สรุปเนื้อหาแสงเชิงคลื่น ฟิสิกส์ ม.ปลาย การแทรกสอด สลิตคู่ สลิตเดี่ยว เกรตติง สูตรคำนวณ พร้อมตัวอย่างโจทย์และเฉลยละเอียด

Key Takeaways:

  • แสงเชิงคลื่น  เป็นการศึกษาพฤติกรรมของแสงในฐานะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีปรากฏการณ์สำคัญที่เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นคลื่น ได้แก่ การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน
  • สลิตคู่ (Double Slit) ใช้พิสูจน์การแทรกสอดของแสงตามการทดลองของธอมัส ยัง เกิดแถบสว่างและแถบมืดที่มีความกว้างและระยะห่างสม่ำเสมอกัน
  • สลิตเดี่ยว (Single Slit) แสดงการเลี้ยวเบนของแสงผ่านช่องแคบ โดยแถบสว่างกลางจะมีความกว้างและความเข้มแสงมากที่สุดเมื่อเทียบกับแถบข้างเคียง
  • เกรตติง (Grating) เป็นอุปกรณ์ที่มีช่องขนานขนาดเล็กจำนวนมาก ใช้ในการแยกสเปกตรัมของแสงและหาความยาวคลื่นแสงได้อย่างแม่นยำสูง

Table of Contents

แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่อาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ โดยสเปกตรัมของแสงขาวที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วงประมาณ 400 – 700\text{nm} และเคลื่อนที่ในสุญญากาศด้วยอัตราเร็วประมาณ 3 \times 10^8\text{ m/s} การศึกษาทางฟิสิกส์แบ่งปรากฏการณ์ของแสงออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ แสงเชิงเรขาคณิตหรือแสงเชิงรังสีซึ่งอธิบายการเดินทางของแสงเป็นเส้นตรง และแสงเชิงคลื่นซึ่งศึกษาธรรมชาติความเป็นคลื่นของแสง การที่แสงแสดงพฤติกรรมการแทรกสอดและการเลี้ยวเบนได้นั้น ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าแสงประพฤติตัวเป็นคลื่นได้อย่างชัดเจน

สมัครเรียนคอร์ส Pack การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกและกลุ่มคลื่น กับ OnDemand

การแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่

การแทรกสอดของแสงเกิดขึ้นเมื่อคลื่นแสงจากแหล่งกำเนิดอาพันธ์สองแหล่งเคลื่อนที่มาซ้อนทับกัน ในปี ค.ศ. 1801 ธอมัส ยัง ได้สาธิตการแทรกสอดของแสงโดยให้แสงผ่านช่องแคบคู่ S_1 และ S_2 ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดอาพันธ์ เมื่อคลื่นแสงรวมกันแบบเสริมจะเกิดเป็น แถบสว่าง (Antinode) และเมื่อรวมกันแบบหักล้างจะเกิดเป็น แถบมืด (Node) ปรากฏเป็นสลักบนฉากรับภาพอย่างสม่ำเสมอ

การคำนวณตำแหน่งแถบสว่างและแถบมืดของการแทรกสอดผ่านสลิตคู่ อาศัยความสัมพันธ์ของผลต่างระยะทางตามสมการดังต่อไปนี้

ตำแหน่งแถบสว่าง (Antinode):

d \sin \theta = n\lambda

เมื่อ \theta น้อย ๆ จะได้ว่า sin\theta \approx tan\theta = \dfrac{x}{L} ดังนั้น

d\dfrac{x}{L} = n\lambda เมื่อ n = 0, 1, 2, 3, …

ตำแหน่งแถบมืด (Node):

d \sin \theta = \left(n – \dfrac{1}{2}\right)\lambda

เมื่อ \theta น้อย ๆ จะได้ว่า sin\theta \approx tan\theta = \dfrac{x}{L}  ดังนั้น

d\dfrac{x}{L} = \left(n – \dfrac{1}{2}\right)\lambda เมื่อ n = 1, 2, 3, …

โดยตัวแปรต่าง ๆ มีนิยาม ดังนี้

d คือ ระยะห่างระหว่างช่องสลิตคู่

\theta คือ มุมที่ตำแหน่งพิจารณาเบนไปจากแนวกลาง

\lambda คือ ความยาวคลื่นของแสง

x คือ ระยะห่างจากแถบสว่างกลางถึงตำแหน่งที่พิจารณาบนฉาก

L คือ ระยะห่างระหว่างสลิตถึงฉากรับภาพ

n คือ ลำดับอันดับของแถบสว่างหรือแถบมืด

การเลี้ยวเบนของแสงผ่านสลิตเดี่ยว

เมื่อแสงเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบเดี่ยวที่มีความกว้าง a ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวคลื่น แสงจะเกิดการเลี้ยวเบนเบนอ้อมขอบของช่องแคบ ตามหลักการของฮอยเกนส์ ทุก ๆ จุดบนหน้าคลื่นภายในช่องสลิตเดี่ยวจะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดคลื่นเสมือนใหม่ที่กระจายคลื่นออกไปแทรกสอดกันเอง

ลักษณะสำคัญของการเลี้ยวเบนผ่านสลิตเดี่ยว คือ การเกิดแถบสว่างกลางที่มีความกว้างและความเข้มแสงมากที่สุด ส่วนแถบสว่างข้างเคียงจะมีความกว้างและความเข้มแสงลดลง

