Key Takeaways:
ถ้าพูดถึงเคมี ม.ปลาย บทที่ทุกคนพร้อมพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่ายากที่สุดคงหนีไม่พ้น กรด เบส แต่จะให้ทิ้งก็ไม่ได้เพราะเป็นบทยอดฮิตที่ออกข้อสอบ A-Level เคมี ปีละ 4-5 ข้อ ข่าวดีก็คือ ความยากของบทนี้ไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของเนื้อหา แต่เป็นเพราะเรามักหลงทางในกองทัพสูตรที่มีเยอะจนสับสน ถ้าเราเริ่มจัดระเบียบความคิด แยกแยะประเภทกรด-เบสให้ชัดเจนก่อนลงมือทำโจทย์ บทโหดๆ บทนี้จะกลายเป็นเหมืองทองที่ช่วยโกยคะแนนสอบให้เราได้อย่างคาดไม่ถึงเลย
Table of Contents
พจนานุกรมกรด เบส สรุปคำศัพย์ควรรู้ ช่วยให้เรียนกรดเบสง่ายขึ้น
คำศัพย์ | ใจความสำคัญ |
กรดแก่ | คือ กรดที่แตกตัวได้ดีมาก 100% ตามบทเรียน สสวท. มี 7 ตัวหลัก ได้แก่ \mathrm{HCl,\ HBr,\ HI,\ HNO_3,\ HClO_3,\ HClO_4,\ H_2SO_4} ควรจำได้ทุกตัว!! |
เบสแก่ | คือ เบสที่แตกตัวได้ดีมาก 100% เช่น \mathrm{LiOH,\ NaOH,\ KOH,\ Ca(OH)_2,\ Sr(OH)_2,\ Ba(OH)_2} * \mathrm{Mg(OH)_2} และ \mathrm{Be(OH)_2} ไม่จัดเป็นเบสแก่ |
กรดอ่อน | คือ กรดที่แตกตัวได้น้อยมาก เช่น \mathrm{HF,\ HCN,\ CH_3COOH,\ HNO_2} |
เบสอ่อน | คือ เบสที่แตกตัวได้น้อยมาก เช่น \mathrm{NH_3} |
| \mathrm{K_a,\ K_b} | ค่าคงที่การแตกตัวของกรดและเบส ตามลำดับ |
| \mathrm{K_w} | ค่าคงที่การแตกตัวของน้ำที่ 25^\circ\mathrm{C} มีค่าเท่ากับ 10^{-14} |
| \mathrm{pH,\ pOH,\ p}K_a,\ \mathrm{p}K_b | ค่า -log ของ \mathrm{[H^+],\ [OH^-],\ K_a} และ \mathrm{K_b} ตามลำดับ |
ศึก 3 สำนักทฤษฎีกรด-เบส: อาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี และลิวอิส ต่างกันตรงไหน?
