Key Takeaways:
Past Simple Tense คือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้บอกเล่าเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต โครงสร้างหลักที่สำคัญคือ การใช้ประธานตามด้วยคำกริยาช่อง 2 (Subject + V.2) ไม่ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม นอกจากนี้การทำความเข้าใจเรื่องคำกำกับเวลาที่บอกเวลาในอดีต (Time Expressions) เช่น yesterday, …ago, last… ฯลฯ และหลักการเปลี่ยนรูปกริยาช่อง 2 จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถเข้าใจเรื่องนี้ และทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำแน่นอน
Table of Contents
ทำข้อสอบทีไร ไม่รู้ทำไมถึงได้มาตกม้าตายเรื่อง Tense ง่าย ๆ ทุกที โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนมาเล่าเรื่องในอดีต ทำเอามึนตึ้บไปเลยกับคำถามที่ว่า Past Simple Tense คืออะไร และต้องใช้อย่างไรให้ถูกต้อง บทความนี้พี่ ๆ Premier Prep เตรียมคำตอบมาให้น้อง ๆ เรียบร้อยแล้ว! วันนี้พี่ ๆ จะพาไปทำความรู้จักกับโครงสร้าง Past Simple Tense ให้เห็นชัด ๆ เจาะลึกสูตร “Tense คู่” ตัวเก็บแต้มในสนามสอบ ไม่ว่าจะเป็นการสอบในห้องเรียนหรือสนามสอบระดับประเทศอย่างการสอบ TCAS ก็ตาม หลังจากอ่านบทความนี้ มั่นใจได้เลยว่าน้อง ๆ จะสามารถกวาดคะแนนพาร์ทนี้ได้เรียบ
Past Simple Tense คืออะไร
อันดับแรกเรามาดูความหมายของ Past Simple Tense กันก่อนเลย Past Simple Tense คือ ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อบอกเล่าเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วและจบไปแล้วในอดีตหรือกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ ในอดีต และมักจะมีคำกำกับเวลาในประโยคเพื่อบอกให้เรารู้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ พูดง่าย ๆ ก็คือ “เกิดขึ้นในอดีต และจบลงในอดีต” เรียบร้อยแล้วนั่นเอง
โครงสร้าง Past Simple Tense
โครงสร้างของ Tense นี้ แน่นอนว่าง่ายสมชื่อ Simple ของมัน เพราะโครงสร้างมีเพียงประธานตามด้วยคำกริยาช่องที่ 2 เท่านั้น ไม่ว่าประธานจะเป็นเอกพจน์ หรือว่าพหูพจน์ก็ตาม
Subject + V.2 |
หลักการใช้ Past Simple Tense
- ใช้ในการเล่าเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วและจบไปแล้วในอดีต
I watched Netflix last night.
เมื่อคืนฉันดู Netflix
He went to London last year.
เขาเดินทางไปลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว
- เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ ในอดีต เช่น
When I was young, I always woke up late.
ตอนฉันยังเด็ก ฉันมักจะตื่นสายเสมอ
We played football together every Saturday during our university days.
