สรุปครบจบในที่เดียว ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ม.ปลาย พร้อมสูตรและตัวอย่างโจทย์

Key Takeaways:

        ผลคูณคาร์ทีเซียนคือพื้นฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ โดยสมาชิกตัวหน้ามาจากเซตแรก และสมาชิกตัวหลังมาจากเซตที่สอง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน มีความเกี่ยวข้องกัน โดยฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ที่สมาชิกตัวหน้าจับคู่กับสมาชิกตัวหลังเพียงตัวเดียวเท่านั้น การหาโดเมนและเรนจ์ของฟังก์ชันมีหลักการสำคัญคือ การพิจารณาเงื่อนไขของตัวแปรในเศษส่วนและเครื่องหมายราก (Root) ฟังก์ชันคอมโพสิทและฟังก์ชันอินเวอร์สเป็นหัวข้อที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดในระดับชั้น ม.ปลาย

Table of Contents

สรุปครบจบในที่เดียว ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ม.ปลาย พร้อมสูตรและตัวอย่างโจทย์

ยินดีต้อนรับน้อง ๆ ม.ปลาย ทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับหนึ่งในบทพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์ ม.4 นั่นคือเรื่อง “ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน” บทนี้ถือเป็นบทพื้นฐานที่ใช้ในการเรียนบทสำคัญอื่นๆ และเป็นการต่อยอดในการทำแนวข้อสอบแข่งขัน  A-Level บทความนี้พี่จะมาสรุปเนื้อหาแบบจัดเต็ม ตั้งแต่นิยามพื้นฐาน การหาโดเมน เรนจ์ ไปจนถึงตะลุย โจทย์ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ม.ปลาย เพื่อให้น้อง ๆ เข้าใจและเก็บคะแนนบทนี้ได้อย่างมั่นใจครับ

สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ปลาย : ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน กับ OnDemand

ปูพื้นฐานเรื่องผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product)

        ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจเรื่อง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน สิ่งแรกที่นักเรียนทุกคนจำเป็นต้องรู้จักคือ ผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product) ซึ่งเป็นตัวจุดประกายในการสร้างคู่อันดับขึ้นมา

นิยามของผลคูณคาร์ทีเซียนระหว่างเซต A และเซต B เขียนแทนด้วย A \times B คือเซตของคู่อันดับ (x, y) ทั้งหมด โดยที่ตัวหน้า x ต้องเป็นสมาชิกของเซต A และตัวหลัง y ต้องเป็นสมาชิกของเซต B สามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์คณิตศาสตร์ได้ดังนี้:

A \times B = \{(x, y) \mid x \in A \land y \in B\}

สมมติให้ A = \{1, 2\} และ B = \{a, b\} ผลคูณคาร์ทีเซียน A \times B จะเท่ากับ \{(1, a), (1, b), (2, a), (2, b)\} ในทางกลับกัน B \times A จะเท่ากับ \{(a, 1), (a, 2), (b, 1), (b, 2)\} ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า A \times B \neq B \times A เว้นเสียแต่ว่าเซต A และ B จะเป็นเซตที่เท่ากันหรือมีเซตใดเซตหนึ่งเป็นเซตว่าง

นิยามของความสัมพันธ์และความแตกต่างจากฟังก์ชัน

        ความสัมพันธ์ (Relation) คือ สับเซตของผลคูณคาร์ทีเซียน กล่าวคือ ถ้าเรามีผลคูณคาร์ทีเซียน A \times B อยู่ ชุดข้อมูลย่อยใดๆ ที่เราดึงออกมาจากเซตนั้นจะถือว่าเป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B ทันที โดยเรามักใช้สัญลักษณ์ย่อว่า r ซึ่ง r \subseteq A \times B

ทีนี้คำถามยอดฮิตในวิชาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ก็คือ แล้วสรุปว่า ฟังก์ชัน คืออะไร? นิยามง่ายๆ ก็คือ ฟังก์ชัน คือความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่งที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า “สมาชิกตัวหน้าแต่ละตัวในคู่อันดับ จะต้องจับคู่กับสมาชิกตัวหลังได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น” นั่นหมายความว่า ในเซตของความสัมพันธ์นั้น ห้ามมีคู่อันดับที่มีตัวหน้าซ้ำกันแต่ตัวหลังต่างกันเด็ดขาด

ตัวอย่างเช่น:

  • r_1 = \{(1, a), (2, b), (3, c)\} → เป็นทั้งความสัมพันธ์และฟังก์ชัน เนื่องจากตัวหน้าไม่ซ้ำกันเลย
  • r_2 = \{(1, a), (1, b), (3, c)\} → เป็นความสัมพันธ์ แต่ไม่เป็นฟังก์ชัน เพราะตัวหน้าคือเลข 1 จับคู่กับทั้ง a และ b ซึ่งขัดต่อกฎของฟังก์ชัน

