Key Takeaways
โครงการเรียนล่วงหน้าและระบบพรีดีกรี เป็นทางเลือกการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับ ม.ปลาย ได้ลงเรียนวิชาระดับอุดมศึกษาไว้ล่วงหน้า เพื่อเก็บสะสมหน่วยกิต นำผลการเรียนไปยื่นในระบบ TCAS รอบ Portfolio และ โควตา หรือเทียบโอนเพื่อย่นระยะเวลาการเรียนจบปริญญาตรี การเข้าใจความแตกต่างของสองระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนเลือกเส้นทางที่ตอบโจทย์เป้าหมายของตนเองได้ดีที่สุด
Table of Contents
การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ โครงการเรียนล่วงหน้า ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ทดลองเรียนรายวิชาในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมสะสมหน่วยกิต หรือเตรียมความพร้อมด้านวิชาการก่อนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา ช่วยให้นักเรียนเข้าใจรูปแบบการเรียนและวางแผนเส้นทางการศึกษาต่อได้ชัดเจนขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจแนวทาง เรียนล่วงหน้า ควรศึกษารูปแบบโครงการ เงื่อนไขการสมัคร รวมถึงตัวเลือกให้ชัดเจน เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมายของตนเองที่สุด
ทำความรู้จักโครงการเรียนล่วงหน้า ทางเลือกเพิ่มประสบการณ์ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
โครงการเรียนล่วงหน้า คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อการเข้าศึกษาต่อ ?
โครงการเรียนล่วงหน้า คือโครงการความร่วมมือ หรือโครงการวิชาการที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) หรือเทียบเท่า ได้ลงทะเบียนเข้าเรียนรายวิชาพื้นฐานในระดับอุดมศึกษาไว้ล่วงหน้าควบคู่ไปกับการเรียนตามหลักสูตร ม.ปลาย ปกติ โดยมีประโยชน์ ดังต่อไปนี้
- สะสมหน่วยกิตล่วงหน้า : หากสอบผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด สามารถนำเกรดวิชานั้นไปเทียบโอน (Transfer Credits) เมื่อเข้าเป็นนักศึกษาจริง ทำให้ประหยัดเวลาและสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้เร็วขึ้น
- เพิ่มยื่นโควตาพิเศษและเก็บ Portfolio : สำหรับบางมหาวิทยาลัย ผลการเรียนที่ได้จากโครงการสามารถนำมาใส่ในแฟ้มสะสมผลงานเพื่อยื่นสมัครในรอบ Portfolio (TCAS 1) ได้ตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดในปีการศึกษาที่จะสมัคร เช่น โครงการเรียนล่วงหน้า ม.เกษตร ซึ่งสามารถนำคะแนนสอบมายื่น TCAS1 ได้ตามเงื่อนไขของแต่ละปีและสาขาที่เปิดรับ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนสมัครทุกครั้ง
- ค้นหาตัวตนและปรับตัวล่วงหน้า : ได้ทดลองเรียนเนื้อหาจริงในระดับมหาวิทยาลัย ช่วยให้รู้ว่าตนเองชอบสาขานั้นจริงหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคณะในอนาคต
ไขข้อข้องใจ โครงการเรียนล่วงหน้ากับระบบพรีดีกรี ต่างกันอย่างไร ?
