สมดุลกล ม.4 เนื้อหาครบ! สรุปสูตร! พร้อมตัวอย่างโจทย์และข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์!

Key Takeaways

หัวใจสำคัญของการเรียนสมดุลกล ม.4 คือการเข้าใจสมดุลต่อการเลื่อนตำแหน่งและสมดุลต่อการหมุน ซึ่งน้อง ๆ จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาของกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันมาก่อน เพราะเป็นฐานสำคัญในทำความเข้าใจการตั้งสมการของสมดุลต่อการเลื่อนตำแหน่งและสมดุลต่อการหมุน นอกจากนี้ บทสมดุลกล ม.4เป็นหนึ่งในหัวข้อยอดฮิตที่ออกในข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ บ่อยมาก โจทย์มักจะชอบการหาสมดุลต่อการหมุนของคาน หรือสมดุลต่อการหมุนของวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ ถ้าเข้าใจบทนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความกดดันเมื่อสอบจริงได้

Table of Contents

สมดุลกล (Mechanical Equilibrium) คืออะไร?

สำหรับน้องๆ ที่กำลังศึกษาในวิชาฟิสิกส์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (โดยเฉพาะ ม.4) เรื่อง สมดุลกล (Mechanical Equilibrium) นับว่าเป็นหนึ่งในบทเรียนที่สำคัญและเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นรากฐานในการศึกษาเรื่องกลศาสตร์ คำว่า สมดุลกล หมายถึง สภาพที่วัตถุสามารถรักษาสภาพการเคลื่อนที่ของตนเองให้คงเดิมเอาไว้ได้ตลอดเวลา กล่าวคือ ถ้าวัตถุนั้นอยู่นิ่ง มันก็จะหยุดนิ่งต่อไปเรื่อยๆ หรือในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว มันก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวต่อไปในทิศทางเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยจุดเด่นของสภาพสมดุลคือต้องไม่มีความเร่งเกิดขึ้นกับระบบเลย หรือก็คือ a = 0

การเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องสมดุลกล ไม่เพียงแต่จะช่วยให้น้องสามารถทำข้อสอบฟิสิกส์ในโรงเรียนหรือข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เท่านั้น แต่มันยังเป็นหลักการที่สามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้มากมาย เช่น การออกแบบโครงสร้างสะพานให้รับน้ำหนักได้ การสร้างตึกระฟ้าให้ทนต่อแรงลม หรือแม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการวางของบนชั้นวางไม่ให้ตกลงมา ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยหลักการความรู้เรื่องสมดุลกลทั้งสิ้น

ประเภทของสภาพสมดุล (Types of Equilibrium)

หากเราพิจารณาแบ่งประเภทของสมดุลกลตามลักษณะการเคลื่อนที่ของวัตถุ เราจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีนิยาม สูตร และสมการที่นำมาใช้แตกต่างกันออกไป ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.สมดุลต่อการเลื่อนที่ (Translational Equilibrium)

สมดุลต่อการเลื่อนที่ คือสภาพที่วัตถุอยู่นิ่งกับที่ หรือ กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวเป็นเส้นตรง โดยไม่มีความเร่งเชิงเส้นเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ หนังสือที่วางอยู่เฉยๆ บนโต๊ะเรียน หรือ รถยนต์ที่วิ่งบนทางตรงด้วยความเร็วคงที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในสภาพเช่นนี้ วัตถุจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงความเร็วในการเลื่อนที่ไปจากเดิม

2.สมดุลต่อการหมุน (Rotational Equilibrium)

สมดุลต่อการหมุน คือสภาพที่วัตถุไม่เกิดการหมุนเลย หรือ ถ้ากำลังหมุนอยู่ก็จะหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงตัว โดยไม่มีความเร่งเชิงมุมเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีคือ ไม้กระดกในสนามเด็กเล่นที่อยู่ในสภาวะสมดุลขนานกับพื้นโดยไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือ พัดลมเพดานที่กำลังหมุนด้วยระดับความเร็วคงที่ ในสภาพนี้วัตถุจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอัตราการหมุน

นอกจากนี้ ในกรณีที่เราพิจารณาตามการจัดเรียงตัวหรือปฏิกิริยาของวัตถุเมื่อถูกรบกวน เรายังสามารถแบ่งสภาพสมดุลเพิ่มเติมได้เป็น สมดุลเสถียร (Stable Equilibrium – เมื่อถูกรบกวนแล้วสามารถกลับสู่สภาพเดิมได้), สมดุลไม่เสถียร (Unstable Equilibrium – เมื่อถูกรบกวนแล้วจะล้มหรือเปลี่ยนตำแหน่งไปเลย ไม่สามารถกลับมาจุดเดิมได้) และ สมดุลสะเทิน (Neutral Equilibrium – เมื่อถูกรบกวนแล้ววัตถุจะเปลี่ยนตำแหน่งไป แต่ยังสามารถรักษาสภาพสมดุลในรูปแบบเดิมไว้ได้ในตำแหน่งใหม่)

สรุป สมดุลกล สูตร ม.ปลาย: สมดุลต่อการเลื่อนที่

เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อการเลื่อนที่ นั่นหมายความว่าไม่มีแรงลัพธ์ภายนอกมากระทำต่อวัตถุเลย หรือพูดอีกอย่างคือ ผลรวมของแรงลัพธ์ทั้งหมดที่มากระทำต่อวัตถุนั้นมีค่าเป็นศูนย์นั่นเอง ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s Laws of Motion) อย่างสมบูรณ์แบบ

สมการหลัก (Main Formula)

สูตรพื้นฐานและเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการคำนวณสมดุลประเภทนี้คือ:

\Sigma \vec{F} = 0

ในการประยุกต์ทำโจทย์ข้อสอบฟิสิกส์ เราแทบจะไม่สามารถคำนวณแรงที่ชี้ไปมาสะเปะสะปะได้เลย เราจึงมักจะต้องทำการแตกแรง (Resolve Forces) ให้อยู่ในแนวแกนพิกัดฉาก 2 มิติ (นั่นคือแนวแกน X และแกน Y) เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ ซึ่งจะทำให้เราได้สมการย่อยออกมา 2 สมการหลักๆ ดังนี้:

พิจารณาแนวแกน X (แนวนอน): \Sigma F_x = 0 ซึ่งมีความหมายในทางปฏิบัติว่า ผลรวมของขนาดแรงที่ดึงไปทางซ้าย จะต้องเท่ากับ ผลรวมของขนาดแรงที่ดึงไปทางขวาเสมอ (แรงซ้าย = แรงขวา)

พิจารณาแนวแกน Y (แนวตั้ง): \Sigma F_y = 0 ซึ่งมีความหมายว่า ผลรวมของขนาดแรงที่ดึงขึ้นด้านบน จะต้องมีค่าเท่ากับ ผลรวมของขนาดแรงที่ดึงลงด้านล่างเสมอ (แรงขึ้น = แรงลง)

ข้อควรจำที่สำคัญ: ในสมการฟิสิกส์ ตัวแปร F จะใช้แทนแรง และมีหน่วยเป็น นิวตัน (\text{N}) เสมอ

สรุป สมดุลกล สูตร ม.ปลาย: สมดุลต่อการหมุน

สำหรับวัตถุที่ถูกแรงกระทำแล้วไม่เกิดการหมุน หรือสามารถรักษาความเร็วในการหมุนให้คงที่เอาไว้ได้ แสดงว่าวัตถุชิ้นนั้นกำลังอยู่ในสภาวะสมดุลต่อการหมุน ปริมาณสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการหมุนในทางฟิสิกส์ที่เราต้องรู้จักคือ “โมเมนต์ของแรง” (Moment of Force)

สมการหลัก (Main Formula)

สูตรพื้นฐานในการคำนวณค่าโมเมนต์ของแรงแต่ละแนวคือ:

M = F \cdot d

โดยที่ตัวแปรต่างๆ ในสมการมีความหมายดังต่อไปนี้:

M คือ ค่าโมเมนต์ของแรง มีหน่วยเป็น นิวตัน-เมตร (\text{N}\cdot\text{m})

