สรุปตรรกศาสตร์ ม.4 เนื้อหาครบ! พร้อมตัวอย่างโจทย์!

Key Takeaways:

ตรรกศาสตร์ เป็นหนึ่งในเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ที่เน้นเกี่ยวกับการหาค่าความจริงของข้อความต่าง ๆ ซึ่งเราจะต้องใช้การคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลและเป็นขั้นตอนเพื่อที่จะหาค่าความจริงของข้อความเหล่านั้น โดยเป็นอีกเนื้อหาหนึ่งที่ได้นำมาออกทั้งในข้อสอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 และ 2 ในบทความนี้พี่ ๆ ก็ได้สรุปเนื้อหาตรรกศาสตร์ ม.4 ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมนำตัวอย่างโจทย์มาให้น้อง ๆ ได้ลองฝึกกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปดูเนื้อหากันเลย!

Table of Contents

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา แต่เคยสงสัยไหมว่า “เหตุผล” แบบไหนที่เรียกว่าสมเหตุสมผลจริง ๆ ? ในเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย มีบทหนึ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญซึ่งช่วยฝึกความคิดของเราให้สามารถให้เหตุผลได้อย่างถูกต้องมีหลักการและสรุปผลได้อย่างสมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ นั่นคือ “ตรรกศาสตร์” นั่นเอง

ในบทความนี้ เราจะไปทำความเข้าใจตรรกศาสตร์ ม.4 ในมุมมองที่เข้าใจง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงทั้งในการเรียนและการสอบกัน

สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ปลาย : ตรรกศาสตร์เบื้องต้นและการให้เหตุผลกับ OnDemand

ประพจน์คืออะไร ? เชื่อมกันได้อย่างไรบ้าง ?

ประพจน์ คือ ประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่เราสามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เช่น 

  • เดือนกุมภาพันธ์มี 30 วัน 
  • 1 เป็นจำนวนเฉพาะ
  • สงขลาเป็นจังหวัดในภาคอีสานของไทย

ประโยคที่ไม่เป็นประพจน์ คือ ประโยคที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปประโยคคำถาม คำสั่ง ขอร้อง อุทาน เช่น

  • โปรดส่งใครมารักฉันที
  • ไปอยู่ที่ไหนมา
  • \mathit{x} \boldsymbol{-} \boldsymbol{1} \boldsymbol{=} \boldsymbol{11}

ตัวเชื่อมประพจน์และตารางค่าความจริง

ตัวเชื่อมประพจน์ทางตรรกศาสตร์มีอยู่ 5 ตัว ดังนี้

โดยที่เรามักจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กเพื่อแทนประพจน์ต่าง ๆ เช่น p, q, r, …
ถ้ากำหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ใด ๆ เราสามารถเชื่อมประพจน์ 2 ประพจน์เข้าหากันได้ด้วยตัวเชื่อมประพจน์ ดังต่อไปนี้

\mathit{p} และ \mathit{q}  เขียนแทนด้วย \mathit{p} \wedge \mathit{q}

\mathit{p} หรือ \mathit{q}  เขียนแทนด้วย \mathit{p} \vee \mathit{q}

ถ้า \mathit{p} แล้ว \mathit{q}  เขียนแทนด้วย \mathit{p} \to \mathit{q}

\mathit{p} ก็ต่อเมื่อ \mathit{q}  เขียนแทนด้วย \mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}

นิเสธของ \mathit{p}  เขียนแทนด้วย \sim \mathit{p}

เมื่อ \mathit{p}  และ katex]\mathit{q}[/katex]  เป็นจริงหรือเท็จแตกต่างกัน เราจะได้ค่าความจริงของประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งเป็นไปดังตารางค่าความจริงข้างล่างนี้

\mathit{p}

\mathit{q}\mathit{p} \wedge \mathit{q}\mathit{p} \vee \mathit{q}\mathit{p} \to \mathit{q}\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}\sim \mathit{p}
\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{F}
\mathit{T}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}
\mathit{F}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{T}
\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}