ทั้งสองระบบมีเป้าหมายในการสะสมหน่วยกิตล่วงหน้าเหมือนกัน แต่มีรูปแบบสถานะและการเรียนที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ดังนี้
- โครงการเรียนล่วงหน้า : นักเรียนยังมีสถานะเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาและลงทะเบียนเรียนบางรายวิชาของมหาวิทยาลัย เพื่อนำผลการเรียนไปใช้ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน เช่น เทียบโอนหน่วยกิต หรือใช้ประกอบการสมัคร
- ระบบพรีดีกรี : เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และ กศน. ได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีล่วงหน้าในสถานะนักศึกษาพรีดีกรี เพื่อสะสมหน่วยกิตระดับปริญญาตรีตั้งแต่ก่อนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า เมื่อจบแล้ว สามารถนำวุฒิ ม.6 ไปสมัครเปลี่ยนสถานะเป็นนักศึกษาภาคปกติ พร้อมทำการย้ายและเทียบโอนหน่วยกิตที่เคยสอบผ่านทั้งหมด เข้าสู่รหัสนักศึกษาใหม่ ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาทำให้เรียนจบปริญญาตรีได้เร็วกว่าปกติ
ข้อแตกต่างระหว่างการเรียนล่วงหน้าเพื่อสะสมหน่วยกิต กับการเรียนตามระบบปกติ
การเรียนตามระบบปกติ นักเรียนจะต้องเรียนจบหลักสูตร ม.4 ถึง ม.6 สอบคัดเลือกผ่านระบบส่วนกลาง เมื่อสอบติดและรายงานตัวเข้าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 แล้ว ถึงจะเริ่มนับหนึ่งในการเก็บหน่วยกิตรายวิชา
ในขณะที่ระบบเรียนล่วงหน้า เปิดโอกาสให้นักเรียนจัดสรรเวลาว่างเพื่อเรียนรายวิชาของมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน เมื่อสอบผ่านเกณฑ์ เช่น ได้เกรด C หรือ B ขึ้นไป ตามที่กำหนด หน่วยกิตจะถูกบันทึกสะสมไว้ ทำให้เมื่อเข้าเรียนในชั้นปีที่ 1 สามารถข้ามวิชาพื้นฐานเหล่านั้นไปเรียนวิชาขั้นสูงได้ทันที หรือลงทะเบียนเรียนวิชาอื่นเพื่อจบการศึกษาก่อนกำหนด
โครงการเรียนล่วงหน้าและพรีดีกรี มีที่ไหนบ้าง ? รวมตัวเลือกที่น่าสนใจ
สำรวจมหาวิทยาลัยยอดฮิต ตามเป้าหมายการเรียนของนักเรียน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและเลือกเรียนได้ตรงกับความต้องการ สามารถแบ่งกลุ่มสถาบันที่เปิดสอนออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามวัตถุประสงค์ของการเรียน ดังนี้
โครงการเรียนล่วงหน้า เน้นเก็บผลงานยื่น TCAS
เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยสายแข่งขัน (มหาวิทยาลัยปิด) โดยนำผลการเรียนไปใส่ใน Portfolio รอบที่ 1 หรือยื่นรอบโควต้า และเมื่อสอบติดแล้ว สามารถนำเกรดไปเทียบโอนเพื่อข้ามบางวิชาในชั้นปีที่ 1 ได้ ซึ่งถ้าคำถามว่าโครงการเรียนล่วงหน้ามีที่ไหนบ้าง ? ก็จะมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนดังนี้
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : สำหรับนักเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า ในปีการศึกษา 2569 ที่เรียนโครงการล่วงหน้า จะสามารถยื่น TCAS 1 ในปี 2570 ได้ รวมถึงสะสมเป็นผลการเรียนและเทียบโอนหน่วยกิตได้เมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยในวิทยาเขตบางเขนมีรายวิชาที่เปิดสอนครอบคลุมหลายกลุ่ม ทั้งบริหารธุรกิจ เทคโนโลยี วิศวกรรม ภาษา วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตัวอย่างเช่น
- การตลาด
- คอมพิวเตอร์และการโปรแกรม
- การเขียนแบบวิศวกรรม
- ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (ภาษาอังกฤษ I)
- ภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย (ภาษาอังกฤษ II)
- เคมีทั่วไป
- คณิตศาสตร์เรียนล่วงหน้า
- แนวคิดการโปรแกรมเบื้องต้น
- ฟิสิกส์ทั่วไป
- หลักชีววิทยา
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : โครงการเรียนร่วม มช. เปิดโอกาสให้สามารถเข้ามาเรียนร่วมกับนักศึกษา มช. ทั้งระดับปริญญาตรี หรือบัณฑิตศึกษา โดยเมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับทรานสคริปต์ เพื่อนำไปใช้ทำพอร์ตฯ ประกอบการยื่นศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (TCAS) และหลังจากเข้าเป็นนักศึกษา มช. จะสามารถนำหน่วยกิตที่ได้ไปเทียบโอนได้ โดยไม่ต้องเรียนวิชาเดิมซ้ำอีก ตัวอย่างสาขาคณะที่เปิดสอน เช่น
- มนุษยศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- วิศวกรรมศาสตร์
- เทคนิคการแพทย์
- พยาบาลศาสตร์
- อุตสาหกรรมเกษตร
- เศรษฐศาสตร์
- รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
- วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี
- วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : สำหรับนักเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า ในปีการศึกษา 2569 ที่เรียนโครงการล่วงหน้า จะสามารถยื่น TCAS 1 ในปี 2570 ได้ รวมถึงสะสมเป็นผลการเรียนและเทียบโอนหน่วยกิตได้เมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยในวิทยาเขตบางเขนมีรายวิชาที่เปิดสอนครอบคลุมหลายกลุ่ม ทั้งบริหารธุรกิจ เทคโนโลยี วิศวกรรม ภาษา วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตัวอย่างเช่น
- มหาวิทยาลัยบูรพา : โครงการเรียนล่วงหน้ากับ ม.บูรพา ประจำปีการศึกษา 2570 เปิดโอกาสให้เด็กม.ปลาย ได้เรียนรายวิชา ป.ตรี ล่วงหน้าและมีสิทธิพิเศษในการเข้าศึกษาต่อในรั้วมหาวิทยาลัย โดยจัดสรรโควตารอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) สำหรับผู้เรียนในโครงการเรียนล่วงหน้าโดยเฉพาะตามเกณฑ์ประกาศการรับสมัครเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัย สามารถสมัครได้ถึง 75 หลักสูตร 18 คณะ ดังนี้
- คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
- คณะรัฐศาสตร์
- คณะนิติศาสตร์
- คณะศิลปกรรมศาสตร์
- คณะดนตรีและการแสดง
- วิทยาลัยนานาชาติ
- คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์
- คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
- คณะสหเวชศาสตร์
- คณะเภสัชศาสตร์
- คณะวิทยาศาสตร์
- คณะวิทยาการสารสนเทศ
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
- คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์
- คณะเทคโนโลยีทางทะเล
- คณะอัญมณี
- คณะเทคโนโลยีการเกษตร
- คณะโลจิสติกส์
หมายเหตุ : รายวิชาที่เปิดสอนอาจแตกต่างกันในแต่ละรอบ ควรตรวจสอบรายวิชาและรายละเอียดจากประกาศล่าสุดของโครงการก่อนลงทะเบียน
ระบบพรีดีกรีและสัมฤทธิบัตร เน้นสะสมหน่วยกิตจบ ป.ตรี ไว
เหมาะกับน้อง ๆ ที่ต้องการจบปริญญาตรีตั้งแต่ยังอายุน้อย โดยสามารถลงเรียนรายวิชาได้ตามโครงสร้างของหลักสูตร ป.ตรี จริง เมื่อจบ ม.6 แล้ว และเปลี่ยนสถานะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ก็จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตที่เรียนไปได้ ทำให้เหลือเวลาเรียนอีกเพียงไม่นานก็รับปริญญาตรีได้เลย ส่วนระบบพรีดีกรีมีมหาลัยไหนบ้างนั้น มีรายละเอียดดังนี้
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ระบบ Pre-Degree) : ต้นแบบระบบพรีดีกรีที่ได้รับความนิยมสูงสุด ใช้วุฒิ ม.3 ในการสมัครเข้าเป็นนักศึกษาแบบพรีดีกรี สามารถเลือกลงเรียนรายวิชาของคณะอื่น เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ ได้ตามใจชอบ เมื่อเรียนจบ ม.6 แล้วสมัครเป็นนักศึกษาภาคปกติจะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตที่เก็บไว้ทั้งหมดได้
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (โครงการสัมฤทธิบัตร) : ระบบการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา นักเรียน ม.ปลาย สามารถลงทะเบียนเรียนเป็นรายวิชาตามความสนใจ ทั้ง 11 สาขาวิชาของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกลุ่มนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหาร นิเทศ และศิลปศาสตร์ เพื่อสะสมชุดวิชาไว้ล่วงหน้า เมื่อสอบผ่านจะได้รับใบสัมฤทธิบัตรและสามารถนำมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตปริญญาตรีของ มสธ. ได้เมื่อเข้าศึกษาเป็นนักศึกษาภาคปกติ
รูปแบบการเรียนการสอนและรายวิชายอดนิยมสำหรับการเรียนล่วงหน้า
ส่วนใหญ่ในปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบออนไลน์ (E-Learning) ผ่านระบบการเรียนของมหาวิทยาลัย หรือการเรียนแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่มีทั้งคลิปวิดีโอย้อนหลัง การเข้าสัมมนาออนไลน์ และการนัดสอบประเมินผลที่มหาวิทยาลัย เพื่อไม่ให้กระทบเวลาเรียนในชั้นเรียน ม.ปลาย ตามปกติ โดยมีรายวิชายอดนิยมแบ่งตามสายเรียน ดังนี้
- สายวิทย์-คำนวณ : แคลคูลัส (Calculus), เคมีทั่วไป (General Chemistry), ฟิสิกส์ทั่วไป (General Physics), ชีววิทยาสำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ (General Biology)
- สายสังคม-บริหาร : นิติศาสตร์เบื้องต้น (Introduction to Law), หลักการตลาด (Principles of Marketing), การบัญชีเบื้องต้น (Financial Accounting), ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (English for Communication)
วางแผนเรียนล่วงหน้าอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ต่อการเข้ามหาวิทยาลัย ?
