Key Takeaways
สูตรคณิตศาสตร์ถือเป็นหัวใจสำคัญและเครื่องมือพื้นฐานที่สำหรับในวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์เพิ่มเติม การจดจำสูตรควบคู่ไปกับความเข้าใจในการนำไปประยุกต์ใช้จึงเป็นทักษะสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวิชา A-Level คณิตศาสตร์
แต่เนื่องจากเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย นั้นมีสูตรเยอะมาก ยากจะท่องจำได้ทั้งหมด และอาจทำให้น้องหลาย ๆ คนถอดใจ พี่จึงได้ทำการคัดสูตรคณิตศาสตร์ที่เป็นหัวใจสำคัญและออกสอบบ่อยที่สุดมารวมไว้ให้ในที่เดียว เพื่อประหยัดเวลาในการทบทวน และช่วยให้น้อง ๆ พร้อมหยิบสูตรสำเร็จเหล่านี้ไปโกยคะแนนในสนามสอบจริงได้อย่างแม่นยำและมั่นใจที่สุด!
Table of Contents
รวมสูตรออกสอบบ่อย คณิต ม.4
เซต (Set)
- จำนวนสับเซตของเซตที่มีสมาชิก n ตัว เท่ากับ 2^n
- จำนวนสมาชิกของเพาเวอร์เซตของเซต A เท่ากับ n(P(A)) = 2^{n(A)}
- n(A \cup B) = n(A) + n(B) – n(A \cap B)
- n(A \cup B \cup C) = n(A) + n(B) + n(C) – n(A \cap B) – n(A \cap C) – n(B \cap C) + n(A \cap B \cap C)
ตรรกศาสตร์ (Logic)
- ตารางค่าความจริง
|
ตัวเชื่อม |
สัญลักษณ์ |
จุดสังเกตสำคัญ |
|---|---|---|
|
และ |
\land |
เป็นจริง (T) เมื่อ จริงคู่ เท่านั้น |
|
หรือ |
\lor |
เป็นเท็จ (F) เมื่อ เท็จคู่ เท่านั้น |
|
ถ้า…แล้ว… |
\rightarrow |
เป็นเท็จ (F) กรณีเดียวคือ หน้าจริง หลังเท็จ (T \rightarrow F) |
|
ก็ต่อเมื่อ |
\leftrightarrow |
เป็นจริง (T) เมื่อ เหมือนกัน (T \leftrightarrow T หรือ F \leftrightarrow F) |
รูปแบบการสมมูลกันของประพจน์ที่สำคัญ
- \sim(\sim P) \equiv P
- P \rightarrow Q \equiv \sim P \lor Q \equiv \sim Q \rightarrow \sim P
- P \leftrightarrow Q \equiv (P \rightarrow Q) \land (Q \rightarrow P)
- \sim(P \land Q) \equiv \sim P \lor \sim Q และ \sim(P \lor Q) \equiv \sim P \land \sim Q
จำนวนจริง (Real Number)
- ทฤษฎีบทเศษเหลือ
ถ้า P(x) หารด้วย x – c เศษที่ได้จะเท่ากับ P(c)
และถ้า P(c) = 0 จะได้ว่า x – c หาร P(x) ลงตัว หรือเป็นตัวประกอบของ P(x)
- นิยามของค่าสัมบูรณ์
- |x| = x เมื่อ x > 0
- |x| = 0 เมื่อ x = 0
- |x| = -x เมื่อ x < 0
- สมบัติของค่าสัมบูรณ์ที่ควรรู้
- |x| = a ก็ต่อเมื่อ x = a หรือ x = -a (เมื่อ a \ge 0)
- |x| < a ก็ต่อเมื่อ -a < x < a
- |x| > a ก็ต่อเมื่อ x < -a หรือ x > a
เรขาคณิตวิเคราะห์และภาคตัดกรวย (Analytic Geometry & Conic Section)
เรขาคณิตวิเคราะห์
- ระยะทางระหว่างจุดสองจุด: d = \sqrt{(x_2 – x_1)^2 + (y_2 – y_1)^2}
- ความชัน (m): m = \frac{y_2 – y_1}{x_2 – x_1}
- ระยะห่างระหว่างจุดกับเส้นตรง: d = \frac{|Ax_1 + By_1 + C|}{\sqrt{A^2 + B^2}}
ภาคตัดกรวย
|
กราฟ |