ช่วงที่อยู่มหาวิทยาลัย พวกเราเล่นฟุตบอลด้วยกันทุกวันเสาร์
คำบอกเวลาที่พบบ่อยใน Past Simple Tense
หนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราแยกได้ว่าประโยคนี้ต้องใช้ Past Simple Tense หรือไม่ คือการสังเกต “คำกำกับเวลา” หรือ Time Expressions ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์บอกเวลาในอดีตที่มักจะปรากฏอยู่ในประโยคเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ โดยมีกลุ่มคำหลัก ๆ ดังนี้
คำวิเศษณ์บอกเวลาในอดีต | คำแปล | ตัวอย่างประโยค |
yesterday | เมื่อวานนี้ | I watched a movie yesterday. ฉันดูหนังเมื่อวานนี้ |
…ago | ที่ผ่านมาแล้ว | They arrived in Chiangmai three days ago. พวกเขามาถึงเชียงใหม่เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา |
last… | …ที่แล้ว | He bought a new house last month. เขาซื้อบ้านหลังเมื่อเดือนที่แล้ว |
in + ปีคริสต์ศักราชในอดีต | ในปี… | I was born in 1999 ฉันเกิดเมื่อปีค.ศ. 1999 |
วิธีการเปลี่ยนกริยาเป็นกริยาช่อง 2 (Regular & Irregular Verbs)
เมื่อเจอประโยคที่ต้องใช้โครงสร้าง Past Simple Tense น้อง ๆ หลายคนมักติดปัญหาตรงที่ไม่รู้ว่ากริยาช่อง 2 ของแต่ละคำเขียนอย่างไร ปกติแล้วการเปลี่ยนคำกริยาฐาน (Verb infinitive) ให้กลายเป็นกริยาช่อง 2 นั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
กรณี Regular Verbs (กริยาปกติที่เติม -ed)
กริยากลุ่มนี้คือกลุ่มที่เราสามารถเติม -ed ต่อท้ายคำกริยาช่องที่ 1 ได้ทันทีเมื่อต้องการให้เป็นรูปอดีต แต่ก็มีกฎการเติมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องระวัง ซึ่งพี่ ๆ ได้สรุปออกมาง่าย ๆ ตามนี้
กริยาส่วนใหญ่ เติม -ed ได้เลย เช่น
want → wanted
start → started
look → looked
กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น
love → loved
arrive → arrived
dance → danced
กริยาที่ลงท้ายด้วย y
ถ้าหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -ed เช่น
study → studied
cry → cried
carry → carried
ถ้าหน้า y เป็นสระ (a, e, i, o, u) ให้เติม -ed ได้เลย เช่น
enjoy → enjoyed
play → played
stay → stayed
กริยาที่ลงท้ายด้วยรูปแบบ พยัญชนะ-สระ-พยัญชนะ
ให้เพิ่มพยัญชนะตัวสะกดท้ายอีก 1 ตัวก่อนเติม -ed เช่น
stop → stopped
plan → planned
regret → regretted
กรณี Irregular Verbs (กริยาอปกติที่เปลี่ยนรูป)
กริยากลุ่มนี้คือกลุ่มคำที่ไม่ยอมเติม -ed แต่จะใช้วิธีเปลี่ยนรูปไปเลย หรือยังคงรูปเดิมไว้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่น้อง ๆ จำเป็นต้องท่องจำบ่อย ๆ ตัวอย่างเช่น
กริยาที่เปลี่ยนรูป
verb to be → was, were
verb to do → did
verb to have → had
go → went
buy → bought
eat → ate
กริยาคงรูปเดิม
cut → cut
hit → hit
read → read
put → put
come → come
การสร้างประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม
เพื่อให้เห็นภาพรวมและนำไปใช้งานได้จริง ลองมาดูโครงสร้างการแปลงประโยคทั้ง 3 รูปแบบของ Past Simple Tense มีข้อควรระวังสำคัญมาก ๆ ที่ข้อสอบชอบเอามาหลอกอยู่ด้วยนะ!
ประโยคบอกเล่า
สามารถเขียนตามโครงสร้าง Subject + V.2 ได้ทันทีตามที่เราเรียนไปข้างต้น
He went to the mall yesterday.
เขาไปห้างมาเมื่อวานนี้
ประโยคปฏิเสธ
เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ จะนำกริยาช่วย did เข้ามาช่วย แล้วตามด้วยคำว่า not กลายเป็น did not (รูปย่อคือ didn’t)
ข้อควรระวัง เมื่อมีคำว่า did อยู่ในประโยคแล้ว คำกริยาหลักจะต้องกลับไปเป็นกริยาช่อง 1 รูปเดิม (Infinitive ไม่เติม -ed หรือไม่เปลี่ยนรูป) เสมอ!
He didn’t go to the mall yesterday. (ไม่ใช้ didn’t went)
เขาไม่ได้ไปห้องสมุดมาเมื่อวานนี้
แต่ถ้าหากในประโยคมีกริยาช่วย was/were อยู่แล้ว สามารถเติม not กลายเป็น was not / were not (รูปย่อคือ wasn’t / weren’t) ได้เลย
He was not ready for the show.
เขาไม่พร้อมสำหรับการแสดง
ประโยคคำถาม
ในกรณีประโยคคำถามแบบ Yes-No Question เราจะเอา Did ขึ้นต้นประโยค ตามด้วยประธานและคำกริยาหลัก ซึ่งต้องอยู่ในรูปกริยาช่อง 1 เช่นเดียวกัน
Did he go to the library yesterday? (ไม่ใช้ Did he went …?)