ตารางสรุปเรื่องทฤษฎีกรด เบส
ในทฤษฎีของเบรินสเตด-ลาวรี จะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
คู่กรด-เบส : คู่สารที่มี \mathrm{H^+} ต่างกันอยู่ 1 ตัว เช่น \mathrm{HF \ – \ F^-,\ CH_3COOH \ – \ CH_3COO^-,\ HCN \ – \ CN^-,\ H_2PO_4^- \ – \ HPO_4^{2-}}
คู่กรด : สารที่มี \mathrm{H^+} มากกว่าอยู่ 1 ตัว จากตัวอย่าง ได้แก่ \mathrm{HF,\ CH_3COOH,\ HCN,\ H_2PO_4^-}
คู่เบส : สารที่มี \mathrm{H^+} น้อยกว่าอยู่ 1 ตัว จากตัวอย่าง ได้แก่ \mathrm{F^-,\ CH_3COO^-,\ CN^-,\ HPO_4^{2-}}
สารแอมโฟเทอริก (Amphoteric) คือ สารที่เป็นได้ทั้งกรดและเบส เช่น \mathrm{H_2O,\ HCO_3^-,\ H_2PO_4^-} และ \mathrm{HS^-}
โดยสารแอมโฟเทอริกจะมีทั้งคู่กรดและคู่เบส
\mathrm{HF(aq) + H_2O(l) \rightleftharpoons H_3O^+(aq) + F^-(aq)}เบส
\mathrm{NH_3(aq) + H_2O(l) \rightleftharpoons OH^-(aq) + NH_4^+(aq)}กรด
ทริคการมองกรด เบสตามทฤษฎีกรด เบสของลิวอิส ว่องไวภายใน 5 วิ
ทฤษฎีนี้จะเป็นทฤษฎีที่มองยากที่สุด พี่ๆ จึงรวบรวมวิธีการมองแบบง่ายๆ มาให้น้องๆ
- ตัวที่มีลบเยอะกว่ามักเป็นตัวให้อิเล็กตรอน เช่น
กรดลิวอิส เบสลิวอิส
- ดูการเคลื่อนที่ของอะตอม สารที่จ่ายอะตอมออกจะทำหน้าที่เป็นตัวให้อิเล็กตรอน เช่น
กรดลิวอิส เบสลิวอิส
ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิดโดยใช้ทริคการดูแบบง่ายๆ :
พิจารณาทีละสมการ
สมการที่ 1 : \mathrm{Cl^-} เคลื่อนที่จาก KCl ไป \mathrm{SnCl_2} จึงสรุปได้ว่า KCl เป็นเบสลิวอิส และ \mathrm{SnCl_2} เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 2 : \mathrm{F^-} เคลื่อนที่จาก \mathrm{AsF_3} ไป \mathrm{SbF_5} จึงสรุปได้ว่า \mathrm{AsF_3} เป็นเบสลิวอิส และ \mathrm{SbF_5} เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 3 : \mathrm{I^-} เป็นลบมากกว่า \mathrm{I_2} จึงสรุปได้ว่า \mathrm{I^-} เป็นเบสลิวอิส และ \mathrm{I_2} เป็นกรดลิวอิส
สมการที่ 4 : \mathrm{Cl^-} เคลื่อนที่จาก \mathrm{(CH_3)_3CCl} ไป \mathrm{AlCl_3} จึงสรุปได้ว่า \mathrm{(CH_3)_3CCl} เป็นเบสลิวอิส และ \mathrm{AlCl_3} เป็นกรดลิวอิส
ดังนั้น ตอบข้อ 3.
แกะกล่องสูตรคำนวณกรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน เบสอ่อน
กล่องกรดแก่ – เบสแก่: “แตกตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ สายเปย์ใจถึง”
พวกกรดแก่และเบสแก่ เปรียบเหมือนคนใจป้ำ มีทองเท่าไหร่ให้หมด! เมื่อละลายน้ำแล้วจะแตกตัวได้ 100% ไม่มีเหลือโมเลกุลเดิมอยู่เลย
\mathrm{HClO_4(aq) + H_2O(l) \rightarrow H_3O^+(aq) + ClO_4^-(aq)}0.2 M 0.2 M 0.2 M
\mathrm{Ca(OH)_2(aq) \rightarrow Ca^{2+}(aq) + 2OH^-(aq)}0.4 M 0.2 M 0.4 M
คำเตือน !!