สมการรูปแบบมาตรฐาน |
|---|---|
|
วงกลมจุดศูนย์กลาง (h,k) |
(x – h)^2 + (y – k)^2 = r^2 |
|
พาราโบลาจุดยอด (h,k) |
(x – h)^2 = 4c(y – k) (หงาย/คว่ำ) (y – k)^2 = 4c(x – h) (ตะแคงขวา/ซ้าย) |
|
วงรีจุดศูนย์กลาง (h,k) |
\frac{(x – h)^2}{a^2} + \frac{(y – k)^2}{b^2} = 1 (วงรีนอน) \frac{(x – h)^2}{b^2} + \frac{(y – k)^2}{a^2} = 1 (วงรีตั้ง) โดยที่ a^2 = b^2 + c^2 |
|
ไฮเพอร์โบลาจุดศูนย์กลาง (h,k) |
\frac{(x – h)^2}{a^2} – \frac{(y – k)^2}{b^2} = 1 (ไฮเพอร์โบลานอน) \frac{(y – k)^2}{a^2} – \frac{(x – h)^2}{b^2} = 1 (ไฮเพอร์โบลาตั้ง) โดยที่ c^2 = a^2 + b^2 |
ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน (Relations and Functions)
- โดเมน D_r คือเซตของสมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับใน r
เรนจ์ R_r คือเซตของสมาชิกตัวหลังของคู่อันดับใน r
โดยมีหลักการหาโดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธ์จากเงื่อนไข ดังนี้
|
โดเมน (x) |
เรนจ์ (y) |
|
|
|
หลักการพิจารณา
|
|
- หลักการพิจารณาฟังก์ชัน
|
ถ้ามี x ที่จับกับ y หลายตัว \rightarrow ไม่เป็นฟังก์ชัน |
|
แทนค่า x 1 ค่า แล้วได้ y มากกว่า 1 ค่า \rightarrow ไม่เป็นฟังก์ชัน |
|
ลากเส้นขนานแกน Y ตัดกราฟมากกว่า 1 จุด \rightarrow ไม่เป็นฟังก์ชัน |
- สมบัติที่สำคัญของฟังก์ชันอินเวอร์ส
- D_{f^{-1}} = R_f และ R_{f^{-1}} = D_f
- (y, x) \in f^{-1} ก็ต่อเมื่อ (x, y) \in f
ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม (Exponential & Logarithm)
- สมบัติของเลขยกกำลังที่ควรรู้
- a^m \cdot a^n = a^{m+n}
- \frac{a^m}{a^n} = a^{m-n}
- (a^m)^n = a^{mn}
- (ab)^n = a^n b^n
- \left(\frac{a}{b}\right)^n = \frac{a^n}{b^n}
- a^{-n} = \frac{1}{a^n}
- a^0 = 1 (เมื่อ a \neq 0)
- สมบัติของลอการิทึมที่ควรรู้
- \log_a (mn) = \log_a m + \log_a n
- \log_a \left(\frac{m}{n}\right) = \log_a m – \log_a n
- \log_a (m^p) = p \log_a m
- \log_a a = 1 และ \log_a 1 = 0
- \log_b a = \frac{\log_c a}{\log_c b}
- a^{\log_a x} = x
รวมสูตรออกสอบบ่อย คณิต ม.5
ฟังก์ชันตรีโกณมิติ (Trigonometry)
- เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ
- \sin^2 \theta + \cos^2 \theta = 1
- 1 + \tan^2 \theta = \sec^2 \theta
- 1 + \cot^2 \theta = \csc^2 \theta
- สูตรผลบวก-ผลต่างมุม:
- \sin(A \pm B) = \sin A \cos B \pm \cos A \sin B
- \cos(A \pm B) = \cos A \cos B \mp \sin A \sin B
- \tan(A \pm B) = \frac{\tan A \pm \tan B}{1 \mp \tan A \tan B}
- สูตรมุมสองเท่า:
- \sin 2A = 2 \sin A \cos A = \frac{2 \tan A}{1 + \tan^2 A}
- \cos 2A = \cos^2 A – \sin^2 A = 2\cos^2 A – 1 = 1 – 2\sin^2 A = \frac{1 – \tan^2 A}{1 + \tan^2 A}