คุณสมบัติผู้สมัครและขั้นตอนการสมัครเข้าโครงการเรียนล่วงหน้า
- คุณสมบัติเบื้องต้น
- กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.4-ม.6 บางโครงการ หรือระบบพรีดีกรีเปิดรับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา ม.3
- มีเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ตามที่โครงการกำหนด โดยส่วนใหญ่จะเน้นเกรดเฉลี่ยกลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น วิทย์-คณิต
- มีความพร้อมในการจัดสรรเวลาเรียนควบคู่กับการเรียนปกติในโรงเรียน
- ขั้นตอนการสมัคร
- ตรวจสอบปฏิทินการเปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัยที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการ
- สมัครและเลือกรายวิชาผ่านระบบออนไลน์
- อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนและใบแสดงผลการเรียน (GPAX)
- ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครและค่าลงทะเบียนเรียน
- เข้าเรียนผ่านระบบและเข้าสอบ ประเมินผลตามวันเวลาที่กำหนด
เช็กให้ครบ ! 4 เงื่อนไขที่พลาดไม่ได้ ในการเทียบโอนหน่วยกิต
การเข้าร่วมโครงการเรียนล่วงหน้า หรือระบบพรีดีกรี แม้จะสอบผ่านรายวิชามาได้ แต่ก็อาจไม่สามารถนำเกรดไปเทียบโอน หรือยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้แบบอัตโนมัติทันที เพราะยังจำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขจากแต่ละสถาบันเป้าหมาย ดังนี้
1. เช็กเกรดขั้นต่ำที่กำหนด
แต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์ตัดเกรดขั้นต่ำสำหรับวิชาที่จะนำมาเทียบโอนได้ หากสอบผ่านแต่น้ำหนักเกรดต่ำกว่าเกณฑ์ จะไม่สามารถโอนหน่วยกิตได้และต้องลงเรียนวิชานั้นใหม่เมื่อเข้าเป็นนักศึกษาจริง เช่น โครงการเรียนล่วงหน้าของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำหนดให้รายวิชาที่จะนำมาเทียบโอนหน่วยกิตได้ ต้องสอบได้เกรด C (2.00) ขึ้นไป เท่านั้น (หากได้เกรด D หรือ D+ จะไม่สามารถนำมาโอนหน่วยกิตได้)
2. เช็กอายุผลการเรียน
โดยผลการเรียนและหน่วยกิตที่สะสมไว้มีวันหมดอายุ ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป จึงต้องวางแผนช่วงเวลาเรียนในระดับ ม.ปลาย ให้สอดคล้องกับปีที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำหนดให้อายุผลการเรียนเก็บสะสมไว้ได้ไม่เกิน 3 ปีปฏิทิน นับจากปีที่สอบผ่าน ในขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะเก็บผลการเรียนในระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) โดยจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี นับจากภาคการศึกษาที่สำเร็จการเรียน
3. เช็กรายวิชาที่รับโอนให้ตรงตามหลักสูตร
วิชาที่เรียนล่วงหน้ามา ต้องมีรหัสวิชา เนื้อหา และจำนวนหน่วยกิตตรงกับโครงสร้างหลักสูตรของคณะที่สอบติดจริง เช่น ใน ม.เกษตรศาสตร์ หากวิชาเรียนล่วงหน้าที่สอบผ่าน เช่น เคมีทั่วไป ไม่มีในแผนการเรียนของคณะที่สอบติด นิสิตอาจทำได้เพียงขอเทียบโอนเป็นวิชาเลือกเสรีเท่านั้น หรืออาจไม่สามารถเทียบโอนได้เลย ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของภาควิชาและคณบดีเจ้าสังกัด
4. เช็กคณะ หรือรอบ TCAS ที่ยอมรับ
ผลการเรียนล่วงหน้าไม่ได้ใช้ยื่นได้กับทุกคณะ หรือทุกรอบในระบบ TCAS ต้องเช็กเกณฑ์ระเบียบการรับสมัครของแต่ละปีอย่างละเอียด อย่าง ม.เกษตรศาสตร์ ที่มีการเปิดโควตาพิเศษโครงการเรียนล่วงหน้า ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่ารับเฉพาะบางคณะ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ หรือคณะอุตสาหกรรมเกษตร ขณะที่บางคณะในมหาวิทยาลัยเดียวกันอาจไม่ได้เปิดรับโควตานี้ จึงทำได้เพียงรอเทียบโอนเมื่อสอบติดรอบอื่นแล้วเท่านั้น