F คือ ขนาดของแรงที่มากระทำต่อวัตถุ มีหน่วยเป็น นิวตัน (\text{N})

d คือ ระยะทางที่วัดตั้งฉากจากจุดหมุนไปยังแนวแรงนั้นๆ มีหน่วยเป็น เมตร (\text{m})

สำหรับวัตถุที่อยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุนอย่างสมบูรณ์ ผลรวมของโมเมนต์รอบจุดหมุนใดๆ ก็ตามในระบบจะต้องมีค่าเป็นศูนย์เสมอ ซึ่งเขียนเป็นสมการทางคณิตศาสตร์ได้ว่า:

\Sigma \vec{M} = 0

หรือที่เรามักจะท่องจำกันเพื่อความรวดเร็วในการนำไปใช้ทำข้อสอบว่า ผลรวมของโมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา จะต้องเท่ากับ ผลรวมของโมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา ซึ่งเขียนเป็นสมการง่ายๆ ได้ว่า:

M_{ทวน} = M_{ตาม}

ทฤษฎีลามี (Lami’s Theorem) 

สำหรับข้อสอบฟิสิกส์ ม.ปลาย หลายๆ ข้อ มักจะถูกออกแบบมาให้มีแรง 3 แรงมากระทำร่วมกันที่จุดๆ หนึ่ง และบอกว่าระบบหรือวัตถุนั้นกำลังอยู่ในสภาพสมดุล การนำ ทฤษฎีลามี หรือกฎของลามี มาประยุกต์ใช้ จะช่วยให้นักเรียนสามารถประหยัดเวลาในการทำข้อสอบได้อย่างมหาศาล โดยที่เราไม่ต้องมานั่งวาดรูปสี่เหลี่ยมเพื่อแตกแรงเข้าแกน X และแกน Y ให้ยุ่งยากและเสียเวลา

กฎของลามี (Lami’s Rule) อธิบายไว้ว่าอย่างไร?

ทฤษฎีนี้มีใจความสำคัญระบุไว้ว่า “เมื่อมีแรง 3 แรงที่อยู่ในระนาบเดียวกันมากระทำที่จุดๆ เดียวกัน และแรงทั้งสามนั้นทำให้จุดดังกล่าวอยู่ในสภาพสมดุล อัตราส่วนระหว่างขนาดของแรงแต่ละแรง ต่อค่าไซน์ (Sine) ของมุมที่อยู่ตรงข้ามกับแรงนั้นๆ จะมีค่าคงที่และเท่ากันเสมอ”

เราสามารถเขียนเป็นสมการทฤษฎีลามีที่นำไปใช้คำนวณได้ดังนี้:

\frac{F_1}{\sin \theta_1} = \frac{F_2}{\sin \theta_2} = \frac{F_3}{\sin \theta_3}

โดยที่ตัวแปร \theta_1, \theta_2 และ \theta_3 คือมุมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับแนวแรง F_1, F_2 และ F_3 ตามลำดับ

เทคนิคและตัวอย่างการประยุกต์ใช้สูตรสมดุลกลในการทำข้อสอบ

เพื่อให้เห็นภาพการนำความรู้ไปใช้ในห้องสอบได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูขั้นตอนการแก้ปัญหาโจทย์สมดุลกลที่น้องๆ ม.ปลาย ต้องเจอเป็นประจำกันครับ:

วาดรูปและเขียน Free Body Diagram (FBD) ให้ครบถ้วนเสมอ: ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจหลักที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เขียนแรงทุกแรงที่กระทำต่อวัตถุให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักของวัตถุ W = m\cdot g, แรงปฏิกิริยาตั้งฉากที่พื้นกระทำต่อวัตถุ N, แรงตึงเชือก T หรือ แรงเสียดทาน f เป็นต้น จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของระบบและสามารถตั้งสมการสมดุลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

เลือกจุดหมุนให้ฉลาด (สำหรับโจทย์สมดุลต่อการหมุน): สำหรับโจทย์ที่มีเรื่องโมเมนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้เราเลือกจุดที่มีแรงที่ “เราไม่ทราบค่าและโจทย์ไม่ได้ถามหา” ผ่านมากที่สุด ให้เป็น จุดหมุน เพราะแรงใดๆ ก็ตามที่มีแนวแรงลากผ่านจุดหมุน จะมีระยะตั้งฉาก d = 0 ส่งผลให้โมเมนต์ของแรงนั้นมีค่าเป็นศูนย์ไปโดยปริยาย เป็นการช่วยกำจัดตัวแปรที่เราไม่ต้องการออกไปจากสมการได้