โดยที่ \mathit{T}  หมายถึง จริง
และ \mathit{F}  หมายถึง เท็จ

จากตารางค่าความจริงข้างต้น เราจะพบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

ลำดับในการหาค่าความจริง

ถ้าเราประพจน์มีตัวเชื่อมหลายตัว เราจะต้องยึดลำดับในการหาค่าความจริงตามลำดับต่อไปนี้

1. วงเล็บ

2. \sim

3. \wedge \vee

4. \rightarrow

5. \leftrightarrow

สำหรับตัวเชื่อม ∧ ∨ นั้นมีความสำคัญเท่า ๆ กัน เราจะหาค่าความจริงตามลำดับจากซ้ายไปขวาได้เลย

ต่อไปเราจะมาลองหาค่าความจริงกันดูนะครับ

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับการหาค่าความจริง

กำหนดให้ \mathit{p},\mathit{q}, \mathit{r} เป็นประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็น เท็จ จริง เท็จ ตามลำดับ
จงหาค่าความจริงของ \sim \mathit{p} \leftrightarrow ( \sim \mathit{q} \vee \mathit{r}) \to \mathit{p}

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า \sim \mathit{p} \leftrightarrow ( \sim \mathit{q} \vee \mathit{r}) \to \mathit{p} มีค่าความจริงเป็นจริง

รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกันเป็นอย่างไร ?

ประพจน์ \mathit{p}  สมมูลกับ  \mathit{q}  ก็ต่อเมื่อ ประพจน์ \mathit{p}  กับ \mathit{q}  มีค่าความจริงเหมือนกันกรณีต่อกรณี จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ \equiv  แบบที่ได้เคยใช้ไปก่อนหน้านี้นั่นเอง โดยถ้าเราจะบอกว่า \mathit{p}  สมมูลกับ \mathit{q}  เราจะสามารถเขียนได้ว่า \mathit{p} \equiv \mathit{q}  นั่นเอง

หนึ่งในวิธีที่เราใช้ตรวจสอบว่าแต่ละประพจน์สมมูลกันหรือไม่ ก็คือการสร้างตารางค่าความจริงแสดงให้เห็นตรง ๆ เลยว่าแต่ละประพจน์มีค่าความจริงเหมือนกันกรณีต่อกรณี

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับประพจน์ที่สมมูลกัน

จงพิจารณาว่า  \mathit{p} \to \mathit{q}  สมมูลกับ  \sim \mathit{p} \vee \mathit{q}  หรือไม่

วิธีทำ เราสามารถสร้างตารางค่าความจริงได้ดังนี้

\mathit{p}\mathit{q}\mathit{p} \to \mathit{q}\sim \mathit{p}\sim \mathit{p} \vee \mathit{q}
\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{T}
\mathit{T}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}
\mathit{F}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}
\mathit{F}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}

เราจะพบว่าค่าความจริงของทั้งสองประพจน์นั้นเหมือนกันแบบกรณีต่อกรณีเลย
ดังนั้น เราจะสามารถสรุปได้เลยว่า \sim \mathit{p} \to \mathit{q}{ } \equiv{ } \sim \mathit{p} \vee \mathit{q} นั่นเอง

นอกจากการสร้างตารางค่าความจริงเพื่อตรวจสอบว่าแต่ละประพจน์สมมูลกันหรือไม่โดยตรงแล้ว เราก็สามารถใช้รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกันในการตรวจสอบว่าแต่ละประพจน์สมมูลกันหรือไม่ได้ด้วยดังข้างล่างนี้

โดยเราสามารถหยิบไปใช้ได้ทันทีเลยว่าประพจน์ไหนสมมูลกับประพจน์ไหน ซึ่งจะช่วยให้เราแก้โจทย์บางข้อได้ง่ายขึ้นครับ

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับรูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน

จงพิจารณาว่า  \mathit{p} \to \mathit{q} \to \mathit{r}   สมมูลกับ  (\mathit{p} \to \mathit{r}) \wedge (\mathit{q} \to \mathit{r})

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า  \mathit{p} \to \mathit{q} \to \mathit{r}   ไม่สมมูลกับ   (\mathit{p} \to \mathit{r}) \wedge (\mathit{q} \to \mathit{r})

สัจนิรันดร์คืออะไร ? ตรวจสอบได้อย่างไร ?