เมื่อวานเขาไปที่ห้างไหม
Yes, he did. / No, he did not.
ใช่ เขาไปที่ห้าง / ไม่ เขาไม่ได้ไปที่ห้าง
ในกรณีที่คำถามนั้นเป็นคำถามถึงลักษณะ สถานะ หรืออาการต่าง ๆ และจะใช้กริยาช่วย Was / Were ขึ้นต้นประโยคได้เลย
Was she tired after a long work out session last night?
เธอรู้สึกเหนื่อยหรือหลังจากออกกำลังกายอย่างยาวนานเมื่อคืน
ในกรณีที่คำถามขึ้นต้นด้วย Wh-Question words ให้นำ was / were ต่อท้ายได้เลย เช่น
Where was the restaurant we visited?
ร้านอาหารที่เราเคยไปอยู่ที่ไหน
หลักการใช้ Tense คู่ในอดีต
และนี่คือส่วนที่น้อง ๆ มักจะมีโอกาสเจอในข้อสอบมากที่สุด ซึ่ง Past Simple Tense (Subject + V.2) จะถูกนำไปจับคู่กับ Tense อื่นในอดีต โดยมี 2 รูปแบบยอดฮิตที่ออกข้อสอบบ่อยมาก มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
คู่หูเหตุการณ์แทรก Past Continuous คู่กับ Past Simple
คู่หูแรกนี้จะใช้เมื่อมี “เหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ก่อนในอดีต แล้วจู่ ๆ ก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาแทรก”
เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ → ใช้ Past Continuous (Subject + was/were + V.ing)
เหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก → ใช้ Past Simple (Subject + V.2)
คำเชื่อมที่พบบ่อย → While / As (แปลว่า ในขณะที่ มักตามด้วย Past Cont.)
When (แปลว่า เมื่อ มักตามด้วย Past Simple)
ตัวอย่างประโยค
While I was sleeping , the phone rang.
(กำลังนอนอยู่) (โทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมา)
I was doing homework in my room when my mom came in.
(กำลังทำการบ้านอยู่) (แม่เดินเข้ามาทีหลัง)
คู่หูเหตุการณ์เกิดก่อน-หลัง
คู่หูนี้จะใช้เมื่อมี “สองเหตุการณ์เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วทั้งคู่ในอดีต แต่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน โดยมีเหตุการณ์หนึ่งจบลงก่อนอย่างสมบูรณ์ แล้วถึงมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตามมา”
เหตุการณ์ที่เกิดก่อนและจบก่อน → ใช้ Past Perfect (Subject + had + V.3)
เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง → ใช้ Past Simple (Subject + V.2)
คำเชื่อมที่พบบ่อย → Before (ก่อนที่ มักตามด้วย Past Simple)
After (หลังจากที่ มักตามด้วย Past Perfect)
When (แปลว่า เมื่อ มักตามด้วย Past Simple)
ตัวอย่างประโยค
My father had finished his work when I came into his room.
(พ่อทำงานของเขาเสร็จแล้ว) (ฉันก็เข้าไปในห้องทีหลัง)
The bus had left before I arrived at the station.
(รถเมล์ออกไปก่อนแล้ว) (ก่อนที่ฉันจะไปถึงสถานี)
Past Simple Tense ออกข้อสอบแบบไหน
Past Simple Tense ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราได้เรียนแทบทุกปีในห้องเรียน แต่ในข้อสอบแข่งขันและสนามสอบเข้ามหาลัย น้อง ๆ มีโอกาสได้เจอกับข้อสอบวัดเรื่อง Tense อย่างแน่นอน แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะในบทความนี้พี่ ๆ ได้นำตัวอย่างข้อสอบเรื่อง Past Simple Tense มาให้น้อง ๆ ได้ลองฝึกทำกัน
ตัวอย่างข้อสอบเรื่อง Past Simple Tense
ตัวอย่างข้อสอบประเภท Sentence Completion
While Jennifer ________ the presentation slides, her laptop suddenly ________ down.
