คู่มือสรุปฟิสิกส์พื้นฐาน ม.ปลาย: อธิบายครบ สูตรแม่น พร้อมตัวอย่างโจทย์และการเฉลยอย่างละเอียด

Final SEO ฟิสิกส์พื้นฐานอธิบายครบสูตร 1200x630 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

Key Takeaways  

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนวิชาฟิสิกส์พื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์กายภาพอยู่ บทความนี้จะเป็นการแนะนำบทเรียนในวิชานี้ อธิบายจุดเน้นและเนื้อหาสำคัญในแต่ละบทเรียน หากน้อง ๆ ต้องการหาหัวข้อเนื้อหาที่สำคัญในการเรียนฟิสิกส์พื้นฐาน สามารถใช้แนวทางจากบทความประกอบกับการเรียน รวมทั้งในบทความมีโจทย์ตัวอย่างและเฉลยทีละขั้นตอน (Step-by-Step) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการทำข้อสอบ A-Level วิทยาศาสตร์ประยุกต์ ในพาร์ตฟิสิกส์ ที่มักออกคำนวณและวิเคราะห์ด้วย

Table of Contents

วิชาฟิสิกส์มักจะถูกมองว่าเป็นวิชาที่ยากและเต็มไปด้วยสูตรคำนวณที่ซับซ้อน แต่สำหรับฟิสิกส์พื้นฐาน ม.ปลาย หรือวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) นั้นแท้จริงแล้วเน้นไปที่การอธิบายปรากฏการณ์รอบตัวอย่างเป็นเหตุเป็นผล ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของแรง การเคลื่อนที่ พลังงาน และคลื่น บทความนี้สรุปเนื้อหาสำคัญทั้ง 7 บท พร้อมสูตรเด่นและแนวโจทย์ เพื่อให้น้อง ๆ ใช้เป็นคู่มือเตรียมสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมัครเรียนคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย กับ OnDemand  

การเคลื่อนที่และแรง

การเคลื่อนที่แนวตรงเป็นบทเรียนแรกที่เป็นรากฐานของฟิสิกส์ ปริมาณที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ปริมาณสเกลาร์ มีแต่ขนาด ไม่มีทิศทาง เช่น ระยะทาง, อัตราเร็ว และปริมาณเวกเตอร์ มีทั้งขนาดและทิศทาง เช่น การกระจัด แรง ความเร็วและความเร่ง

เมื่อวัตถุเคลื่อนที่โดยมีความเร็วเปลี่ยนไป จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ความเร่ง” และหากมีแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์มากระทำต่อวัตถุ วัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 

สูตรคำนวณที่สำคัญสำหรับบทการเคลื่อนที่และแรง

image7 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

แรงในธรรมชาติ

ในเอกภพและธรรมชาติรอบตัวเรา มีแรงพื้นฐานอยู่ 4 ชนิด ที่เป็นตัวควบคุมอันตรกิริยาระหว่างสสาร ได้แก่

  1. แรงโน้มถ่วง (Gravitational Force) หรือแรงดึงดูดระหว่างมวล เป็นแรงที่ทำให้วัตถุตกสู่พื้นโลกและทำให้ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ น้ำหนักของวัตถุหาได้จาก W = mg
  2. แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Force) เป็นแรงที่กระทำต่อประจุไฟฟ้าเมื่ออยู่สนามไฟฟ้าหรือแรงที่กระทำต่อประจุเมื่อเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก โดยมีสื่อนำแรง คือ โฟตอน (Photon)
  3. แรงเข้ม (Strong Force) เป็นแรงที่ยึดเหนี่ยวระหว่างควาร์กเป็นแบริออนหรือมีซอน โดยมีสื่อนำแรง คือ กลูออน (Gluon) 
  4. แรงอ่อน (Weak Force) เป็นแรงที่เกี่ยวช้องกับการสลายตัวให้รังสีบีตา โดยมีสื่อนำแรง ได้แก่ W-โบซอน และ Z-โบซอน

สำหรับนักเรียนช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะศึกษาในวิชาฟิสิกส์พื้นฐาน ประเด็นของแรงพื้นฐานในทางธรรมชาติทุกแรง โดยแต่ละแรงจะมีประเด็นที่ศึกษาหลัก ดังนี้