กล่องกรดอ่อน – เบสอ่อน: “แตกตัวกั๊กๆ ต้องพึ่งค่าคงที่ ( \mathrm{K_a,\ K_b} )”
พวกกรดอ่อนและเบสอ่อน ละลายน้ำแล้ว แตกตัวได้เพียงบางส่วน (ส่วนใหญ่ไม่ถึง 5%) ที่เหลือยังอยู่เป็นโมเลกุลเหมือนเดิม ดังนั้นเราจึงต้องใช้ ค่าคงที่การแตกตัว ( \mathrm{K_a} สำหรับกรด, \mathrm{K_b} สำหรับเบส) มาร่วมคำนวณด้วย พี่ๆ จึงสรุปสูตรและวิธีการใช้งานมาให้น้อง ๆ
ข้อระวังการเลือกใช้สูตร
- หากค่า \mathrm{N_K} > 1000 สามารถใช้สูตรประมาณได้ จะช่วยให้น้องๆ คำนวณได้ง่ายขึ้น
ถ้าหาก \mathrm{N_K} < 1000 น้อง ๆ ควรใช้สูตรเครื่องหมายเท่ากับ
- กรณีของสอบ A-Level ส่วนโจทย์อัตนัย เพื่อให้ปลอดภัยควรใช้สูตรที่เป็นเครื่องหมายเท่ากับ
ตัวอย่างโจทย์ A-Level
HINT : pH = 3 หมายความว่าสารละลายมีความเข้มข้นของ [\mathrm{H_3O^+}] = 10^{-3}\ \mathrm{M}
: เนื่องจากเป็นข้ออัตนัยควรใช้สูตรที่เป็นเครื่องหมายเท่ากับ
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
หาความเข้มข้นของกรดไฮโดรฟลูออริกในหน่วยโมลาร์
pH = 3 แสดงว่า [ \mathrm{H_3O^+} ] = 1 x 10^{-3} M
จะได้ว่า K_a=\frac{[\mathrm{H_3O^+}]^2}{[\mathrm{HF}]-[\mathrm{H_3O^+}]}
2.0 \times 10^{-4}=\frac{(1 \times 10^{-3})^2}{[\mathrm{HF}]-(1 \times 10^{-3})}
[\mathrm{HF}] = 6 \times 10^{-3}\ \mathrm{M}*จบในพาร์ทของกรดเบส เป็นส่วนของบทสารละลายและปริมาณสารสัมพันธ์
หาความเข้มข้นของกรดไฮโดรฟลูออริกในหน่วยร้อยละโดยมวล
จากสูตร N=\frac{\% \times 10 \times d}{M_w}
6 \times 10^{-3}=\frac{\% \times 10 \times 1.2520}{M_w} \% = 9.6 \times 10^{-3}หาปริมาตรของกรดไฮโดรฟลูออกริกที่ใช้
จากสูตร C_1V_1=C_2V_2
(80.0)V_1=(9.6 \times 10^{-3})(4000) V_1=0.48\ \mathrm{mL}ดังนั้น ตอบ 0000.48
ถอดรหัสสูตรคำนวณ pH และ pOH: จากความเข้มข้นไอออนสู่ค่าตัวเลขที่เราคุ้นเคย
เคยสงสัยไหมครับว่า เวลาเราพูดว่าน้ำมะนาวมีค่า pH = 2 หรือสบู่มีค่า pH = 10 ตัวเลขกลมๆ ที่ดูเข้าใจง่ายเหล่านี้มาจากไหน? ทั้งที่ในความเป็นจริง นักเคมีเขาวัดความเข้มข้นของกรด เบสจากปริมาณไอออนที่มีตัวเลขยิบย่อยและติดลบมหาศาล เช่น 0.00001 M หรือ
1 \times 10^{-5}
M
วันนี้เราจะมาถอดรหัสและเปิดกล่องสูตรคำนวณที่เป็นเหมือน “เครื่องแปลภาษา” เปลี่ยนตัวเลขไอออนสุดยุ่งเหยิง ให้กลายเป็นค่า pH และ pOH ที่เราคุ้นเคย
และแน่นอนว่าหากน้องๆ คนไหนติดปัญหาเรื่องค่า log พี่ๆ ก็สรุปพื้นฐานค่า log ที่ควรรู้มาให้น้องๆ ดังนี้
โดยแพทเทิลที่จะช่วยให้น้องๆ คำนวณค่า pH ได้แม้จะไม่ถนัดเรื่อง log
เช่น [\mathrm{H_3O^+}] = 0.002\ \mathrm{M} จะมีค่า pH เท่าไร