- \tan 2A = \frac{2 \tan A}{1 – \tan^2 A}
- ฟังก์ชันตรีโกณมิติกับเรขาคณิต
- กฎของโคไซน์
- กฎของไซน์
เมทริกซ์ (Matrix)
- สมบัติของดีเทอร์มิแนนต์
- \det(AB) = \det(A) \det(B)
- \det(A^T) = \det(A)
- \det(A^{-1}) = \frac{1}{\det(A)}
- \det(kA) = k^n \det(A) โดยที่ n คือมิติของ A
- อินเวอร์สการคูณของเมทริกซ์
เวกเตอร์ (Vector)
- เวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสองมิติและสามมิติ
- ผลคูณเชิงสเกลาร์ (Dot Product)
- ผลคูณเชิงเวกเตอร์ (Cross Product)
และ |\vec{u} \times \vec{v}| = |\vec{u}||\vec{v}|\sin\theta โดย \theta เป็นมุมแบบหางต่อหาง
จำนวนเชิงซ้อน (Complex Numbers)
จำนวนเชิงซ้อนประกอบด้วยส่วนจริงและส่วนจินตภาพ z = a + bi, โดยที่ i^2 = -1
- |z|^2 = z \cdot \bar{z} = a^2 + b^2
- รูปเชิงขั้ว (Polar Form): z = r(\cos\theta + i \sin\theta) = r\,\text{cis}\,\theta โดยที่ r = |z| = \sqrt{a^2 + b^2} และ \tan\theta = \frac{b}{a}
- ทฤษฎีบทของจำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว (De Moivre’s Theorem): z^n = r^n(\cos n\theta + i \sin n\theta)
- ถ้า z = a + bi เป็นคำตอบของสมการพหุนามดีกรี n ที่สัมประสิทธิ์ทุกตัวเป็นจำนวนจริง แล้วสังยุค \bar{z} = a – bi จะเป็นคำตอบของสมการนั้นด้วย
หลักการนับและความน่าจะเป็น (Probability)
- ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ P(E) = \frac{n(E)}{n(S)} โดย 0 \le P(E) \le 1
- ถ้ามีของ n สิ่งที่แตกต่างกัน:
- เลือกมาเรียงเป็นเส้นตรง r สิ่ง ได้ P_{n,r} = \frac{n!}{(n-r)!} วิธี
- เลือกมาจัดหมู่ r สิ่ง ได้ C_{n,r} = \binom{n}{r} = \frac{n!}{(n-r)!r!} วิธี
- นำมาเรียงเป็นวงกลม (มองได้ด้านเดียว) ได้ (n-1)! วิธี
รวมสูตรออกสอบบ่อย คณิต ม.6
ลำดับและอนุกรม (Sequences & Series)
|
ประเภท |
สูตรพจน์ทั่วไปของลำดับ (a_n) |
สูตรอนุกรมจำกัด |
|---|---|---|
|
เลขคณิต |
a_n = a_1 + (n-1)d | S_n = \frac{n}{2}(a_1 + a_n) = \frac{n}{2}[2a_1 + (n-1)d] |
|
เรขาคณิต |
a_n = a_1 r^{n-1} |
S_n = \frac{a_1(1 – r^n)}{1 – r} = \frac{a_1(r^n – 1)}{r – 1} (เมื่อ r \neq 1) |
แคลคูลัส (Calculus)
- ฟังก์ชัน f(x) จะต่อเนื่องที่ x = a ก็ต่อเมื่อ
- f(a) หาค่าได้
- \lim_{x \to a} f(x) หาค่าได้
- \lim_{x \to a} f(x) = f(a)
- สูตรการหาอนุพันธ์
- สูตรการอินทิเกรต
สถิติ (Statistics)
- สูตรการหาค่ากลางของข้อมูล
- ค่าเฉลี่ยเลขคณิต : \bar{x} = \frac{\sum_{i=1}^n x_i}{n} หรือ \mu = \frac{\sum_{i=1}^N x_i}{N}
- มัธยฐาน : เรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก หาตำแหน่งมัธยฐานด้วยสูตร \frac{N+1}{2} มัธยฐานคือค่าที่ตำแหน่งนั้น
- ฐานนิยม : ค่าของข้อมูลที่ซ้ำกันมากที่สุด