การหาโดเมน (Domain) และเรนจ์ (Range)

        เมื่อเราศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือการหาขอบเขตของตัวแปร ซึ่งเราเรียกว่าโดเมนและเรนจ์

โดเมน (Domain: D)

        คือ เซตของสมาชิกตัวหน้าทั้งหมดในคู่อันดับของความสัมพันธ์นั้นๆ หากความสัมพันธ์อยู่ในรูปสมการบอกเงื่อนไข การหาโดเมนคือการพิจารณาว่ามีค่า x ใดบ้างที่ทำให้สมการเป็นจริงและสามารถหาค่า y ที่เป็นจำนวนจริงได้

เรนจ์ (Range: R)

        คือ เซตของสมาชิกตัวหลังทั้งหมดในคู่อันดับของความสัมพันธ์ การหาเรนจ์ทำได้โดยการจัดรูปสมการให้อยู่ในรูป x ในเทอมของ y แล้วพิจารณาเงื่อนไขของค่า y ที่เป็นไปได้ทั้งหมด

หลักการพิจารณาเงื่อนไขที่พบบ่อยในข้อสอบ:

  1. รูปแบบเศษส่วน: ตัวส่วนต้องไม่เท่ากับศูนย์ เช่น y = \frac{1}{x-2} เงื่อนไขคือ x-2 \neq 0 \Rightarrow x \neq 2
  2. รูปแบบรากที่สอง (Root): ค่าใต้รากคู่ต้องมากกว่าหรือเท่ากับศูนย์เสมอ เช่น y = \sqrt{x+5} เงื่อนไขคือ x+5 \ge 0 \Rightarrow x \ge -5
  3. รูปแบบกำลังสองหรือค่าสัมบูรณ์: ค่าที่ได้จากการยกกำลังสองหรือถอดค่าสัมบูรณ์จะมากกว่าหรือเท่ากับศูนย์เสมอ เช่น y = x^2 จะได้ว่า y \ge 0

เจาะลึกเรื่องฟังก์ชันชนิดต่างๆ ที่ควรรู้

ในหลักสูตรคณิตศาสตร์ ม.ปลาย เราจะได้พบกับประเภทของ ฟังก์ชัน ที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งมักนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องแคลคูลัสและคณิตศาสตร์ชั้นสูงต่อไป ได้แก่:

ฟังก์ชันอินเวอร์ส (Inverse Function)

        คือ ฟังก์ชันที่เกิดจากการสลับที่กันระหว่างสมาชิกตัวหน้าและสมาชิกตัวหลัง เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ f^{-1} สิ่งที่ต้องระวังคือ ความสัมพันธ์อินเวอร์สไม่จำเป็นต้องเป็นฟังก์ชันเสมอไป ความสัมพันธ์นั้นจะเป็นฟังก์ชันอินเวอร์สได้ก็ต่อเมื่อฟังก์ชันเดิมเป็นฟังก์ชันแบบ “หนึ่งต่อหนึ่ง” (1-1 Function) เท่านั้น

ฟังก์ชันคอมโพสิท (Composite Function)

        คือ การนำฟังก์ชันตั้งแต่สองฟังก์ชันขึ้นไปมาดำเนินการร่วมกันในลักษณะต่อเนื่อง เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ (g \circ f)(x) ซึ่งมีความหมายทางคณิตศาสตร์คือการนำผลลัพธ์จากฟังก์ชันแรกไปใส่เป็นตัวแปรต้นของฟังก์ชันถัดไป ดังสมการ:

(g \circ f)(x) = g(f(x))

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดฟังก์ชันคอมโพสิทได้คือ เรนจ์ของฟังก์ชันตัวแรกต้องมีส่วนที่ซ้อนทับกับโดเมนของฟังก์ชันตัวหลัง หรือเขียนสัญลักษณ์ได้ว่า R_f \cap D_g \neq \emptyset

ตารางสรุปสูตรคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมและนำไปใช้ในห้องสอบได้อย่างรวดเร็ว ตารางด้านล่างนี้คือการรวบรวมนิยามและสูตรคำนวณที่สำคัญของบทเรียนนี้

หัวข้อเรื่อง

สูตร / นิยามทางคณิตศาสตร์

จำนวนสมาชิกผลคูณคาร์ทีเซียน

n(A \times B) = n(A) \times n(B)

จำนวนความสัมพันธ์ทั้งหมดจาก A ไป B

2^{n(A) \times n(B)}

นิยามฟังก์ชันคอมโพสิท

(g \circ f)(x) = g(f(x))