ประพจน์ที่เป็นสัจนิรันดร์ คือ ประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงทุกกรณี

ในการพิสูจน์หรือตรวจสอบว่าประพจน์ใด ๆ เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่นั้น เราจะสามารถทำได้ 2 วิธีคือ

1. การสร้างตารางค่าความจริง 

เราสามารถสร้างตารางค่าความจริงเพื่อแสดงให้เห็นตรง ๆ เลยว่าประพจน์นั้นเป็นจริงทุกกรณีหรือไม่ หรือว่ามีกรณีที่ไม่เป็นจริงหรือไม่

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับการตรวจสอบสัจนิรันดร์ด้วยตารางค่าความจริง

จงพิจารณาว่า (\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})   เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ โดยใช้ตารางค่าความจริง

วิธีทำ เราสามารถสร้างตารางค่าความจริงได้ดังนี้

\mathit{p}

\mathit{q}\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}\mathit{p} \to \mathit{q}(\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})
\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}
\mathit{T}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{F}\mathit{T}
\mathit{F}\mathit{T}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}
\mathit{F}\mathit{F}\mathit{T}\mathit{T}\mathit{T}

เราจะพบว่าค่าความจริงของ  (\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})   นั้นเป็นจริงทุกกรณีเลย ไม่ว่า  \mathit{p},  \mathit{q}   จะมีค่าความจริงเป็นแบบไหนก็ตาม
ดังนั้น เราจึงสามารถสรุปได้เลยว่า  (\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})   เป็นสัจนิรันดร์

2. การหาข้อขัดแย้ง 

หลักการคือการที่เราสมมติไปก่อนเลยว่าประพจน์ที่จะตรวจสอบนั้นสามารถเป็นเท็จได้ (แต่จริง ๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้) แล้วไล่ดูว่าถ้าเป็นเท็จแล้ว ประพจน์ย่อยแต่ละประพจน์จะต้องเป็นจริงหรือเท็จ หากระหว่างนั้น พบว่ามีประพจน์บางตัวเป็นได้ทั้งจริงและเท็จ แสดงว่าเกิดข้อขัดแย้งขึ้น ดังนั้นการที่เราสมมติว่าประพจน์นี้สามารถเป็นเท็จได้นั้นจึงไม่จริง แสดงว่าประพจน์นี้ไม่สามารถเป็นเท็จได้ เราจึงสรุปได้ว่าประพจน์นี้เป็นสัจนิรันดร์นั่นเอง

หลักการดังกล่าวสามารถสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังแผนภาพข้างล่างนี้เลย

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับการตรวจสอบสัจนิรันดร์ด้วยตารางค่าความจริง

จงพิจารณาว่า (\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})   เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ โดยใช้วิธีการหาข้อขัดแย้ง

วิธีทำ

โดยวิธีการหาข้อขัดแย้ง เมื่อเลือกให้ \mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q} \equiv \mathit{T}    เกิดจาก \mathit{T} \leftrightarrow \mathit{T}    เราจะพบว่า \mathit{q}    ในกรอบสีแดงทั้งสองมีค่าความจริงเป็นจริงและเท็จพร้อม ๆ กัน หรือเมื่อเลือกให้  \mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q} \equiv \mathit{T}     เกิดจาก \mathit{F} \leftrightarrow \mathit{F}     เราจะพบว่า \mathit{p}    ในกรอบสีน้ำเงินทั้งสองมีค่าความจริงเป็นเท็จและจริงพร้อม ๆ กัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงสรุปได้ว่าเกิดข้อขัดแย้ง และทำให้  (\mathit{p} \leftrightarrow \mathit{q}) \to (\mathit{p} \rightarrow \mathit{q})   เป็นสัจนิรันดร์นั่นเอง

การอ้างเหตุผลคืออะไร ? ตรวจสอบได้อย่างไร ?

