Key Takeaways:
TGAT (Thai General Aptitude Test) คือ การทดสอบวัดความถนัดทั่วไปเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ที่มีคะแนนรวม 300 คะแนน แบ่งออกเป็น 3 พาร์ตหลัก ได้แก่ ได้แก่ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ, TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT3 สมรรถนะการทำงาน ซึ่งเป็นเกณฑ์คะแนนสำคัญในระบบ TCAS ที่ใช้ยื่นได้แทบทุกคณะและทุกรอบการรับสมัคร การทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ TGAT แต่ละส่วนจะช่วยให้เราวางแผนทำคะแนนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเลือกยื่นและสอบติดคณะในฝันได้อย่างมั่นใจ
Table of Contents
หากน้อง ๆ กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ข้อสอบ TGAT เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในด่านทดสอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะคะแนนส่วนนี้ถูกนำไปใช้เป็นสัดส่วนการคัดเลือกแทบทุกรอบ ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นสายสุขภาพ สายบริหาร-บัญชี นิเทศศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์ก็ตาม การทำความรู้จักโครงสร้างข้อสอบและคณะที่ยื่นคะแนน TGAT ได้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการวางแผนยื่นคะแนนเพื่อเข้าเรียนต่อคณะในฝัน
TGAT คืออะไร
ข้อสอบ TGAT คือ วิชาวัดความถนัดทั่วไปในระบบ TCAS แบ่งออกเป็น 3 พาร์ตหลัก ได้แก่ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT3 สมรรถนะการทำงาน รวมทั้งหมด 200 ข้อ (300 คะแนน) โดยสามารถใช้คะแนนยื่นเข้าคณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรอบ Portfolio, Quota หรือ Admission ก็ตาม
โครงสร้างข้อสอบ TGAT
ถ้าน้อง ๆ รู้แล้วว่า TGAT คืออะไร เรามาดูกันต่อเลยว่าโครงสร้างข้อสอบ TGAT แต่ละพาร์ตประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
TGAT1
ข้อสอบ TGAT1 หรือ การสื่อสารภาษาอังกฤษ เป็นข้อสอบประเภทปรนัย (4 ตัวเลือก) จำนวน 60 ข้อ ระยะเวลาที่ใช้สอบ 60 นาที ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1) ทักษะการพูด (Speaking Skill) จำนวน 30 ข้อ
1.1) การถาม–ตอบ (Question-Response) จำนวนข้อคำถาม (10 ข้อ)
1.2) เติมบทสนทนาแบบสั้น (Short conversations) จำนวน 3 บทสนทนา
จำนวนข้อคำถาม (3 – 4 ข้อ/บทสนทนา รวม 10 ข้อ)
1.3) เติมบทสนทนาแบบยาว (Long conversations) จำนวน 2 บทสนทนา
จำนวนข้อคำถาม (5 ข้อ/บทสนทนา รวม 10 ข้อ)
2) ทักษะการอ่าน (Reading Skill) จำนวน 30 ข้อ
2.1) เติมข้อความในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ (Text completion) จำนวน 2 บทความ
จำนวนข้อคำถาม (7-8 ข้อ/บทความ รวม 15 ข้อ)
2.2) อ่านเพื่อจับใจความ (Reading comprehension) จำนวน 3 บทความ
จำนวนข้อคำถาม (5 ข้อ/บทความ รวม 15 ข้อ)
หมายเหตุ: บทความทั่วไปที่ใช้ในการสื่อสาร มีจำนวนคำประมาณ 100– 200 คำ
TGAT 2
ข้อสอบ TGAT2 หรือ การคิดอย่างมีเหตุผล เป็นข้อสอบที่วัดสมรรถนะการคิดอย่างมีเหตุผล (Critical & Logical Thinking) ประเภทข้อสอบแบบปรนัย (5 ตัวเลือก) จำนวน 80 ข้อ ระยะเวลาที่ใช้สอบ 60 นาที ประกอบด้วย
1) ความสามารถทางภาษา เป็นข้อสอบความสามารถทางภาษา มีจำนวน 20 ข้อ ได้แก่
1.1) การสื่อความหมาย
1.2) การใช้ภาษา
1.3) การอ่าน