  • แรงโน้มถ่วง เน้นการศึกษาผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อการโคจรของดาวเทียมรอบโลก และใช้แนวคิดการเคลื่อนที่แบบวงกลมมาประยุกต์เพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ของดาวเทียมภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง
  • แรงแม่เหล็กไฟฟ้า เน้นศึกษาผลของแรงแม่เหล็กที่มีต่อการเคลื่อนที่ของอนุภาคประจุในสนามแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก
  • แรงเข้ม เน้นศึกษาผลแรงเข้มต่อการยึดเหนี่ยวของควาร์กเป็นอนุภาคในระดับอะตอม เช่น โปรตอน นิวตรอน และผลของแรงเข้มที่มีต่อการยึดเหนี่ยวระหว่างนิวคลีออนในนิวเคลียส
  • แรงอ่อน เน้นศึกษาผลของแรงอ่อนที่มีต่อการสลายตัวให้รังสีบีตา 

นอกจากนี้ ในการศึกษาแรงแม่เหล็กไฟฟ้าจะเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็ก ในบทเรียนแรงในธรรมชาติ จึงมีการเรียนเกี่ยวกับสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ และการเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำอีกด้วย

พลังงาน

ในหัวข้อพลังงานของฟิสิกส์พื้นฐานจะศึกษาเกี่ยวกับพลังงานทดแทน (Alternative energy) ซึ่งเป็นกระแสของโลกในการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นพลังงานในรูปแบบอื่น ๆ สำหรับช่วงชั้นมัธยมศึกษาจะเน้นศึกษาพลังงานจากแสงอาทิตย์ และพลังงานนิวเคลียร์

พลังงานจากแสงอาทิตย์

อุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ คือ เซลล์สุริยะ (Solar cell) หรือมีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า เซลล์โฟโตโวลตาอิก (Photovoltaic cell หรือ PV cell) โดยเซลล์สุริยะที่ใช้กันทั่วไปทำจากสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) กระบวนการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเริ่มจากเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบบนแผงเซลล์สุริยะจนมีอุณหภูมิสูงขึ้นระดับหนึ่ง จะทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างแผงเซลล์สุริยะกับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่นำมาต่อเข้ากับวงจร จึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมา อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อเข้ากับวงจรที่แผงเซลล์สุริยะนี้จึงทำงานได้

พลังงานนิวเคลียร์

พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ (Nuclear reaction) ในเตาปฏิกรณ์ สำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ โดยทั่วไปจะใช้ปฏิกิริยาฟิชชัน (Fission reaction) ในการสร้างความร้อน เช่น การยิงนิวตรอนไปที่ธาตุยูเรเนียม-235 แล้วแตกตัวเป็นธาตุใหม่และนิวตรอนที่จะไปชนธาตุกัมมันตรังสีอื่น ๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิชชันอย่างต่อเนื่อง กระบวนการดังกล่าว เรียกว่า ปฏิกิริยาลูกโซ่

พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์สามารถคำนวณได้จากสมการ

image6 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

เมื่อ Δm คือ ส่วนมวลพร่อง หรือ ผลต่างระหว่างมวลของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ หน่วย kg

c คือ อัตราเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสุญญากาศ มีค่าประมาณ 3 × 108 m/s

ปรากฏการณ์คลื่นกล

คลื่นกล (Mechanical waves) คือ คลื่นที่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการส่งผ่านพลังงาน โดยอนุภาคของตัวกลางจะสั่นกลับไปกลับมารอบจุดสมดุลและไม่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น คลื่นกลแบ่งตามทิศการสั่นของตัวกลางได้เป็น คลื่นตามขวาง เช่น คลื่นในเส้นเชือก และคลื่นตามยาว เช่น คลื่นเสียง

ส่วนประกอบของคลื่นที่ต้องจำให้แม่น ได้แก่ สันคลื่น ท้องคลื่น แอมพลิจูด และปริมาณที่เกี่ยวข้องกับคลื่นที่ต้องรู้และต้องหาได้ ได้แก่ ความยาวคลื่น (λ) คาบ (T) และความถี่ ( f )

  1. ความยาวคลื่น (Wavelength) คือ ระยะระหว่างสันคลื่นถึงสันคลื่นที่อยู่ติดกัน
  2. คาบ (Period) คือ เวลาที่อนุภาคตัวกลางที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านสั่นได้ครบหนึ่งรอบ
  3. ความถี่ (Frequency) คือ จำนวนรอบที่อนุภาคตัวกลางที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านสั่นได้ในหนึ่งหน่วยเวลา