หลักการของการอ้างเหตุผลนั้นเราจะสนใจว่าการอ้างเหตุและผลนั้นสมเหตุสมผลกันหรือไม่

  • ถ้าทำตามเหตุ แล้วได้ผลอย่างที่อ้าง ก็แสดงว่า การอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผล
  • ถ้าทำตามเหตุ แล้วไม่ได้ผลอย่างที่อ้าง ก็แสดงว่า การอ้างเหตุผลนั้นไม่สมเหตุสมผล
  • ถ้าไม่ทำตามเหตุ แล้วได้ผลตามที่อ้างหรือไม่ได้ผลตามที่อ้าง ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่พูดมานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่

หรือสรุปง่าย ๆ ก็คือ ถ้า {p}_{1},p_{2},… p_{n} เป็นเหตุ และ C เป็นผล ให้เรานำ {p}_{1},p_{2},… p_{n} มาเชื่อมกันด้วยตัวเชื่อม “และ” แล้วเชื่อมเหตุทั้งหมดกับผลด้วยตัวเชื่อม “ถ้า…แล้ว…” 

(p_{1} \wedge p_{2} … \wedge p_{n}) \to C

ในการตรวจสอบว่าการอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ให้เราตรวจสอบว่า {p}_{1},p_{2},… p_{n}C เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ ถ้าเป็นสัจนิรันดร์ก็สรุปได้เลยว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้าไม่เป็นสัจนิรันดร์ ก็ไม่สมเหตุสมผลนั่นเอง

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับการอ้างเหตุผล

จงพิจารณาว่าการอ้างเหตุผลต่อไปนี้สมเหตุสมผลหรือไม่

เหตุ

1. q \to (p \vee r)

2. \sim r \wedge q

ผล   p

เราจะพบว่า  p  ในกรอบสีแดงทั้งสองมีค่าความจริงเป็นจริงและเท็จพร้อม ๆ กัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงสรุปว่าเกิดข้อขัดแย้ง ทำให้ประพจน์ดังกล่าวเป็นสัจนิรันดร์
จึงทำให้การอ้างเหตุผลนี้สมเหตุสมผลนั่นเอง

ประโยคเปิดและตัวบ่งปริมาณคืออะไร? มีค่าความจริงอย่างไร ?

ประโยคเปิด

ประโยคเปิด คือ ประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธที่มีตัวแปร แต่เมื่อเราแทนค่าตัวแปรในประโยคเปิดจะทำให้ประโยคเปิดกลายเป็นประพจน์ เพราะเราสามารถบอกค่าความจริงได้แล้วนั่นเอง 

ตัวอย่างของประโยคเปิด เช่น 

  • 2x + 1 = 6
  • y + z = 4
  • เขาเป็นนักเรียน 

จะพบว่าเมื่อเราแทนค่าตัวแปรในประโยคเปิดจะทำให้เราบอกค่าความจริงได้ เช่น 

  • แทน x   ด้วย 2 จะได้ว่า 4+1=6 เป็นเท็จ
  • แทน y   และ  z   ด้วย 1 และ 3 จะได้ว่า 1+3=4 เป็นจริง
  • แทน “เขา” ด้วย “พี่แท็ป” จะได้ว่า พี่แท็ปเป็นนักเรียน เป็นเท็จ

