสดงแทนชนิดประจุลงไปด้วย
  2. ศักย์ไฟฟ้าที่ระยะอนันต์ถือว่ามีค่าเป็นศูนย์

สำหรับระบบที่มีประจุ N ประจุ ศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด ๆ ได้จาก

V = V_1 + V_2 + V_3 + \dots + V_N

นอกจากนี้ เมื่อประจุเกิดการเคลื่อนที่ในสนามไฟฟ้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานศักย์ไฟฟ้าและพลังงานจลน์ ในการแก้ปัญหาของโจทย์ศักย์ไฟฟ้าและความต่างศักย์จึงสามารถใช้กฎการอนุรักษ์พลังงานกล และทฤษฎีบทงาน-พลังงานได้

ตัวเก็บประจุ

ความจุไฟฟ้าและพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ

ตัวเก็บประจุ (Capacitor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าทำหน้าที่สะสมประจุและคายประจุไฟฟ้า โดยประสิทธิภาพในการกักเก็บประจุเรียกว่า ความจุไฟฟ้า (Capacitance) มีหน่วยเป็น ฟารัด (F) ซึ่งคำนวณได้จาก

C = \dfrac{Q}{\Delta V}

โดยที่ C คือ ความจุของตัวเก็บประจุ หน่วย ฟารัด (\text{F})

Q คือ ประจุที่สะสมในตัวเก็บประจุ หน่วย คูลอมบ์ (\text{C})

\Delta V คือ ความต่างศักย์ที่คร่อมตัวเก็บประจุ หน่วย โวลต์ (\text{V})

พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ (U) สามารถหาได้จากพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างประจุที่สะสม (Q) กับความต่างศักย์ไฟฟ้า (\Delta V) หรือคำนวณได้จากสมการ

U = \dfrac{1}{2} Q \Delta V = \dfrac{1}{2} \dfrac{Q^2}{C} = \dfrac{1}{2} C (\Delta V)^2

การต่อตัวเก็บประจุ

สำหรับการต่อตัวเก็บประจุเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การต่อแบบอนุกรม และการต่อแบบขนาน 

ตัวเก็บประจุที่นำมาต่อกันและต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ประจุไฟฟ้าที่สะสม ความต่างศักย์คร่อมตัวเก็บประจุ และการคำนวณหาความจุสมมูลของวงจรจะมีความสัมพันธ์กันดังตาราง

ปริมาณทางไฟฟ้า

การต่อแบบอนุกรม 

การต่อแบบขนาน

ประจุไฟฟ้ารวม (Q_{\text{รวม}})

มีค่าเท่ากันในทุกตัวเก็บประจุ 

Q_{\text{รวม}} = Q_1 = Q_2 = Q_3 = \dots

เป็นผลรวมของประจุในแต่ละตัว Q_{\text{รวม}} = Q_1 + Q_2 + Q_3 + \dots

ความต่างศักย์รวม (\Delta V_{\text{รวม}})

เป็นผลรวมของความต่างศักย์คร่อมแต่ละตัว 

\Delta V_{\text{รวม}} = \Delta V_1 + \Delta V_2 + \Delta V_3 + \dots

มีค่าเท่ากันคร่อมตัวเก็บประจุทุกตัว 

\Delta V_{\text{รวม}} = \Delta V_1 = \Delta V_2 = \Delta V_3 = \dots

ความจุสมมูล (C_{\text{รวม}})

\dfrac{1}{C_{\text{รวม}}} = \dfrac{1}{C_1} + \dfrac{1}{C_2} + \dfrac{1}{C_3} + \dotsC_{\text{รวม}} = C_1 + C_2 + C_3 + \dots

สำหรับหัวข้อศักย์ไฟฟ้าและความต่างศักย์ และตัวเก็บประจุ มักออกข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ อยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างแนวข้อสอบสามารถศึกษาได้จากหัวข้อถัดไป

ตัวอย่างข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เรื่อง ไฟฟ้าสถิต

ตัวอย่างที่ 1 ประจุ q, q, Q วางอยู่ตามตำแหน่ง ดังรูป หากต้องการนำประจุ q อีกตัวหนึ่งจากระยะอนันต์ มาวางที่ตำแหน่ง \text{A} จะต้องทำงานอย่างน้อยเท่าใด

image4 2 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

วิธีทำ จากศักย์ไฟฟ้าของระบบ N ประจุ

V = V_{1\text{A}} + V_{2\text{A}} + V_{3\text{A}} = \dfrac{kq}{r_{1\text{A}}}+ \dfrac{kQ}{r_{2\text{A}}}+ \dfrac{kq}{r_{3\text{A}}}

image12 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

จากรูป r_{1\text{A}} = 2d

r_{2\text{A}} = dr_{3\text{A}} = \sqrt{d^2 + d^2} = \sqrt{2}d

หาศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่ง \text{A} ก่อนเลื่อนประจุ q จากระยะอนันต์

V_{\text{A}} = \dfrac{k q}{2d} + \dfrac{k Q}{d} + \dfrac{kq}{\sqrt{2}d}

เนื่องจากศักย์ไฟฟ้าที่ระยะอนันต์ถือว่ามีค่าเป็นศูนย์ V_{\infty} = 0

หางานอย่างน้อยในการนำประจุ q จากระยะอนันต์มาวางที่ตำแหน่ง \text{A} จากทฤษฎีบทงาน-พลังงาน

W =E_2 – E_1W = qV_{\text{A}} – qV_{\infty}) W=q\left(\dfrac{k q}{2d} + \dfrac{k Q}{d} + \dfrac{kq}{\sqrt{2}d}\right) – 0W=\dfrac{kq}{d}\left(\dfrac{q}{2} + \dfrac{2Q}{2} + \dfrac{\sqrt{2}q}{2}\right) W=\dfrac{kq}{2d}\left(q + 2Q + \sqrt{2}q \right)

ดังนั้น งานอย่างน้อยในการนำประจุ q จากระยะอนันต์มาวางที่ตำแหน่ง \text{A} เท่ากับ \dfrac{kq}{2d}\left(q + 2Q + \sqrt{2}q \right)

ตัวอย่างที่ 2 เมื่อเพิ่มความต่างศักย์ให้กับแผ่นโลหะคู่ขนานในตัวเก็บประจุ (\Delta V) ทำให้เกิดประจุสะสม (Q) ในตัวเก็บประจุ ดังกราฟ

image5 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

ถ้าขณะนั้นแผ่นโลหะคู่ขนานมีความต่างศักย์ 5 โวลต์ พลังงานที่สะสมในตัวเก็บประจุมีค่ากี่ไมโครจูล

วิธีทำ พลังงานที่สะสมในตัวเก็บประจุหาจากพื้นที่ใต้กราฟระหว่างความต่างศักย์และประจุที่สะสม 

image11 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

U = พื้นที่ใต้กราฟระหว่าง \Delta V และ Q

= \dfrac{1}{2} \times (125 \times 10^{-6}\text{ C}) \times (5\text{ V})= 312.5 \times 10^{-6}\text{ J}= 312.5\text{ }\mu\text{J}

ดังนั้น ถ้าแผ่นโลหะคู่ขนานมีความต่างศักย์ 5 โวลต์ พลังงานที่สะสมในตัวเก็บประจุมีค่า 312.5 ไมโครจูล

เรียนเรื่องไฟฟ้าสถิต ม.5 กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.5 ที่ต้องการปูพื้นฐานเรื่องไฟฟ้าสถิต หรือเตรียมตัวสอบเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนกับ OnDemand ในคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย : ไฟฟ้าสถิต เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับด้วยเทคนิค Supermap และ X-map พร้อมตะลุยโจทย์หลากหลายแนว

นอกจากนี้ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทาง OnDemand มีคอร์ส V-Series Physics TCAS เล่ม 5 : กลุ่มไฟฟ้า ให้เลือกด้วยเช่นกัน ซึ่งน้อง ๆ จะได้เรียนเน้นเนื้อหาออกข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ บ่อย และตะลุยโจทย์สอบเข้ามหาวิทยาลัยเรื่องไฟฟ้าสถิตแบบเข้มข้นในคอร์สนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสอบแข่งขันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 4. พิมพ์ครั้งที่ 1. สกสค. ลาดพร้าว. 
  • Serway, R. A., Jewett, Jr., J. W. (2014). Physics for Scientists and Engineers with Modern Physics. (9𝗍𝗁 ed). BROOKS/COLE CENGAGE Learning.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟฟ้าสถิต ม.5 (FAQs)

Q1: วัตถุที่มีประจุบวก คือ วัตถุที่ได้รับโปรตอนเพิ่มเข้ามา ใช่หรือไม่

A1: ตามแบบจำลองอะตอมที่เชื่อกันในปัจจุบัน โปรตอนอยู่ในนิวเคลียส ไม่สามารถหลุดหรือย้ายไปไหนได้ด้วยการขัดถูปกติ สิ่งที่เคลื่อนที่ย้ายได้มีเพียงอิเล็กตรอนเท่านั้น 

  • วัตถุมีประจุลบ เป็นวัตถุที่ได้รับอิเล็กตรอนเพิ่ม ทำให้จำนวนอิเล็กตรอนมากกว่าจำนวนโปรตอน
  • วัตถุมีประจุบวก เป็นวัตถุที่สูญเสียอิเล็กตรอนออกไป ทำให้จำนวนโปรตอนมากกว่าจำนวนอิเล็กตรอน

A2: ไม่ใช่ เพราะสนามไฟฟ้าเป็นปริมาณเวกเตอร์ สนามไฟฟ้าของระบบจุดประจุต้องคิดจากผลรวมเวกเตอร์สนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุแต่ละตัว ไม่สามารถนำขนาดของสนามไฟฟ้ามาบวกกันตรง ๆ ได้

A3: หากมีการแทนพลังงานศักย์ไฟฟ้าในกฎการอนุรักษ์พลังงานกล หรือทฤษฎีบทงาน-พลังงาน ไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดงานของแรงไฟฟ้า เพราะแรงไฟฟ้าเป็นแรงอนุรักษ์ ซึ่งงานของแรงอนุรักษ์จะคิดในพลังงานศักย์ไฟฟ้าแล้ว

A4: ศักย์ไฟฟ้าไม่จำเป็นเท่ากับศูนย์ เพราะสนามไฟฟ้าในบริเวณนั้นเป็นศูนย์ แสดงว่า ศักย์ไฟฟ้าทุกตำแหน่งในบริเวณนั้นมีค่าเท่ากัน ซึ่งอาจจะเท่ากับศูนย์หรือไม่เท่ากับศูนย์ก็ได้