ขั้นตอนที่ 1. จัดรูปให้อยู่ในแพทเทิล A \times 10^{-n} \rightarrow 2 \times 10^{-3}
ขั้นตอนที่ 2. \mathrm{pH}=-\log(2 \times 10^{-3})=3-\log 2
ขั้นตอนที่ 3 แทนค่า \mathrm{pH}=3-\log 2=3-0.301=2.69
สะพานเชื่อมเลข 14
ในบางครั้งน้องๆ มักจะคำนวณได้ค่า pOH ออกมาก่อน แต่โดยทั่วไปเรามักจะอ้างอิงความเป็นกรดเบส ด้วยค่า pH จึงมีสะพานคอยเชื่อมทั้ง 2 ค่าไว้ คือสมการ
14 = \mathrm{pH} + \mathrm{pOH}
และจากความรู้เรื่อง
[\mathrm{H_3O^+}][\mathrm{OH^-}]=10^{-14}
จึงสร้างแผนภาพสรุปความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเพื่อให้น้องๆ จดจำง่ายขึ้น
ตัวอย่างโจทย์สอบเข้ามหาวิทยาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เกลือไม่ได้เป็นกลางเสมอไป! รู้จักปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสที่เปลี่ยนสมบัติของเกลือในน้ำ
เมื่อพูดถึง “เกลือ” หลายคนมักจะนึกถึงเกลือแกงที่บ้าน (์NaCl) และทึกทักเอาเองว่าเกลือทุกชนิดที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดและเบสจะต้องมีสภาพเป็นกลาง (pH = 7) เสมอ ในบทความนี้เรามาแก้ไขความเข้าใจผิดของน้องๆ เพราะเมื่อเกลือบางชนิดเดินทางไปเจอกับน้ำ มันจะเกิดปฏิกิริยาที่ชื่อว่า “ไฮโดรลิซิส (Hydrolysis)” ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำธรรมดาๆ ให้กลายเป็นกรดหรือเบสได้
ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสคืออะไร?
คำว่า Hydro (น้ำ) + Lysis (สลาย) แปลตรงตัวคือการใช้น้ำในการแยกสลาย แต่ในทางเคมีกรด-เบส ไฮโดรลิซิสของเกลือ หมายถึง ปฏิกิริยาที่ไอออนของเกลือเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำ แล้วทำให้สารละลายนั้นมีปริมาณ [H3O+] หรือ [OH–] เปลี่ยนไป ส่งผลให้ค่า pH ของน้ำเปลี่ยนตาม
กฎเหล็ก!! จะมีเพียงไอออนจากกรดอ่อน และ เบสอ่อนเท่านั้นที่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสได้
สรุปขั้นตอนการเขียนปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
- เขียนสมการแตกตัวของเกลือ
- เลือกไอออนที่มาจากกรดอ่อนหรือเบสอ่อนเพื่อนำมาเขียนสมการไฮโดรลิซิส
- เขียนสมการไฮโดรไลซิส
ทริคการเขียนสมการไฮโดรลิซิส
1. หากไอออนทีเกิดปฏิกิริยาเป็นไอออนลบ จะรับ \mathrm{H^+} จากน้ำ ส่งผลให้ ไอออนลบมี \mathrm{H^+} และประจุเพิ่มขึ้น 1 จาก \mathrm{A^-} จึงกลายเป็น HA และ H₂O เสีย \mathrm{H^+} ส่งผลให้ มี \mathrm{H^+} และประจุลดลง 1 จาก H₂O จึงกลายเป็น \mathrm{OH^-}
2. หากไอออนที่เกิดปฏิกิริยาเป็นไอออนบวก จะให้ \mathrm{H^+} แก่น้ำ ส่งผลให้ ไอออนบวกมี \mathrm{H^+} และประจุลดลง 1 จาก \mathrm{BH^+} จึงกลายเป็น B และ H₂O รับ \mathrm{H^+} ส่งผลให้ มี \mathrm{H^+} และประจุเพิ่มขึ้น 1 จาก H₂O จึงกลายเป็น \mathrm{H_3O^+}
