สเปกตรัมของแสงคืออะไร ทำไมเด็ก ม.ปลาย ต้องรู้

สีสเปกตรัม คือแถบสีที่แยกออกมาจากการแผ่รังสี

Key Takeaways  

สเปกตรัม คือ แถบสีหรือช่วงความยาวคลื่นที่ถูกแยกออกมาจากการแผ่รังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยสิ่งที่มนุษย์คุ้นเคยที่สุดคือ สเปกตรัมของแสง ซึ่งเกิดจากการที่แสงขาวหักเหผ่านปริซึมจนแยกออกเป็น สีสเปกตรัม 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง ทั้งนี้ สเปกตรัมแสงที่มองเห็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมดในธรรมชาติ การทำความเข้าใจพฤติกรรมและระดับพลังงานของคลื่นเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติและดาราศาสตร์ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการทำข้อสอบฟิสิกส์อะตอมที่ออกสอบเป็นประจำทุกปี

Table of Contents

 เวลาเปิดหนังสือฟิสิกส์อ่านบทคลื่นและแสง เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนต้องเคยกุมขมับกับเนื้อหาและทฤษฎีที่ดูจับต้องไม่ได้ ยิ่งพอพูดถึงเรื่องของแสงและสี ท่องจำสูตรกันจนตาแฉะก็อาจจะยังประยุกต์ใช้กับข้อสอบจริงไม่ได้ ปัญหาคือการเรียนในห้องมักสอนให้ท่องจำ มากกว่าการทำความเข้าใจถึงแก่นแท้และพฤติกรรมของคลื่น 

การเข้าใจเรื่องสเปกตรัมแสงอย่างถ่องแท้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการอธิบายสีรุ้งหลังฝนตก แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ปลดล็อกคะแนนในสนามสอบ เพราะเรื่องของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่บทฟิสิกส์อะตอมและดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นหัวข้อฟิสิกส์ที่ออกสอบเพื่อคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัยแทบทุกปี

สเปกตรัม คืออะไร ? ไขความลับของแสงที่ตามองไม่เห็น

สเปกตรัม คือ แถบสีหรือช่วงความยาวคลื่นที่ถูกแยกออกมาจากการแผ่รังสี โดยสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและเห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างรุ้งกินน้ำ หรือการนำแสงขาวจากดวงอาทิตย์มาเดินทางผ่านอุปกรณ์อย่างปริซึม แล้วเกิดการหักเหแยกออกเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งช่วงความยาวคลื่นที่ดวงตาของมนุษย์สามารถรับรู้ได้นี้ เรียกว่าช่วงการมองเห็น หรือ Visible Light 

แต่ในความเป็นจริง พลังงานที่แผ่ออกมาในธรรมชาตินั้นกว้างใหญ่มาก แสงที่เรามองเห็นนั้นเป็นเพียงช่วงแคบ ๆ ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมด หากนำคลื่นมาเรียงลำดับตามความยาวคลื่นและระดับพลังงาน จะสามารถแบ่งกลุ่มของสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 7 ชนิด ได้ดังตารางต่อไปนี้ 

ประเภทของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

ช่วงพลังงาน
และความยาวคลื่น

ลักษณะเด่น
และการนำไปใช้ประโยชน์

คลื่นวิทยุ (Radio wave)

ความยาวคลื่นมากที่สุด พลังงานต่ำที่สุด

สามารถเลี้ยวเบนผ่านสิ่งกีดขวางได้ดี ใช้ในระบบกระจายเสียงและวิทยุสื่อสาร

ไมโครเวฟ (Microwave)

ความยาวคลื่นระดับเซนติเมตร

สะท้อนผิวโลหะได้ดี ใช้ในระบบเรดาร์ สื่อสารดาวเทียม และทำให้อาหารสุก

อินฟราเรด (Infrared)

ความยาวคลื่นยาวกว่าแสงสีแดง

แผ่รังสีความร้อนที่ตามองไม่เห็น ใช้ในรีโมตคอนโทรลและกล้องจับความร้อน

แสงที่ตามองเห็น (Visible light)

ความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร

ช่วงคลื่นที่กระตุ้นเรตินาของดวงตา ทำให้มองเห็นสีต่าง ๆ บนโลก

อัลตราไวโอเลต (UV)

ความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงสีม่วง

พลังงานสูง มักแผ่มาจากดวงอาทิตย์ สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรคในทางการแพทย์ได้

รังสีเอกซ์ (X-ray)

ความยาวคลื่นสั้น พลังงานสูงมาก

ทะลุทะลวงเนื้อเยื่ออ่อนได้ แต่ไม่ทะลุกระดูกหรือโลหะทึบ ใช้ถ่ายภาพรังสี

รังสีแกมมา (Gamma ray)

ความยาวคลื่นสั้นที่สุด พลังงานสูงสุด

อำนาจทะลุทะลวงสูงสุดและอันตรายที่สุด เกิดจากการสลายตัวของนิวเคลียส

การเห็นสีสเปกตรัมผ่านปริซึม

จากห้องแล็บสู่ห้วงอวกาศ สเปกตรัมนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง ?