- สูตรส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
|
ประชากร |
กลุ่มตัวอย่าง |
| \sigma = \sqrt{\frac{\sum (x_i – \mu)^2}{N}} | s = \sqrt{\frac{\sum (x_i – \bar{x})^2}{n – 1}} |
- ค่ามาตรฐาน z = \frac{x – \mu}{\sigma} หรือ z = \frac{x – \bar{x}}{s}
ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น (Random Variables)
- ค่าคาดหมายของตัวแปรสุ่มไม่ต่อเนื่อง : E(X) = \mu = \sum x_i P(X = x_i)
- การแจกแจงทวินาม : P(X = x) = \binom{n}{x} p^x (1-p)^{n-x}
- การแจกแจงความน่าจะเป็นของตัวแปรสุ่มต่อเนื่อง
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม
- Add Line : Ondemand Education
- โทรศัพท์ : 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับเนื้อหาและสูตรคณิตศาสตร์ ม.ปลาย
ฟังก์ชัน Exponential & Logarithm มีจุดไหนที่คนมักจะพลาด?
A: ข้อควรระวังที่คนมักจะพลาดกันคือ “เงื่อนไขหลัง log และฐานของ log” โดยหลัง log ต้องมากกว่า 0 และ ฐานของ log ต้องมากกว่า 0 และห้ามเป็น 1 (นั่นคือ ใน \log_a x จะต้องได้ x > 0, a > 0 และ a \neq 1) เวลาแก้สมการหรืออสมการได้คำตอบออกมาเสร็จแล้ว ต้องเอาคำตอบกลับไป “ตรวจเงื่อนไข” นี้เสมอ
ทำไมท่องสูตรตรีโกณมิติได้ครบทุกสูตรแล้ว แต่พอเจอข้อสอบจริงยังทำไม่ได้ มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?
A: เพราะข้อสอบตรีโกณมิตินี้ไม่ได้วัดแค่ว่าจำสูตรได้ไหม แต่เราต้องมองโจทย์ให้ออกและยังต้องมีทักษะในการจัดรูปอีกด้วย แนะนำว่าเวลาท่องสูตรให้ฝึกมองเชื่อมโยงด้วย เช่น เห็น \sin 2\theta ต้องคิดคำนวณในใจต่อทันทีว่าจะแตกร่างเป็น 2\sin\theta\cos\theta เพื่อไปตัดกับตัวส่วนได้ไหม ที่สำคัญที่สุดคือต้องเน้นทำโจทย์เยอะๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้น้องทำโจทย์ตรีโกณมิติได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
บทใหม่อย่าง "ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น" ออกสอบแนวไหน?
A: บทนี้มักจะออกข้อสอบเกี่ยวกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น คำนวณหาโอกาสชนะเกม, การสุ่มตรวจสินค้าดี-เสีย ถือว่าเป็นบทน่าเก็บอีกบทหนึ่ง เนื่องจากมีสูตรไม่เยอะมากเท่ากับบทอื่น
แยกสมการภาคตัดกรวยไม่ออกว่าเป็นกราฟไหน มีวิธีสังเกตอย่างไร?
A: ลองมองหา “ตัวแปรที่ยกกำลังสอง”
ถ้า x หรือ y ตัวใดตัวหนึ่งยกกำลังสองแค่ตัวเดียว = เป็นกราฟพาราโบลาแน่นอน
ถ้าทั้ง x และ y ยกกำลังสองทั้งคู่ แล้ว
- เครื่องหมายตรงกลางเป็นเครื่องหมายบวก (+) และตัวเลขหน้า x^2 กับ y^2 เท่ากัน = เป็นกราฟวงกลม
- เครื่องหมายตรงกลางเป็นเครื่องหมายบวก (+) และตัวเลขหน้า x^2 กับ y^2 ไม่เท่ากัน = เป็นกราฟวงรี
- เครื่องหมายตรงกลางเป็นเครื่องหมายลบ (-) = เป็นกราฟไฮเพอร์โบลา