**ทริคนี้ใช้ได้กับกรดมอนอโปรติก
ตัวอย่าง \mathrm{CH_3COONa}
ขั้นที่ 1 เขียนสมการการแตกตัวของเกลือ → CH₂COONa → \mathrm{CH_3COO^-} + \mathrm{Na^+}
ขั้นที่ 2 เลือกไออน ในกรณีนี้จะเลือกแค่ \mathrm{CH_3COO^-} เนื่องจากมาจากกรดอ่อน \mathrm{CH_3COOH} ส่วน \mathrm{Na^+} มาจากเบสแก่ NaOH จึงไม่นำไปเขียนสมการ
ขั้นที่ 3 เขียนสมการไฮโดรลิซิส (ไอออนลบ)
\mathrm{CH_3COO^- + H_2O \rightleftharpoons CH_3COOH + OH^-}เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำแตกตัวให้ OH จึงสรุปว่าเป็นเกลือเบส
ตัวอย่าง \mathrm{NH_4Cl}
ขั้นที่ 1 เขียนสมการการแตกตัวของเกลือ : \mathrm{NH_4Cl \rightarrow NH_4^+ + Cl^-}
ขั้นที่ 2 เลือกไออนในกรณีนี้จะเลือกแค่ \mathrm{NH_4^+} เนื่องจากมาจากเบสอ่อน \mathrm{NH_3} (น้องๆ คุ้นเคยในรูป \mathrm{NH_4OH} )
ส่วน \mathrm{Cl^-} มาจากกรดแก่ HCl จึงไม่นำไปเขียนสมการ
ขั้นที่ 3 เขียนสมการไฮโดรลิซิส (ไอออนบวก)
\mathrm{NH_4^+ + H_2O \rightleftharpoons NH_3 + H_3O^+}
เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำแตกตัวให้ \mathrm{H_3O^+} จึงสรุปว่าเป็นเกลือกรด
เพื่อช่วยน้องๆ วิเคราะห์เกลือง่ายขึ้น พี่ๆ จึงทำตารางสรุปเรื่องเกลือ พร้อมสูตรคำนวณ ครบ เคลียร์!!
ข้อควรระวัง
- ใช้กับกรดอ่อนมอนอโปรติกเท่านั้น
- ในสูตรคำนวณ ใช้ความเข้มข้นของไอออนที่เกิดไฮโดรลิซิสไม่ใช่ความเข้มข้นของเกลือ
เช่น \mathrm{(CH_3COO)_2Ca} เข้มข้น 0.01 M จะมี [\mathrm{CH_3COO^-}] = 0.01 \times 2 = 0.02\ \mathrm{M}
!! น้องๆ จะต้องใช้เลข 0.02 ในการแทนค่า ไม่ใช่ 0.01
ตัวอย่างโจทย์
จงคำนวณหาค่า pH ของสารละลายแคลเซียมอะซิเตต \mathrm{((CH_3COO)_2Ca)} เข้มข้น 0.004 M ที่อุณหภูมิ 25 oC (กำหนดให้ ค่าคงที่การแตกตัวของกรดอะซิติก \mathrm{K_a = 2 \times 10^{-5}} และ log 2 = 0.3)
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เขียนสมการที่เกี่ยวข้อง
สารละลายบัฟเฟอร์ฮีโร่รักษาค่า pH กับ 2 วิธีเตรียมสารละลายสุดเวิร์ก
สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่สามารถรักษาค่า pH ให้คงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เมื่อเราเติมกรดแก่หรือเบสแก่จำนวนเล็กน้อยลงไป
สาเหตุที่มันทำหน้าที่เป็นโล่กำบังได้ดีขนาดนี้ เพราะบัฟเฟอร์ จะต้องมี “คู่กรด” คอยดักจับเบสที่เติมเข้ามา และมี “คู่เบส” คอยดักจับกรดที่เติมเข้ามา เปรียบเสมือนมีทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับอยู่ในทีมเดียวกัน