การศึกษาเรื่องการแผ่รังสีไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทดลองบนโลก แต่ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อไขความลับในสเกลระดับจักรวาลได้อย่างน่าทึ่ง

  • การระบุชนิดของธาตุทางเคมี : นักวิทยาศาสตร์ใช้เส้นสเปกตรัมเป็นเสมือนลายนิ้วมือของธาตุแต่ละชนิด เพราะธาตุต่างชนิดกันเมื่อถูกกระตุ้นด้วยความร้อนหรือไฟฟ้า จะปล่อยแถบสีและความยาวคลื่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันออกมา ทำให้สามารถวิเคราะห์สารประกอบที่ไม่รู้จักได้
  • การศึกษาดาราศาสตร์และฟิสิกส์อวกาศ : นักดาราศาสตร์วิเคราะห์สเปกตรัมของดาวฤกษ์ เพื่อหาอุณหภูมิพื้นผิวและองค์ประกอบทางเคมีของดาวดวงนั้น ๆ ไปจนถึงการใช้ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ (Doppler Effect) เพื่อคำนวณว่าดาวฤกษ์หรือกาแล็กซีกำลังเคลื่อนที่เข้าหา หรือกำลังขยายตัวออกห่างจากโลก โดยวิเคราะห์จากการเลื่อนของเส้นแถบสี (Redshift หรือ Blueshift) โดยไม่ต้องเดินทางไปในอวกาศจริง ๆ 

เกาะติดสนามสอบ ! หัวข้อสอบเรื่องสเปกตรัมที่ชอบออก

ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็น A-Level หรือข้อสอบโควตา มักไม่ได้ถามความจำแบบตรงไปตรงมา แต่จะทดสอบความเข้าใจในการประยุกต์ใช้สูตรทางฟิสิกส์เพื่อหาคำตอบ ประเด็นที่ต้องเก็บให้แม่นมีดังนี้

  • การคำนวณพลังงานและความถี่ : ต้องแม่นยำในความสัมพันธ์ของคลื่นเพื่อหาค่าพลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแต่ละชนิด โดยใช้สมการควอนตัมของพลังค์ E = hf เพื่อเปรียบเทียบระดับพลังงาน
  • ฟิสิกส์อะตอมระดับควอนตัม : หัวข้อยอดฮิตที่ออกทุกปีคือ เส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจน ข้อสอบมักให้อธิบายหรือคำนวณการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน (Electron Transition) จากระดับพลังงานสูงลงสู่ระดับพลังงานต่ำ ซึ่งจะปล่อยพลังงานส่วนเกินออกมาในรูปของโฟตอน ทำให้เกิดเส้นแถบแสงในอนุกรมต่าง ๆ เช่น อนุกรมไลมาน (Lyman) อนุกรมบัลเมอร์ (Balmer) หรืออนุกรมพาสเชน (Paschen)

การเตรียมตัวสอบเรื่องคลื่น แสง และฟิสิกส์อะตอม จะไม่ใช่เรื่องยากและน่าเบื่ออีกต่อไป หากมีเทคนิคการเรียนที่เน้นความเข้าใจรากฐานอย่างเป็นระบบ มากกว่าการท่องจำสูตรเพียงอย่างเดียว สำหรับใครที่อยากเก็บคะแนนในพาร์ตนี้ให้ได้เต็ม ทำข้อสอบได้รวดเร็วและทะลุปรุโปร่ง การปูพื้นฐานเนื้อหาฟิสิกส์ ม.ปลาย ให้แน่นตั้งแต่เนิ่น ๆ คือตัวช่วยที่ดีที่สุด

ที่ OnDemand มีหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนเนื้อหาฟิสิกส์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย อัดแน่นด้วยเทคนิค Supermap ที่ช่วยจัดระเบียบความคิดให้เห็นภาพรวม พร้อมพาตะลุยโจทย์จริงประยุกต์ทุกสนามสอบ เตรียมความพร้อมสู่คณะในฝันได้อย่างมั่นใจ เข้าไปเลือกคอร์สเรียนและแพลนเส้นทางสู่ความสำเร็จได้เลย

 สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย

ข้อมูลอ้างอิง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเปกตรัมของแสง (FAQs)

Q: อนุกรมบัลเมอร์ (Balmer Series) ในเส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนคืออะไร ?

A: อนุกรมบัลเมอร์ คือชุดของเส้นแถบสีที่เกิดจากการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอมไฮโดรเจน โดยอิเล็กตรอนจะตกลงมาจากระดับพลังงานที่สูงกว่า (n > 2) ลงมาสู่ระดับพลังงานที่ 2 (n = 2) ซึ่งการคายพลังงานในระดับนี้จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาในช่วงของแสงที่ตามองเห็นได้พอดี ทำให้สามารถสังเกตเห็นเป็นเส้นสีม่วง น้ำเงิน เขียว และแดงได้

A: สีของดวงดาวที่เราสังเกตเห็นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ “อุณหภูมิพื้นผิว” ของดาวฤกษ์ดวงนั้น ตามกฎการแผ่รังสีของวัตถุดำ (Black Body Radiation) ดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงมากจะแผ่รังสีที่มีความยาวคลื่นสั้น ทำให้มองเห็นเป็นสีน้ำเงินหรือสีขาว ในขณะที่ดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวต่ำกว่าจะแผ่รังสีที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า ทำให้มองเห็นเป็นสีส้มหรือสีแดง

A: อุปกรณ์ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ “ปริซึม (Prism)” ซึ่งทำจากแก้วหรือพลาสติกใส เมื่อแสงขาวตกกระทบปริซึม แสงแต่ละสีจะเกิดการหักเหด้วยมุมที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากมีความยาวคลื่นต่างกัน ทำให้แสงแตกออกเป็นแถบสีรุ้ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เกรตติง (Diffraction Grating) ซึ่งเป็นแผ่นใสที่มีรอยขีดขนานกันจำนวนมาก เพื่อแยกแสงผ่านหลักการเลี้ยวเบนได้เช่นกัน

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