เราจะใช้ P(x) และ P(x,y) แทนประโยคเปิดที่มีตัวแปร 1 และ 2 ตัวตามลำดับ

ตัวบ่งปริมาณ

ตัวบ่งปริมาณจะมีอยู่ทั้งหมด 2 แบบ ดังนี้

  1. for all \forall x เขียนแทนด้วย x หมายถึง สำหรับทุก x, สำหรับ x ทุกตัว, แต่ละ x
  2. for some x เขียนแทนด้วย \exists x หมายถึง มี x อย่างน้อย 1 ตัว, มี x บางตัว, สำหรับ x บางตัว

ซึ่งเราสามารถทำประโยคเปิดให้กลายเป็นประพจน์ได้โดยการเติมตัวบ่งปริมาณและเอกภพสัมพัทธ์เข้าไป เพราะถ้าทำแบบนั้นแล้ว เราจะสามารถบอกค่าความจริงของมันได้นั่นเอง เช่น 

  • สำหรับจำนวนจริง x ทุกจำนวน x^{2} \geq 0
  • มีจำนวนเต็ม x บางจำนวนที่ทำให้ x+1<5

สำหรับโจทย์ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้กำหนดเอกภพสัมพัทธ์มาให้ ให้เราถือว่าเอกภพสัมพัทธ์สำหรับข้อนั้น ๆ คือเซตของจำนวนจริงได้เลย

ค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

สำหรับค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ เราสามารถยึดตามหลักการข้างล่างนี้ได้เลย

นิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

การหานิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ เราจะกระจายนิเสธเข้าไปยังประโยคเปิดที่อยู่ด้านหลังตัวบ่งปริมาณ แล้วสลับเปลี่ยนระหว่าง \forall กับ \exists ดังนี้

\sim \forall x[P(x)] \equiv \exists x[\sim P(x)]

\sim \exists x[P(x)] \equiv \forall x[\sim P(x)]

ตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

จงหาค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณต่อไปนี้ เมื่อ U = Z^{+}

  1. \forall x [x \geq 1]
  2. \exists x [x \leq 1]

วิธีทำ 1. เนื่องจาก Z^{+} คือ จำนวนเต็มบวก

หมายความว่า U={1, 2, 3, …} นั่นเอง

ซึ่งทุกจำนวนใน U มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 1 ทั้งหมด

ดังนั้น \forall x[x \geq 1] เมื่อ U = Z^{+} เป็นจริง

  1. เนื่องจากเมื่อนำ x=1 ซึ่งเป็นสมาชิกใน Z^{+} มาแทนใน x \leq 1 จะได้ 1 \leq 1 ซึ่งเป็นจริง

ดังนั้น \exists x[x \leq 1] เมื่อ U = Z^{+} เป็นจริง

ตะลุยโจทย์แนวข้อสอบตรรกศาสตร์ ม.4

ตัวอย่างที่ 1 ประพจน์ใดต่อไปนี้เป็นสัจนิรันดร์

1. [(p \to q) \to q] \to p
2. [p \to (p \to q)] \to q
3. (q \to p) \to (p \to q)
4. [(p \to q)\to p \to ] \to p
5. [(p \to q) \to (q \to p)] \to p

ตอบ 4. [(p \to q)\to p \to ] \to p

วิธีทำ พิจารณา

เราจะพบว่า p ในกรอบสีแดงทั้งสองมีค่าความจริงเป็นจริงและเท็จพร้อม ๆ กัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงสรุปว่าเกิดข้อขัดแย้ง ทำให้ [(p \to q)\to p \to ] \to p เป็นสัจนิรันดร์นั่นเอง

ส่วนข้ออื่น ๆ สามารถเกิดกรณีที่ค่าความจริงเป็นเท็จได้ ดังนี้

   

   

ตัวอย่างที่ 2 ให้ p, q และ r เป็นประพจน์ แล้วประพจน์ในข้อใดต่อไปนี้มีค่าความจริงเป็นจริงในบางกรณีและเป็นเท็จในบางกรณี