สรุป 2 วิธีเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์สุดเวิร์ก
วิธีที่ 1: “วิธีทางตรง” – จับคู่แท้ผสมกัน
วิธีนี้ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด เป็นการนำกรดอ่อนผสมกับเกลือของกรดอ่อน (บัฟเฟอร์กรด) หรือ เบสอ่อนผสมกับเกลือของเบสอ่อน (บัฟเฟอร์เบส) โดยตรงในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
- สูตรผสมบัฟเฟอร์กรด: กรดอะซิติก ( \mathrm{CH_3COOH} ) + โซเดียมอะซิเตต ( \mathrm{CH_3COONa} )
→ ทำให้ในระบบมีคู่กรด คือ \mathrm{CH_3COOH} และคู่เบสคือ \mathrm{CH_3COO^-}
- สูตรผสมบัฟเฟอร์เบส: แอมโมเนีย ( \mathrm{NH_3} ) + แอมโมเนียมคลอไรด์ ( \mathrm{NH_4Cl} )
→ ทำให้ในระบบมีคู่กรด คือ \mathrm{NH_4^+} และคู่เบสคือ \mathrm{NH_3}
วิธีที่ 2: “วิธีทางอ้อม” – ปฏิกิริยาสะกิดรัก
วิธีนี้จะมีความซับซ้อนขึ้นมาอีกนิด แต่เป็นวิธีที่ข้อสอบชอบเอามาออกบ่อยที่สุด! คือการนำ “สายอ่อนที่มากเกินพอ” มาทำปฏิกิริยากับ “สายแก่ที่น้อยกว่า” เพื่อให้สายแก่ถูกใช้หมดไป และเหลือสารตั้งต้นฝั่งอ่อนจับคู่กับเกลือที่เกิดขึ้นใหม่ในระบบ
- สร้างบัฟเฟอร์กรด: นำ กรดอ่อน (ปริมาณมากเกินพอ) + เบสแก่ (ตัวหมด)
เช่น \mathrm{HCN + NaOH \rightarrow NaCN + H_2O}
เหลือ หมด เกิดขึ้น
ทำให้หลังสิ้นสุดปฏิกิริยามีคู่กรด (HCN) และ คู่เบส ( \mathrm{CN^-} ) จึงกลายเป็นสารละลายบัฟเฟอร์
- สร้างบัฟเฟอร์เบส: นำ เบสอ่อน (ปริมาณมากเกินพอ) + กรดแก่ (ตัวหมด)
เช่น \mathrm{NH_3 + HCl \rightarrow NH_4Cl + H_2O}
เหลือ หมด เกิดขึ้น
ทำให้หลังสิ้นสุดปฏิกิริยามีคู่กรด ( \mathrm{NH_4^+} ) และ คู่เบส ( \mathrm{NH_3} ) จึงกลายเป็นสารละลายบัฟเฟอร์
วิธีการพิจารณาว่าสารใดหมด สารใดเหลือ
เทียบ aN_1V_1 กับ bN_2V_2 ก้อนใดมีค่าน้อยกว่าก้อนนั้นเป็นสารหมด
**ใช้เปรียบเทียบกรณีที่เป็นกรดมอนอโปรติกเท่านั้น
สรุปสูตรคำนวณบัฟเฟอร์
** สามารถใช้หน่วยโมลแทนโมลาร์ได้
กรณีเป็นการผสมทางอ้อม มีสูตรที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
[\text{กรดอ่อน หรือ เบสอ่อนที่เหลือ}] = \frac{aN_1V_1-bN_2V_2}{aV_{\text{รวม}}}[\text{เกลือที่เกิด}] = \frac{N_2V_2}{aV_{\text{รวม}}}
โดย aN_1V_1 คือสารเหลือ และ bN_2V_2 คือ สารหมด
ตัวอย่างโจทย์เข้ามหาวิทยาลัย
ตัวอย่างที่ 1
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
ตัวอย่างที่ 2
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
การไทเทรต
การไทเทรตกรด-เบส (Acid-Base titration) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาปริมาณกรดหรือ
เบสที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน แล้วนำไปคำนวณหาความเข้มข้นของกรดหรือเบสที่ต้องการ
การเลือกใช้อินดิเคเตอร์สำหรับการไทเทรต
การเลือกอินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมเป็นจุดที่ข้อสอบ A-Level เคมี ออกบ่อยมาก หลักการสำคัญคือต้องเลือกอินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH ของการเปลี่ยนสีครอบคลุมค่า pH ณ จุดสมมูล (Equivalence Point) ของปฏิกิริยาการไทเทรตนั้นๆ เพื่อให้จุดยุติใกล้เคียงกับจุดสมมูลที่สุด
ตารางช่วงการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ที่พบบ่อย:
อินดิเคเตอร์ | ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี | สีที่เปลี่ยน |
เมทิลไวโอเลต | 0.0 – 1.6 | เหลือง – ม่วง |
เมทิลเรด | 4.4 – 6.2 | แดง – เหลือง |
โบรโมไทมอลบลู | 6.0 – 7.6 | เหลือง – น้ำเงิน |
ฟีนอล์ฟทาลีน | 8.3 – 10.0 | ไม่มีสี – ชมพู |
การคำนวณการไทเทรต
ตัวอย่างโจทย์เข้ามหาลัย
เฉลยและการวิเคราะห์วิธีคิด
เรียนเคมี ม.ปลาย กับ OnDemand
ข้อสอบกรด เบส หลายครั้งวัดกันที่ ‘ความแม่นสูตร และความไวในการเลือกใช้’ ลำพังแค่เข้าใจทฤษฎีอาจไม่ทันเวลา แต่ถ้าเราจำสูตรเด็ดได้แม่นยำ เลือกใช้สูตรได้ถูกจุดตรงกับที่โจทย์หลอก คะแนน 4-5 ข้อนี้ก็อยู่ในมือเราแน่นอน ถ้าไม่อยากพลาดแต้มสำคัญ มาร่วมเจาะลึกเทคนิคการใช้ สูตรลัด และเทคนิคการมองโจทย์ให้ขาดได้รวดเร็ว
OnDemand พร้อมช่วยให้น้อง ๆ เตรียมความพร้อมด้านการเรียน การสอบด้วยคอร์สเรียน วิชาเคมี ม.ปลาย โดย OnDemand ซึ่งสอนโดยทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ปูพื้นฐาน เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ เพิ่มคะแนนในห้องเรียน ไปจนถึงการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม
- Add Line: Ondemand Education
- โทรศัพท์: 02-251-9456 (08.00-20.00 น.)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรด เบส ม.ปลาย
Q: กรด เบส มีหัวข้อไหนบ้างที่ออกสอบบ่อยและน่าเก็บ?
A: เรื่องทฤษฎีกรด เบส , การแตกตัวของกรด เบส บัฟเฟอร์และการไทเทรต
Q: เทคนิคการทำโจทย์กรด เบส
A: หลายๆ คน มักมีปัญหาในการตีความ และเลือกใช้สูตรไม่ถูก แนะนำเป็น 3 ขั้นตอนค่ะ
- หาคีย์เวิร์ดจากคำถาม ว่าโจทย์ต้องการตัวแปรอะไร
- วิเคราะห์แนวโจทย์ว่าเป็นแนวไหน เช่น แนวการแตกตัว แนวไทเทรต แนวบัฟเฟอร์ หรือแนวทำปฏิกิริยา
- เลือกใช้สูตรที่เกี่ยวข้อจากแนวนั้น ๆ
Q: ก่อนเรียนกรด เบส ควรมีพื้นฐานจากบทไหนบ้าง
A: เพื่อให้สามารถเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพควรมีพื้นฐานจากบทสารละลายและปริมาณสัมพันธ์ และบทสมดุลเคมี