ตัวอย่างข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ เรื่อง สมดุลกล 

ตัวอย่าง จากรูป แขวนมวล 10 กิโลกรัม เข้ากับระบบเชือกซึ่งแขวนติดกับเพดานและกำแพง

จงหาว่าแรงตึงเชือก T มีค่าเท่ากับกี่นิวตัน

  1. 98 2. \frac{98}{\sqrt{3}} 3. 98 \sqrt{3}
  2. 100 5. \frac{100}{\sqrt{3}}

วิธีทำ

สมดุลในแนวดิ่ง แรงขึ้น = แรงลง

2(T\sin 30^{\circ} =mg 2(T \frac{1}{2}) = mg T=mg=(10)(9.8) T=98 \text{ N}

เรียนเรื่องสมดุลกล กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.4 ที่ต้องการปูพื้นฐานเรื่องสมดุลกล หรือเตรียมตัวสอบเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนกับ OnDemand ในคอร์สฟิสิกส์ ม.ปลาย : สมดุลกล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับด้วยเทคนิค Supermap และ X-map พร้อมตะลุยโจทย์หลากหลายแนว

นอกจากนี้ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทาง OnDemand มีคอร์ส V-Series Physics TCAS เล่ม 2 : กลุ่มกลศาสตร์ 2 ให้เลือกด้วยเช่นกัน ซึ่งน้อง ๆ จะได้เรียนเน้นเนื้อหาออกข้อสอบ A-Level ฟิสิกส์ บ่อย และตะลุยโจทย์สอบเข้ามหาวิทยาลัยเรื่องสมดุลกลแบบเข้มข้นในคอร์สนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสอบแข่งขันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 1. สกสค. ลาดพร้าว. 
  • Serway, R. A., Jewett, Jr., J. W. (2014). Physics for Scientists and Engineers with Modern Physics. (9𝗍𝗁 ed). BROOKS/COLE CENGAGE Learning.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมดุลกล (FAQs)

Q: สมดุลสถิต และ สมดุลจลน์ มีความแตกต่างกันอย่างไรในนิยามทางฟิสิกส์?

A: สมดุลสถิต (Static Equilibrium) คือสภาพที่วัตถุหยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการเคลื่อนที่หรือขยับเขยื้อนใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนสมดุลจลน์ (Dynamic Equilibrium) คือสภาพที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เป็นเส้นตรง หรือกำลังหมุนรอบแกนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ โดยข้อจำกัดที่เหมือนกันของทั้งสองแบบคือ จะต้องไม่มีความเร่ง (Acceleration) เกิดขึ้นในระบบเลย

A: เราควรเลือกหยิบทฤษฎีลามีมาใช้ก็ต่อเมื่อระบบนั้นมีแรงเพียง 3 แรงมากระทำร่วมกันที่จุดๆ เดียวเท่านั้น และแรงทั้งสามนั้นจะต้องอยู่ในระนาบ 2 มิติเดียวกันด้วย นอกจากนี้เราจะต้องทราบค่ามุมระหว่างแนวแรงอย่างน้อย 2 มุม หากโจทย์ข้อนั้นเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ครบถ้วน การใช้กฎของลามีจะช่วยคำนวณหาค่าแรงที่เหลือได้เร็วกว่าการไปนั่งแตกแรงเข้าแกน X และแกน Y เป็นอย่างมาก

A: ตามนิยามของสูตร M = F \cdot d ค่าระยะ d จะต้องเป็นระยะทางที่ลากจากจุดหมุนไปตั้งฉากกับแนวแรงเสมอ หากแรงที่โจทย์ให้มาไม่ตั้งฉาก เราจะต้องทำการแตกแรง (Resolve Force) นั้นๆ ให้อยู่ในแนวที่ตั้งฉากกับระยะทางเสียก่อน

บทความอื่นๆ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