1.4) การเข้าใจภาษา
2) ความสามารถทางตัวเลข เป็นข้อสอบความสามารถทางจำนวน มีจำนวน 20 ข้อ ได้แก่
2.1) อนุกรมมิติ
2.2) การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ
2.3) ความเพียงพอของข้อมูล
2.4) โจทย์ปัญหา
3) ความสามารถทางมิติสัมพันธ์ เป็นข้อสอบความสามารถทางมิติสัมพันธ์ มีจำนวน 20 ข้อ ได้แก่
3.1) แบบพับกล่อง
3.2) แบบหาภาพต่าง
3.3) แบบหมุนภาพสามมิติ
3.4) แบบประกอบภาพ
4) ความสามารถทางเหตุผล เป็นข้อสอบความสามารถทางจำนวน มีจำนวน 20 ข้อ ได้แก่
4.1) อนุกรมภาพ
4.2) อุปมาอุปไมยภาพ
4.3) สรุปความ
4.4) วิเคราะห์ข้อความ
TGAT3
ข้อสอบ TGAT3 หรือ สมรรถนะการทำงาน เป็นข้อสอบปรนัย (4 ตัวเลือก) ระยะเวลาที่ใช้สอบ 60 นาที ข้อสอบประกอบด้วย 4 ส่วน
ส่วนที่ 1 : การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม (จำนวน 15 ข้อ) ข้อสอบจะเน้นการคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ และความเชิงนวัตกรรม
แนวทางการออกข้อสอบ มีทั้งหมด 3 รูปแบบคำถาม
– รูปแบบคำถามที่ 1. เลือกตอบตัวเลือกเดียว คะแนนตั้งแต่ 0-1 คะแนน จะพบรูปแบบคำถามนี้ ในข้อสอบลำดับที่ 1 ของแต่ละสถานการณ์
– รูปแบบคำถามที่ 2. ข้อสอบ 1 ข้อ มีหลายคำตอบ คะแนนจะขึ้นกับคำตอบที่เลือกตอบ ตั้งแต่ 0-1 คะแนน จะพบรูปแบบคำถามนี้ ในข้อสอบลำดับที่ 2 และ 5 ของแต่ละสถานการณ์
– รูปแบบคำถามที่ 3. เลือกตอบตัวเลือกเดียว ในข้อสอบ 2 ข้อที่สัมพันธ์กัน โดยคำตอบในข้อก่อนหน้าจะต้องสัมพันธ์กับคำตอบในข้อถัดไป คะแนนถึงจะสัมพันธ์กัน หากเลือกข้อสอบได้สัมพันธ์กัน จะได้คะแนนเต็มรวม 2 คะแนน แต่หากทั้ง 2 ข้อไม่สัมพันธ์กัน จะถือว่าไม่ได้คะแนนทั้ง 2 ข้อ จะพบรูปแบบคำถามนี้ ในข้อสอบลำดับที่ 3 และ 4 ของแต่ละสถานการณ์
ส่วนที่ 2 : การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (จำนวน 15 ข้อ) ข้อสอบจะเน้นการระบุปัญหา การแสวงหาทางออก การนำทางออกไปแก้ปัญหา และการประเมินทางออกเพื่อการพัฒนาปรับปรุง
แนวทางการออกข้อสอบ
ข้อสอบเป็นบทความจำลองสถานการณ์ โดย 1 เหตุการณ์ จะมีคำถาม 4 ข้อ โดยแบ่งการตอบคำถามเป็น 2 รูปแบบ
– รูปแบบคำถามที่ 1. ข้อสอบ 1 ข้อ มีหลายคำตอบ จะพบข้อสอบนี้ ในข้อสอบลำดับที่ 1 และ 4 ของแต่ละสถานการณ์ โดยข้อสอบนี้จะต้องฝนตัวเลือกทุกข้อที่ต้องการหรือจำเป็น ข้อสอบนี้จะต้องฝนคำตอบอย่างน้อย 1 คำตอบ หากไม่ฝนคำตอบ ข้อนั้นจะถือว่าไม่ได้คะแนน (ตัวเลือกแต่ละข้อจะมีคำแนนเท่ากับ 0.25 คะแนนจะได้เต็ม 1 คะแนน ก็ต่อเมื่อฝนคำตอบตรงตามรูปแบบของเฉลยเท่านั้น)
– รูปแบบคำถามที่ 2. เลือกตอบตัวเลือกเดียว เกณฑ์การให้คะแนนเป็นแบบลดหลั่นตามความถูกต้องของคำตอบ ตั้งแต่ 0-1 คะแนน โดยจะพบข้อสอบนี้ ในข้อสอบลำดับที่ 2 และ 3 ของแต่ละสถานการณ์
ส่วนที่ 3 : การบริหารจัดการอารมณ์ (จำนวน 15 ข้อ) ข้อสอบจะเน้นเรื่องความตระหนักรู้ตนเอง การควบคุมอารมณ์และบุคลิกภาพ และความเข้าใจผู้อื่น
แนวทางการออกข้อสอบ
ข้อสอบเป็นบทความจำลองสถานการณ์ โดยแต่ละสถานการณ์จะมีทั้งหมด 5 คำถาม ให้เลือกตอบเพียงตัวเลือกเดียวและมีคะแนนเต็มเท่ากับ 1
ส่วนที่ 4 : การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม (จำนวน 15 ข้อ) ข้อสอบจะเน้นการบริการสังคม จิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างสรรค์เพื่อเป็นประโยชน์ของท้องถิ่น
แนวทางการออกข้อสอบ
ข้อสอบเป็นแบบวัดทัศนคติ 4 ระดับ ให้เลือกตอบเพียงตัวเลือกเดียว โดยมีคะแนนเต็มเท่ากับ 1 คะแนน
TGAT ยื่นคณะอะไรได้บ้าง
คะแนน TGAT ถือเป็นหัวใจสำคัญในระบบ TCAS แม้ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเกณฑ์หลักใน รอบ 3 Admission แต่ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยได้นำคะแนน TGAT ไปใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกตั้งแต่ รอบ 1 Portfolio และ รอบ 2 Quota ด้วยเช่นกัน โดยตัวอย่างกลุ่มคณะที่ใช้สัดส่วนคะแนน TGAT สูง ได้แก่
1) มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และภาษา: จิตวิทยา, ภาษาต่างประเทศ, โบราณคดี, รัฐศาสตร์
2) บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการจัดการ: บัญชี, การเงิน, การตลาด, การท่องเที่ยวและการโรงแรม
3) นิเทศศาสตร์ และนวัตกรรมสื่อ: สื่อสารมวลชน, นิเทศศาสตร์, ICT, การผลิตสื่อดิจิทัล
4) ครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ : จิตวิทยาแนะแนว, การสอนภาษาต่างประเทศ, พลศึกษา
5) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์: วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิทยาการข้อมูล, สถิติประยุกต์
6) เกษตรศาสตร์ และอุตสาหกรรมเกษตร: นวัตกรรมเกษตร, เทคโนโลยีอาหาร, วนศาสตร์
7) สถาปัตยกรรม และการออกแบบ
เตรียมตัวให้พร้อม อัปคะแนน TGAT กับ Ondemand
จะเห็นได้ว่าแทบทุกกลุ่มสายวิชาในปัจจุบันต่างใช้คะแนน TGAT เป็นองค์ประกอบสำคัญในการคัดเลือก ดังนั้น การวางแผนเก็บคะแนน TGAT ให้ได้มากที่สุดจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการสอบติด หากน้อง ๆ คนไหนยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน คอร์สติวเข้มจาก Ondemand จะช่วยวางรากฐานที่สำคัญให้กับน้อง ๆ ด้วยเนื้อหาและแนวข้อสอบที่เจาะลึกครบทั้ง 3 พาร์ต รวมถึงเทคนิคการทำข้อสอบที่นำไปใช้สอบได้จริง ซึ่งจะช่วยให้น้อง ๆ อัปคะแนน TGAT ได้ตามเป้าหมาย พร้อมยื่นมหาวิทยาลัยและคณะในฝัน
สอบถามเพิ่มเติม
- Add Line: OnDemand Education
- โทรศัพท์: 02-251-9456 (เปิดบริการทุกวัน 08:00-20:00)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TGAT (FAQs)
Q: TGAT คืออะไร ?
A: TGAT คือ วิชาวัดความถนัดทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 พาร์ตหลัก ได้แก่ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT3 สมรรถนะการทำงาน
Q: คะแนน TGAT เก็บไว้ได้กี่ปี และใช้ยื่นรอบไหนได้บ้าง?
A: คะแนน TGAT มีอายุ 1 ปี ใช้สมัคร TCAS ได้เฉพาะปีการศึกษานั้น ๆ โดยสามารถใช้ยื่นได้ตั้งแต่ รอบ 1 Portfolio, รอบ 2 Quota, รอบ 3 Admission และ รอบ 4 Direct Admission ขึ้นอยู่กับเกณฑ์กำหนดของแต่ละสาขา/มหาวิทยาลัย
Q: TGAT สอบได้กี่ครั้ง และมีรูปแบบการสอบอย่างไร?
A: สอบได้เพียงปีละ 1 ครั้ง และจัดสอบในรูปแบบกระดาษเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทีมวิชาการและแนะแนวการศึกษา OnDemand | OnDemand Academic & Career Advisory Team
ทีมพี่ ๆ ติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทย์-คณิต และการเตรียมสอบ TCAS (TGAT, TPAT, A-Level) ประสบการณ์กว่า 18 ปี พร้อมดูแลน้อง ๆ ในสไตล์แบบ “”พี่สอนน้อง”” ที่เน้นความเข้าใจจริง เทคนิคทำโจทย์แม่นยำ เป็นพาร์ตเนอร์ทางการศึกษาที่น่าเชื่อถือของน้อง ๆ และผู้ปกครอง