การคำนวณตำแหน่งการเลี้ยวเบนผ่านสลิตเดี่ยวจะมุ่งเน้นการหาตำแหน่งของแถบมืดดังสมการ

ตำแหน่งแถบมืด (Node):

a \sin \theta = n\lambda

เมื่อ \theta น้อย ๆ จะได้ว่า sin\theta \approx tan\theta = \dfrac{x}{L} ดังนั้น

a\dfrac{x}{L} = n\lambda เมื่อ n = 1, 2, 3, …

หมายเหตุ ความกว้างของแถบสว่างกลางคิดเป็นระยะทาง 2x โดยวัดจากตำแหน่งแถบมืดอันดับที่ 1 ทั้งสองข้าง

การเลี้ยวเบนของแสงผ่านเกรตติง

เกรตติงเป็นอุปกรณ์ทางแสงที่ประกอบด้วยช่องขนาดเล็กขนานกันจำนวนมาก ระยะห่างระหว่างช่อง d สามารถหาได้จากจำนวนเส้นต่อหน่วยความยาว เช่น หากเกรตติงมีจำนวนช่อง N ช่องต่อเซนติเมตร ค่า d จะคำนวณได้จาก d = \dfrac{10^{-2}\text{ m}}{N}

ตำแหน่งแถบสว่าง (Antinode) หาได้จากสมการ d \sin \theta = n\lambda เมื่อ n = 0, 1, 2, 3, … เนื่องจากเกรตติงมีช่องให้แสงผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้คลื่นแสงเลี้ยวเบนและแทรกสอดเกิดเป็นแถบสว่างที่มีความคมชัดและแคบมาก จึงนิยมนำเกรตติงไปใช้ในการวิเคราะห์แยกสเปกตรัมของแสงและความยาวคลื่นแสงได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่างโจทย์ฟิสิกส์ ม.ปลาย แสงเชิงคลื่น พร้อมวิธีทำอย่างละเอียด

ตัวอย่าง ฉายแสงความยาวคลื่น 600\text{ nm} ตั้งฉากกับสลิตคู่ที่มีระยะห่างระหว่างช่อง 0.12\text{ mm} ปรากฏภาพบนฉากที่ห่างออกไป 1.0\text{ m} จงหาว่าแถบสว่างอันดับที่ 2
อยู่ห่างจากแนวกลางกี่เซนติเมตร

วิธีทำ         

ขั้นที่ 1 แปลงหน่วยของตัวแปรให้อยู่ในระบบ SI

ความยาวคลื่น \lambda = 600\text{ nm} = 600 \times 10^{-9}\text{ m}

ระยะห่างระหว่างช่องสลิต d = 0.12\text{ mm} = 0.12 \times 10^{-3}\text{ m}

ระยะห่างจากสลิตถึงฉาก L = 1.0\text{ m}

ลำดับแถบสว่าง n = 2

ขั้นที่ 2 เลือกใช้สูตรการแทรกสอดแถบสว่างของสลิตคู่

d\dfrac{x}{L} = n\lambda\\x = \dfrac{n\lambda L}{d}

ขั้นที่ 3 แทนค่าในสมการ

x = \dfrac{2 \times (600 \times 10^{-9}\text{ m}) \times 1.0\text{ m}}{0.12 \times 10^{-3}\text{ m}} \\x = 1.0 \times 10^{-2}\text{ m} \\x = 1.0\text{ cm}

ตอบ        แถบสว่างอันดับที่ 2 อยู่ห่างจากแนวกลาง 1.0 เซนติเมตร

เรียนแสงเชิงคลื่น กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.ปลาย ที่ต้องการเข้าใจเนื้อหาที่เรียนในวิชาฟิสิกส์ หากต้องการเน้นบทแสงเชิงคลื่น สามารถเรียนกับ OnDemand ในคอร์สแสงเชิงรังสีและแสงเชิงคลื่น (0213) และกรณีต้องการปูพื้นฐานบทที่ควรเรียนก่อนจะเรียนแสงเชิงคลื่นเพื่อให้เข้าใจโจทย์มากขึ้นหรือต้องการเรียนไปพร้อมกับบทในกลุ่มเนื้อหาเดียวกันสามารถเรียนกับ OnDemand ในคอร์ส Pack : การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกและกลุ่มคลื่น (0209, 0211, 0212, 0213) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในบทได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ครูของ OnDemand มีเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับด้วยเทคนิค Supermap และ X-map พร้อมตะลุยโจทย์หลากหลายแนว

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  • Serway, R. A., Jewett, Jr., J. W. (2014). Physics for Scientists and Engineers with Modern Physics. (9^{𝗍𝗁} ed). BROOKS/COLE CENGAGE Learning.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแสงเชิงคลื่น (FAQs)

Q1: แหล่งกำเนิดแสงอาพันธ์คืออะไร
A1: แหล่งกำเนิดแสงอาพันธ์ คือ แหล่งกำเนิดที่ปล่อยคลื่นแสงที่มีความถี่เดียวกัน และมีความต่างเฟสคงที่ตลอดเวลา เช่น แสงเลเซอร์ ซึ่งจำเป็นต่อการเกิดภาพการแทรกสอดที่คงที่บนฉาก
A2: เกิดจากร่องขนาดเล็กบนแผ่นซีดีทำหน้าที่เสมือนเกรตติง เมื่อแสงขาวมาตกกระทบจะเกิดการเลี้ยวเบนและแทรกสอด แยกแสงออกเป็นสีต่าง ๆ ตามความยาวคลื่น
A3: แถบสว่างกลางของสลิตคู่มีขนาดใกล้เคียงกับแถบอื่น ๆ แต่แถบสว่างกลางของสลิตเดี่ยวจะมีความกว้างและความสว่างมากกว่าแถบอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด
A4: ระยะห่างระหว่างช่อง d จะน้อยลง ทำให้มุม \theta ของแถบสว่างแต่ละอันดับกว้างขึ้น แสงแต่ละสีจึงแยกออกจากกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

บทความอื่นๆ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