อัตราเร็วของคลื่นและสมบัติของคลื่น

สำหรับอัตราเร็วคลื่นมีความสัมพันธ์กับ ความยาวคลื่น (λ) คาบ (T) และความถี่ ( f ) ดังนี้

image5 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

โดยที่ v คือ อัตราเร็วของคลื่น หน่วย m/s

s คือ ระยะทางคลื่นเคลื่อนที่ได้ หน่วย m

t คือ เวลาที่คลื่นเคลื่อนที่ได้ระยะทาง s หน่วย s

λ คือ ความยาวคลื่น หน่วย m

T คือ คาบ หน่วย s

f คือ ความถี่ หน่วย Hz

คลื่นทุกชนิดต้องแสดงสมบัติพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ 1. การสะท้อน 2. การหักเห 3. การแทรกสอด และ 4. การเลี้ยวเบน ได้

เสียง

คลื่นเสียงเป็นคลื่นกลตามยาว มีคุณสมบัติเด่นที่ส่งผลต่อการรับรู้ของมนุษย์ เช่น ระดับสูงต่ำของเสียง (Pitch) ที่ขึ้นอยู่กับความถี่ และความดัง ซึ่งขึ้นอยู่กับความถี่และความเข้มเสียง นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์การสั่นพ้อง (Resonance) บีตของเสียง (Beats) และปรากฏการณ์ดอปปเลอร์ (Doppler Effect) ในทีนี้จะขอยกตัวอย่างปรากฏการณ์บีตของเสียง ซึ่งมักออกข้อสอบบ่อยใน A-Level วิทยาศาสตร์ประยุกต์

บีตของเสียง

เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงสองแหล่งที่มีความถี่ต่างกันเล็กน้อยทำงานพร้อมกัน จะเกิดการแทรกสอดเกิดเป็นเสียงดัง-ค่อย สลับกัน เรียกว่า บีต

สำหรับความถี่บีตคำนวณได้จาก

image1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

เมื่อ fB คือ ความถี่บีต หน่วย เฮิรตซ์ (Hz)

f1 และ f2 คือ ความถี่ของแหล่งกำเนิดเสียง

สำหรับแนวโจทย์ที่เคยออกในข้อสอบ A-Level วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บทเสียง สามารถศีกษาแนวข้อสอบได้ที่ตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง เคาะส้อมเสียงสองอันที่มีความถี่ 438 เฮิรตซ์ และ 442 เฮิรตซ์ พร้อมกัน 

ผู้ฟังจะได้ยินเสียงดังค่อยกี่ครั้งในเวลา 5 วินาที

วิธีทำ หาความถี่บีต

image3 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

หาจำนวนครั้งที่ได้ยินเสียงดังค่อยในเวลา 5 วินาที 

image8 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

ดังนั้น ผู้ฟังจะได้ยินเสียงบีตส์ทั้งหมด 20 ครั้ง ในเวลา 5 วินาที

แสงสี

แสงขาวเมื่อผ่านปริซึมจะแยกออกเป็นสเปกตรัม 7 แสงสี การศึกษาในบทนี้แบ่งระบบสีออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน คือ แสงสี และ สารสี 

ระบบสี

สีปฐมภูมิ

ผลลัพธ์เมื่อผสมสีปฐมภูมิรวมกันทั้งหมด

แสงสี (Colors of Light)

แดง, เขียว, น้ำเงิน

แสงขาว

สารสี (Colors of Pigment)

เหลือง, แดงม่วง, น้ำเงินเขียว

สารสีดำ (ดูดกลืนทุกแสงสี)

image9 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

ภาพ การผสมแสงสี

image4 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

ภาพ การผสมสารสี

การมองเห็นสีของมนุษย์โดยทั่วไป เมื่อแสงตกกระทบที่ผิววัตถุจะสะท้อนแสงสีที่มีผสมกันได้สีเดียวกับสารสีเข้าสู่ดวงตา ดังภาพ

image2 1 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

สำหรับแนวโจทย์ที่เคยออกในข้อสอบ A-Level วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บทแสงสี สามารถศีกษาแนวข้อสอบได้ที่ตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง หากเรามองวัตถุที่มีสารสีแดงม่วงภายใต้ห้องที่ฉายเฉพาะดวงไฟแสงสีเขียว คนสายตาปกติจะมองเห็นวัตถุนั้นเป็นสีอะไร