ไม่พลาดคณะในฝัน ! เช็กวิชาสอบ TCAS และปูพื้นฐานแน่นไปกับ OnDemand
แม้โครงการเรียนล่วงหน้า หรือพรีดีกรีจะช่วยสร้างแต้มต่อได้ดี แต่หัวใจสำคัญ คือต้องเช็กวิชาที่ใช้ในระบบ TCAS ของคณะเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังคงคัดเลือกผ่านสนามสอบหลักอย่าง TGAT, TPAT และ A-Level รวมถึงเกรดเฉลี่ย (GPAX) เป็นเกณฑ์ตัดสินหลัก
OnDemand พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญในการวางรากฐานทางวิชาการให้น้อง ๆ ม.ปลาย ทุกคน ด้วยคอร์สเรียนที่ออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานเนื้อหา ม.ปลาย ให้แน่น เจาะลึกเทคนิคทำข้อสอบ และเตรียมความพร้อมสำหรับสนามสอบสำคัญในระบบ TCAS อย่างเป็นระบบ ช่วยให้น้อง ๆ สามารถแบ่งเวลาไปเรียนล่วงหน้าควบคู่กับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้อย่างมั่นใจ
เริ่มต้นวางแผนเส้นทางการเรียนและติวเข้มกับ OnDemand ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยได้ตามเป้าหมาย และเรียนในคณะที่น้อง ๆ ใฝ่ฝันได้สำเร็จ !
ดูแผนเตรียมสอบ TCAS และเช็กวิชาคณะเป้าหมาย พร้อมสมัครเรียนได้ทันที !
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00 น.)
ข้อมูลอ้างอิง
- Pre-Degree คืออะไร? ทางลัดสู่มหา’ลัยที่เด็ก ม.ปลายต้องรู้!. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 จาก https://tcaster.net/tcas-news/general-news/need-to-know-what-is-predegree/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโครงการเรียนล่วงหน้าและพรีดีกรี (FAQs)
หากสอบไม่ผ่านในโครงการเรียนล่วงหน้า หรือพรีดีกรี จะส่งผลเสียต่อเกรดเฉลี่ย (GPAX) ในโรงเรียนหรือไม่ ?
A : ไม่ส่งผลกระทบต่อเกรดเฉลี่ยในโรงเรียน เนื่องจากเป็นการลงทะเบียนเรียนแยกต่างหากกับทางมหาวิทยาลัย หากสอบไม่ผ่าน ผลการเรียนจะไม่ถูกนำไปคิดคำนวณใน GPAX ระดับ ม.ปลาย ของโรงเรียน
Q : นักเรียนสามารถลงเรียนล่วงหน้าข้ามสายวิชาได้หรือไม่ เช่น เรียนสายศิลป์แต่อยากเก็บวิชาสายบริหาร ?
A : ได้ โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักเรียนลงเรียนวิชาพื้นฐานตามความสนใจ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขรายวิชาหรือพื้นฐานความรู้ที่ต้องใช้ก่อนสมัคร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเรียนและทำคะแนนได้ดี
Q : ผลการเรียนจากโครงการเรียนล่วงหน้ามีอายุการใช้งานกี่ปี ?
A : โดยทั่วไปผลการเรียน หรือหน่วยกิตจะมีอายุประมาณ 2-3 ปี นับจากวันที่เรียนผ่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนควรนำมาใช้ยื่นเทียบโอนภายในระยะเวลาที่สถาบันกำหนดเมื่อเข้าเป็นนักศึกษาภาคปกติ
Q : การเรียนล่วงหน้าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนปริญญาตรีจริงไหม ?
A : ช่วยประหยัดได้จริงทั้งเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย เพราะค่าธรรมเนียมรายวิชาในโครงการเรียนล่วงหน้ามักมีราคาประหยัดกว่าและเมื่อเทียบโอนหน่วยกิตได้แล้ว จะช่วยลดจำนวนวิชาและจำนวนเทอมที่ต้องลงเรียนในมหาวิทยาลัยลงได้

ทีมวิชาการและแนะแนวการศึกษา OnDemand | OnDemand Academic & Career Advisory Team
ทีมพี่ ๆ ติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทย์-คณิต และการเตรียมสอบ TCAS (TGAT, TPAT, A-Level) ประสบการณ์กว่า 18 ปี พร้อมดูแลน้อง ๆ ในสไตล์แบบ “”พี่สอนน้อง”” ที่เน้นความเข้าใจจริง เทคนิคทำโจทย์แม่นยำ เป็นพาร์ตเนอร์ทางการศึกษาที่น่าเชื่อถือของน้อง ๆ และผู้ปกครอง