อินเวอร์สของฟังก์ชันคอมโพสิท

(g \circ f)^{-1} = f^{-1} \circ g^{-1}

ตะลุยโจทย์และวิธีทำอย่างละเอียด

การเรียนคณิตศาสตร์ให้ได้คะแนนดีต้องอาศัยการฝึกฝน มาลองดูแนวข้อสอบจริงระดับ ม.ปลาย ที่มักจะเจอในห้องสอบกันครับ

โจทย์ข้อที่ 1: การหาโดเมนและเรนจ์ของฟังก์ชัน

กำหนดให้ฟังก์ชัน f(x) = \frac{2x + 3}{x – 4} จงหาโดเมน (D_f) และเรนจ์ (R_f) ของฟังก์ชันนี้

วิธีทำ:

1. การหาโดเมน: พิจารณาจากเศษส่วน ตัวส่วนต้องไม่เป็น 0

จากโจทย์ ตัวส่วนคือ x – 4

ตั้งเงื่อนไข: x – 4 \neq 0 \Rightarrow x \neq 4

ดังนั้น โดเมนของฟังก์ชันคือ เซตของจำนวนจริงทั้งหมดยกเว้น 4 หรือเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า D_f = \mathbb{R} – \{4\}

2. การหาเรนจ์: จัดรูปสมการให้อยู่ในรูป x ในเทอมของ y

ให้ y = \frac{2x + 3}{x – 4}

คูณไขว้ส่วนขึ้นไป: y(x – 4) = 2x + 3

กระจายค่า y: xy – 4y = 2x + 3

ย้ายข้างตัวแปรที่มี x มาไว้ฝั่งเดียวกัน: xy – 2x = 4y + 3

ดึงตัวประกอบร่วม x ออกมา: x(y – 2) = 4y + 3

ย้ายข้างเพื่อหาค่า x: x = \frac{4y + 3}{y – 2}

พิจารณาตัวส่วนของเศษส่วนใหม่นี้ จะพบว่า y – 2 \neq 0 \Rightarrow y \neq 2

ดังนั้น เรนจ์ของฟังก์ชันคือ เซตของจำนวนจริงทั้งหมดยกเว้น 2 หรือเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า R_f = \mathbb{R} – \{2\}

โจทย์ข้อที่ 2: การหาค่าฟังก์ชันคอมโพสิท

กำหนดให้ f(x) = 3x – 1 และ g(x) = x^2 + 2 จงหาค่าของ (g \circ f)(2)

วิธีทำ:

จากนิยามของฟังก์ชันคอมโพสิท เราทราบว่า (g \circ f)(2) = g(f(2))

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณหาค่า f(2) ก่อน โดยแทนค่า x = 2 ลงในฟังก์ชัน f(x)

f(2) = 3(2) – 1 = 6 – 1 = 5

ขั้นตอนที่ 2: นำผลลัพธ์ที่ได้คือ 5 ไปแทนค่าลงในฟังก์ชัน g(x) นั่นคือหาค่า g(5)

g(5) = (5)^2 + 2 = 25 + 2 = 27

ดังนั้น ค่าของ (g \circ f)(2) = 27

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ทุกๆ ความสัมพันธ์จำเป็นต้องเป็นฟังก์ชันหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ความสัมพันธ์จะเป็น ฟังก์ชัน ก็ต่อเมื่อสมาชิกตัวหน้าในคู่อันดับไม่จับคู่ซ้ำกับสมาชิกตัวหลังที่ต่างกัน สรุปคือ ฟังก์ชันทุกตัวเป็นความสัมพันธ์ แต่ความสัมพันธ์ทุกอันไม่ได้เป็นฟังก์ชัน

A: ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Vertical Line Test” หรือการลากเส้นตรงขนานกับแกน Y ตัดผ่านกราฟ หากเส้นตรงนั้นตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ แสดงว่าเป็นฟังก์ชัน แต่ถ้าตัดกราฟมากกว่า 1 จุด แสดงว่าไม่เป็นฟังก์ชัน

A: โดยทั่วไปแล้วไม่เท่ากัน เนื่องจากการดำเนินการของฟังก์ชันคอมโพสิทไม่มีสมบัติการสลับที่ ลำดับในการคำนวณจึงมีความสำคัญมาก

A: ให้ใช้วิธีเปลี่ยนตัวแปร x เป็น y และเปลี่ยน y เป็น x ในสมการเดิม จากนั้นทำการจัดรูปสมการใหม่ให้เหลือเพียงตัวแปร y อยู่ตัวคนเดียวฝั่งซ้ายของสมการ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