แนวคิด สารสีแดงม่วง มีคุณสมบัติสะท้อนแสงสีแดงและแสงสีน้ำเงิน แต่จะดูดกลืนแสงสีเขียวไว้

เมื่อห้องนั้นมีแต่แสงสีเขียวฉายเข้ามา สารสีแดงม่วงจะดูดกลืนแสงสีเขียวไว้ทั้งหมด ทำให้ไม่มีแสง

สีใดสะท้อนกลับเข้าสู่ตาของเราเลย

ดังนั้น คนสายตาปกติจะมองเห็นวัตถุนั้นเป็นสีดำ

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic wave) เกิดจากการเหนี่ยวนำของสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กตั้งฉากกัน ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเรียงลำดับจากความถี่ต่ำไปสูง (ความยาวคลื่นยาวไปสั้น) คือ คลื่นวิทยุ, ไมโครเวฟ, อินฟราเรด, แสงขาว, อัลตราไวโอเลต, รังสีเอกซ์, และรังสีแกมมา ตามลำดับ

ในด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้คลื่นเหล่านี้ส่งสัญญาณในระบบแอนะล็อก (Analog) และระบบดิจิทัล (Digital) ซึ่งระบบดิจิทัลจะแปลงสัญญาณเป็นรหัสฐานสอง จึงทำให้มีความถูกต้อง แม่นยำ และทนต่อสัญญาณรบกวนได้ดีกว่ามาก

เรียนฟิสิกส์พื้นฐาน กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.ปลาย สายเน้นคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการเข้าใจเนื้อหาที่เรียนในวิชาฟิสิกส์พื้นฐานและฟิสิกส์เพิ่มเติม หากต้องการเน้นบทการเคลื่อนที่และแรง ปรากฏการณ์คลื่นกล เสียง และแสงสี เรียนกับ OnDemand ในคอร์ส Pack กลศาสตร์ 1 (0201-0204) และคอร์ส Pack : การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกและกลุ่มคลื่น (0209, 0211, 0212, 0213) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในบทได้ง่ายขึ้นและเตรียมตัวการเรียนเนื้อฟิสิกส์เพิ่มเติมไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับด้วยเทคนิค Supermap และ X-map พร้อมตะลุยโจทย์หลากหลายแนว

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 
  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 1. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแก่งประเทศไทย จำกัด.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิสิกส์พื้นฐาน (FAQs)

Q : วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสิกส์พื้นฐาน) ต่างจากฟิสิกส์เพิ่มเติมอย่างไร

A: วิชาฟิสิกส์พื้นฐานจะเน้นการเข้าใจเชิงแนวคิด (Concept) และทฤษฎีควบคู่กับการคำนวณเบื้องต้นที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนทุกสายการเรียนจะได้เรียนเนื้อหาดังกล่าวทุกคน ซึ่งอาจจะจัดการเรียนการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หรือเนื้อหาเรียนไปกับฟิสิกส์เพิ่มเติม ส่วนฟิสิกส์เพิ่มเติมจะเจาะลึกเนื้อหา มีการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์เข้ามาเพิ่มเติม และการพิสูจน์สูตร โดยโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนให้เฉพาะนักเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานเพียงพอต่อการเรียนระดับอุดมศึกษา

A: เนื่องจากเป็นสมการพื้นฐานของคลื่นทุกประเภทในฟิสิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นกลหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตราบใดที่ปริมาณนั้นมีสมบัติความเป็นคลื่น (สามารถแสดง 4 สมบัติของคลื่นได้) จะสามารถใช้สูตรนี้หาอัตราเร็วได้เสมอ

A: สัญญาณดิจิทัลจะส่งข้อมูลเป็นรหัสตัวเลขสองค่า ทำให้เมื่อเกิดสัญญาณรบกวน (Noise) ตัวรับสัญญาณยังสามารถแยกแยะรหัสได้ง่าย ส่งผลให้ข้อมูลไม่ผิดเพี้ยนและสามารถส่งข้อมูลได้ปริมาณมหาศาลพร้อมกัน

A: องค์การอนามัยกำหนดไว้ว่า เสียงที่ปลอดภัยไม่ควรเกิน 85 เดซิเบล หากต้องฟังเป็นเวลานานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และเสียงที่ดังเกิน 120 เดซิเบล ถือเป็นระดับที่เริ่มทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อเยื่อแก้วหูและเป็นอันตรายรุนแรงทันที

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง