Key Takeaways:
รัฐประศาสนศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เรียนหลักการบริหารจัดการภาครัฐและการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติจริง โดยบัณฑิตสาขานี้มีเส้นทางอาชีพที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นสูง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน หรือเจ้าพนักงานปกครองเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เช่น การไฟฟ้าหรือไปรษณีย์ไทย รวมถึงก้าวเข้าสู่ภาคเอกชนในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) และนักวิเคราะห์กลยุทธ์องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตัวหลักสูตรได้บูรณาการความรู้ทั้งด้านทฤษฎีองค์การ กฎหมายมหาชน และการจัดการยุคใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้เป็นกลุ่มบุคลากรที่มีทักษะการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในทุกภาคส่วน
Table of Contents
เวลาพูดถึงสายการเรียนที่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง หลายคนมักจะนึกถึงการเรียนในด้านรัฐศาสตร์เป็นอันดับแรก แต่พอมองไปที่คณะใกล้เคียง อย่าง “คณะรัฐประศาสนศาสตร์” ก็มักตั้งคำถามว่าคือการเรียนในด้านไหน มีความแตกต่างกับการเรียนรัฐศาสตร์อย่างไร และถ้าเรียนจบไปแล้วต้องทำงานในสายงานปลัดอำเภอหรือในหน่วยงานของภาครัฐเท่านั้นจริงหรือไม่
ความสับสนนี้ทำให้น้อง ๆ หลายคนที่กำลังค้นหาตัวเองอาจพลาดโอกาสในการเลือกเรียนสายวิชาที่มีความยืดหยุ่นสูง และเปิดกว้างสู่การทำงานทั้งในภาครัฐและองค์กรเอกชนชั้นนำ เนื่องจากการเรียนในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ไม่ใช่แค่การท่องจำกฎหมายหรือระบบราชการเท่านั้น แต่คือศาสตร์แห่งการจัดการยุคใหม่ที่เน้นการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลลัพธ์จริง เป็นการผสมผสานระหว่างความรู้ด้านการเมือง การบริหารจัดการ และสังคมวิทยาเข้าด้วยกัน เพื่อผลิตบุคลากรที่เป็นนักบริหารและนักจัดการอย่างแท้จริง
การเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจคืออะไร ?
รัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) หรือที่หลายสถาบันใช้ชื่อเรียกว่าบริหารรัฐกิจ คือ ศาสตร์ที่มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานของภาครัฐ การนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการองค์กร ทรัพยากรมนุษย์ และงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐหรือองค์กรเกิดประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสูงสุด
รัฐประศาสนศาสตร์เรียนเกี่ยวกับอะไร ?
การเรียนในสาขานี้เป็นการผสมผสานศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน เพื่อหล่อหลอมให้ผู้เรียนมีความสามารถรอบด้านในการเป็นนักบริหาร โดยมีวิชาแกนหลักที่ต้องเรียนดังนี้
- ทฤษฎีองค์การและการจัดการ การวางโครงสร้างองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ และพฤติกรรมองค์การ เพื่อให้เข้าใจระบบการทำงานขนาดใหญ่
- กฎหมายเบื้องต้น กฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง และระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นเสมือนกรอบกติกาในการทำงานของภาครัฐ
- การจัดการภาครัฐและเอกชน การประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารธุรกิจสมัยใหม่ เช่น การลดขั้นตอนระบบราชการ และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารงาน
- เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น การทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาคที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะและการคลัง
รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ต่างกันอย่างไร ?
หลายคนสับสนและไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกเรียนอะไรดี ระหว่างรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ แถมยังแยกความแตกต่างไม่ออก ที่จริงแล้ว การเรียนทั้งสองสาขามีความใกล้เคียงกันมาก แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้
ประเด็น | รัฐศาสตร์ (Political Science) | รัฐประศาสนศาสตร์ / บริหารรัฐกิจ (Public Administration) |
หัวใจสำคัญ | เน้นการศึกษาเรื่อง “อำนาจ” การปกครอง และความสัมพันธ์ทางการเมือง | เน้นการศึกษาเรื่อง “การจัดการ” การบริหาร และการนำนโยบายไปใช้จริง |
ขอบเขตเนื้อหา | ทฤษฎีการเมือง ปรัชญาการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | พฤติกรรมองค์การ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การคลัง และนโยบายสาธารณะ |
เป้าหมายผลลัพธ์ | อธิบายและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองและโครงสร้างสังคม | เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการองค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะ |
หากเปรียบประเทศหรือองค์กรเป็นรถยนต์หนึ่งคัน การเรียนด้าน “รัฐศาสตร์” จะเป็นการศึกษาทิศทาง พวงมาลัย และจุดหมายปลายทางว่าจะขับเคลื่อนไปทางไหนเพื่อใคร ในขณะที่ “รัฐประศาสนศาสตร์” จะรับบทเป็นช่างเครื่องและผู้บริหารจัดการระบบเครื่องยนต์ทั้งหมด เพื่อทำให้ฟันเฟืองทุกตัวทำงานประสานกัน จนสามารถพารถคันนั้นไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด
รัฐประศาสนศาสตร์อยู่ในคณะอะไร ?
คำตอบขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดังต่อไปนี้
- เป็นภาควิชาหรือสาขาหนึ่งในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่หลายแห่งจัดให้ศาสตร์นี้เป็น 1 ใน 3 สาขาหลักของรัฐศาสตร์ ร่วมกับการเมืองการปกครอง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- แยกออกมาเป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์โดยตรง มักเป็นสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการผลิตนักบริหารภาครัฐโดยเฉพาะ
- อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์หรือคณะวิทยาการจัดการ มักพบในมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยบูรณาการร่วมกับศาสตร์การจัดการอื่น ๆ
การเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์ มีสาขาอะไรบ้าง ?
การเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์ สามารถแยกย่อยเป็นวิชาเอกหรือวิชาโทที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ โดยแบ่งออกมาเป็นสาขาต่าง ๆ ได้ดังนี้
- สาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) เน้นการคัดเลือก พัฒนา และดูแลสวัสดิการของคนในองค์กร ทั้งการสรรหาบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน
- สาขานโยบายสาธารณะ (Public Policy) ศึกษาการกำหนดนโยบาย การวิเคราะห์ และการประเมินผลกระทบของโครงการต่าง ๆ ของรัฐว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์สังคมหรือไม่
- สาขาการบริหารการเงินและการคลัง (Public Finance) เรียนรู้การจัดทำงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ การภาษีอากร และการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของภาครัฐ
- สาขาการปกครองท้องถิ่น (Local Government) เน้นการบริหารจัดการและกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. และเทศบาล
จบรัฐประศาสนศาสตร์ทำงานอะไรได้บ้าง ?
หลายคนคิดว่า เมื่อเรียนจบด้านรัฐประศาสนศาสตร์จะต้องรับราชการเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว สายงานของสาขานี้มีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานใน 3 ภาคส่วนหลัก ดังนี้
สายงานภาครัฐ (ข้าราชการ)
เส้นทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและต้องการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ
- ปลัดอำเภอ
- เจ้าพนักงานปกครอง
- นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
- นักทรัพยากรบุคคล
- เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
สายงานรัฐวิสาหกิจ
หน่วยงานกึ่งรัฐกึ่งเอกชนที่ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดีเยี่ยม
- พนักงานบริหารงานทั่วไป
- พนักงานจัดการนโยบายและแผนในองค์กรต่าง ๆ เช่น การไฟฟ้า การประปา ไปรษณีย์ไทย และการท่าอากาศยานฯ
สายงานภาคเอกชน
บริษัทเอกชนจำนวนมากอ้าแขนรับบัณฑิตสาขานี้เนื่องจากมีทักษะการจัดการองค์กรที่โดดเด่น
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล (HR) ทั้งในส่วนการสรรหา (Recruitment) และการพัฒนาบุคลากร (Training & Development)
- ฝ่ายธุรการและประสานงานองค์กร
- นักวิเคราะห์กลยุทธ์องค์กรหรือที่ปรึกษาด้านการจัดการ
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขารัฐประศาสนศาสตร์
หากน้อง ๆ สนใจเข้าศึกษาต่อ มีสถาบันชั้นนำในประเทศไทยที่เปิดสอนในหลักสูตรนี้มากมาย เช่น
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจ
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
- มหาวิทยาลัยบูรพา คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ สาขาวิชาการบริหารงานท้องถิ่น
- สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ (NIDA – เปิดสอนระดับปริญญาโทและเอก)
น้อง ๆ ที่สนใจเข้าเรียนในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ควรเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้คะแนนที่ต้องการและสามารถเข้าเรียนในคณะในฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ หากใครกำลังเริ่มต้นวางแผน แต่ยังมีความกังวลใจหรือสับสนว่าระบบ TCAS คืออะไร ต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง หรือต้องทำ Portfolio อย่างไรให้โดนใจกรรมการ อย่าปล่อยให้ความไม่รู้มาเป็นอุปสรรคต่ออนาคต มาเริ่มต้นวางแผนการเรียนและเตรียมความพร้อมให้เป๊ะทุกจุดไปกับโครงการ Career School และคอร์สติวที่ครอบคลุมทุกสนามสอบจากพี่ ๆ OnDemand ที่พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำเส้นทางสู่คณะในฝันอย่างมั่นใจ คลิกดูรายละเอียดและวางแผนการสอบได้เลยที่ OnDemand
สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
ข้อมูลอ้างอิง
- รัฐประศาสนศาสตร์ คืออะไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 จาก https://thesis.in.th/assets/pdf_blog/2018/07/thesis_1532440221.pdf
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์ (FAQs)
Q: เรียนสายศิลป์-ภาษา หรือศิลป์-คำนวณ สามารถสอบเข้าเรียนต่อสาขารัฐประศาสนศาสตร์ได้หรือไม่ ?
A: สามารถเข้าเรียนได้ เนื่องจากคณะนี้เปิดรับนักเรียนจากทุกสายการเรียน ไม่ว่าจะเป็นสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ หรือสายศิลป์ทุกรูปแบบ เพราะเกณฑ์การคัดเลือกเน้นไปที่คะแนนวิชาความถนัดทั่วไป วิชาภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษเป็นหลัก
Q: ทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างไรกับการเรียนรัฐประศาสนศาสตร์ในปัจจุบัน ?
A: มีความสำคัญอย่างมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากภาครัฐและภาคเอกชนกำลังขับเคลื่อนไปสู่ระบบ Digital Government และ E-Governance การเรียนในปัจจุบันจึงมีการบรรจุวิชาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานภาครัฐเข้ามาในหลักสูตรด้วย
Q: หากเรียนจบสาขานี้แล้วต้องการทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UN หรือ NGO มีโอกาสมากน้อยเพียงใด ?
A: มีโอกาสค่อนข้างสูง หากเลือกเรียนวิชาโทที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือการจัดการองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGOs) ประกอบกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาที่สามให้อยู่ในระดับดีเยี่ยม เนื่องจากทักษะการวางนโยบายสาธารณะและการประสานงานเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรเหล่านี้ต้องการ