- prepared / was shutting 2. had prepared / was shutting
- was preparing / shut 4. had prepared / shut
เฉลย ตัวเลือกที่ 3
เมื่อพิจารณาจากความหมายและบริบทของโจทย์แล้วจะพบว่า น่าจะต้องมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดำเนินอยู่ จากนั้นมีเหตุการณ์อื่่นเข้ามาแทรก โดยสังเกตจากคำเชื่อม While ที่มักตามด้วยเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนในอดีต และมีเหตุการณ์เข้ามาแทรก ดังนั้นจึงจะต้องเลือกใช้คู่หูเหตุการณ์แทรก Past Continuous Tense (Subject + was / were + V.ing) คู่กับ Past Simple Tense (Subject + V.2) นั่นเอง
While Jennifer was preparing the presentation slides, her laptop suddenly shut down.
ระหว่างที่เจนนิเฟอร์กำลังเตรียมสไลด์ โน้ตบุ๊กของเธอก็ดับวูบลง
ตัวอย่างข้อสอบประเภท Error Identification
Before the heavy rain (1) started yesterday afternoon, the workers (2) already finished (3) loading all the cargo (4) onto the ship.
เฉลย ตัวเลือกที่ 2
ประโยคนี้มีสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต โดยสังเกตจากคำเชื่อม Before (ก่อนที่) จะพบว่าคนงานได้ขนสินค้าขึ้นเรือเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนที่ฝนจะตก เราจึงต้องนำหลักการคู่หูเหตุการณ์เกิดก่อน-หลังมาช่วยพิจารณาตัวโจทย์ได้เลย ซึ่งเหตุการณ์ฝนตกเกิดทีหลังใช้ Past Simple Tense นั้นถูกต้องแล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดและจบลงก่อนอย่างสมบูรณ์จะต้องใช้โครงสร้าง Past Perfect Tense (Subject + had + V.3) แทน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนจาก already finished ให้เป็น had already finished เพื่อให้เป็นรูป Past Perfect ที่ถูกต้อง
เรียนภาษาอังกฤษกับ Premier Prep
เป็นยังไงกันบ้างหลังจากได้เรียนเรื่อง Past Simple Tense จะเห็นได้ว่าเมื่อเราได้เห็นโครงสร้างและหลักการใช้งานของ Tense นี้แล้ว ต่อไปนี้น้อง ๆ ก็จะสามารถทำข้อสอบได้ผ่านฉลุยไม่ว่าข้อสอบจะยากแค่ไหน ไม่ว่าจะเจอ Tense นี้เดี่ยว ๆ หรือว่ามาเป็นคู่กับ Tense อื่น ๆ ในอดีตก็ตาม
นอกจาก Tense ที่ใช้ในการเล่าเรื่องในอดีตแล้ว ภาษาอังกฤษเองก็ยังมี Tense อื่น ๆ รวมกันถึง 12 Tense ด้วยกัน หากน้อง ๆ อยากเจาะลึกเรื่อง Tense หรือ Grammar หัวข้ออื่น ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทำคะแนนในการสอบแข่งขัน Premier Prep by Ondemand ของเราก็มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหา สรุปครบทุกประเด็นเรื่อง Grammar รวมไปถึงคลังข้อสอบต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้น้อง ๆ ในทุก ๆ สนามสอบอีกด้วย!
สอบถามเพิ่มเติม
- Add Line: Ondemand Education
- โทรศัพท์: 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Past Simple Tense (FAQs)
Q: Past simple tense คืออะไร ?
A: ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อบอกเล่าเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วและจบไปแล้วในอดีตหรือกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรซ้ำ ๆ ในอดีต
Q: โครงสร้างของ Past SImple Tense เป็นอย่างไร ?
A: Subject + V.2 (ประธาน + คำกริยาช่อง 2)
Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้โครงสร้าง Past Simple tense ?
A: พิจารณาจากบริบทและสังเกตคำกำกับเวลา เช่น yesterday, …ago, last.., in + ปีค.ศ. เป็นต้น
Q: Tense คู่ระหว่าง Past Simple Tense กับ Past Continuous มีหลักการจำอย่างไร ?
A: ให้จำว่า เหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ใช้ Past Cont. (was/were + V.ing) และเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรกใช้ Past Sim (V.2)” มักเชื่อมด้วยคำว่า While, As หรือ When