ดังนั้น ประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงในบางกรณี และเป็นเท็จในบางกรณี คือ (p\to q) \to (p \wedge r)

เรียนตรรกศาสตร์ ม.4 กับ OnDemand

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเนื้อหาตรรกศาสตร์ ม.4 ที่พี่ ๆ นำมาฝากน้อง ๆ ในวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจในครั้งแรกที่อ่าน แต่น้อง ๆ ไม่ต้องกังวล เพราะเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดนี้ภายในวันเดียวหรือการอ่านเพียงรอบเดียวก็ได้ครับ เราสามารถค่อย ๆ ทบทวนเนื้อหาไปพร้อมกับการฝึกทำโจทย์เพื่อให้เก่งขึ้นได้ โดยทาง OnDemand ก็มีคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ปลาย : ตรรกศาสตร์เบื้องต้นและการให้เหตุผลเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นด้วยเทคนิคการสอนที่ช่วยให้ไม่ต้องท่องจำ และพร้อมตะลุยโจทย์ทุกข้อเลยครับ

แทรก Youtube ตรรกศาสตร์ ม.4 | ตัวอย่างคอร์สเรียน เลข ม.ปลาย | OnDemand

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 1. สกสค. ลาดพร้าว.

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตรรกศาสตร์ ม.4 (FAQs)

Q: มีวิธีท่องจำตารางค่าความจริงแบบลัด ๆ ไหม ?

A: มีครับ แทนที่จะนั่งจำตาราง 16 ช่องให้ปวดหัว เราจะจำเฉพาะ “กรณีที่ต่างจากกรณีอื่น ๆ” ของแต่ละตัวเชื่อมประพจน์ ดังนี้

  • \wedge: ต้องจริงทั้งคู่ ถึงจะจริง (T \wedge T \equiv T) นอกนั้นเท็จหมด
  • \vee: ต้องเท็จทั้งคู่ ถึงจะเท็จ (F \vee F \equiv F) นอกนั้นจริงหมด
  • \to: หน้าจริง หลังเท็จ จะได้เท็จ (T \to F \equiv F)  นอกนั้นจริงหมด
  • \leftrightarrow: เหมือนกันได้จริง ต่างกันได้เท็จ เช่น T \leftrightarrow T \equiv T และ T \leftrightarrow F \equiv F

A: สามารถทำได้ครับ โดยถ้าโจทย์ถามว่า “ประพจน์ 

A กับ B สมมูลกันหรือไม่” เราสามารถเอาเครื่องหมาย \leftrightarrow มาเชื่อมประพจน์ทั้งสอง แล้วเช็คว่า “A \leftrightarrow B เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่” ได้เหมือนกันครับ ถ้าเป็นสัจนิรันดร์ ก็แสดงว่าทั้งสองประพจน์นั้นสมมูลกันนั่นเองครับ เพราะตัวเชื่อม\leftrightarrow จะเป็นจริงเสมอถ้าทั้งสองประพจน์มีค่าความจริงเหมือนกันทุกกรณี

A: การหานิเสธ (ข้อความตรงข้าม) ของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ มีหลักการเปลี่ยน 2 อย่างที่ต้องทำพร้อมกันเสมอ ห้ามทำแค่จุดใดจุดหนึ่งเด็ดขาด

  1. เปลี่ยนตัวบ่งปริมาณเป็นตัวตรงข้าม \forall (ทั้งหมด) <->\exists (บางตัว)
  2. ใส่นิเสธเข้าไปที่ประโยคเปิดด้านหลังตัวบ่งปริมาณ 

ตัวอย่างเช่น นิเสธของประพจน์ \forall x[x > 0] คือ \exists x[x \leq 0]

(สังเกตว่าเราเปลี่ยน \forall เป็น \exists และเปลี่ยนเครื่องหมายจาก > เป็นตรงข้ามคือ \leq)

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