1. สังเกตว่าเวลาว่างน้องๆ ชอบทำอะไร
การศึกษาเด็กๆ ในเวลาที่เขาทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ตาม วาดรูประบายสี หรือแม้แต่การเล่นเกมก็สามารถบอกความชอบของลูกในขณะนั้น และต่อยอดเพื่อค้นหาตัวตนในอนาคตได้ เช่น ถ้าลูกชอบเล่นเกม ลองเริ่มจากการตั้งคำถามว่าอยากรู้ไหมว่าเกมที่เล่นอยู่สร้างขึ้นมาได้อย่างไร แล้วลองให้น้องลงคอร์สเรียน Python เบื้องต้นสำหรับเด็กดูเลย ก็ยิ่งดีจะได้รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอย่างไร
2. ศึกษาหลักสูตรที่ซัพพอร์ตความชอบของน้องๆ และควรพาน้องไปเดินชมแต่ละโรงเรียนด้วยตัวเอง
ที่โบราณว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั้นใช้ได้เสมอ ในเมื่อน้องจะต้องเรียนที่โรงเรียนนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี เขาควรที่จะมีสิทธิ์เลือกสภาพแวดล้อมที่ตนเองชอบและผู้ปกครองต้องเลือกโรงเรียนที่มีการสนับสนุนความสามารถที่น้องๆ สนใจ เช่น ถ้าเขาสนใจการทดลองและวิทยาศาสตร์ ควรเลือกเรียนในโรงเรียนที่มีการผลักดันด้านวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ เพื่อให้ความสามารถที่น้องๆ ถนัดได้พัฒนาอย่างเต็มประสิทธิภาพ
3. ใช้สิ่งที่เขาชอบเป็นรางวัลหลังจากติวหรืออ่านหนังสือครบกำหนดเพื่อเป็นการเสริมแรงทางบวก
พี่ๆ ไม่แนะนำให้ผู้ปกครอง งด หรือ ห้าม ไม่ให้เด็กๆ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบเพื่อบังคับให้น้องติวหนังสือ การเสริมแรงในทางลบมักไม่ได้ผลกับเด็กในวัยนี้ เพราะเขาจะยิ่งต่อต้าน และมองการติวหนังสือในทางลบ แต่เราสามารถพลิกแพลงเปลี่ยนเป็น การอนุญาตให้เขาทำสิ่งที่ชอบ เช่น เล่นเกม กินขนม ซื้อของเล่น ได้ในเวลาหรือจำนวนจำกัด แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการติวให้มากขึ้นเพื่อให้น้องๆ ปรับตัวได้และมีกำลังใจในการอ่านหนังสือด้วย