If Clause 4 รูปแบบ ใช้ต่างกันยังไง? สรุปโครงสร้างประโยคเงื่อนไขฉบับเข้าใจง่าย

Final SEO if clause 02 - สถาบันกวดวิชา OnDemand

Key Takeaways:

If Clause 4 รูปแบบ คือโครงสร้างประโยคเงื่อนไข หรือ Conditional Sentences ในภาษาอังกฤษที่ใช้บอกเรื่องสมมุติหรือเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อน แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. Zero Conditional 2. First Conditional 3. Second Conditional และ 4. Third Conditional การเข้าใจโครงสร้างและกาล (Tense) ของแต่ละรูปแบบอย่างถูกต้องจะช่วยให้สื่อสารในชีวิตประจำวันและทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแน่นอน

Table of Contents

“ถ้าสอบติดมหาลัยในฝัน คงจะมีความสุขมากแน่ ๆ” เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนที่กำลังทบทวนเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงจะรู้สึกอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง และไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสนามสอบไหน น้อง ๆ คงจะคุ้นเคยกับการเจอโจทย์หรือประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ถ้า…” หรือ “if…” เช่นเดียวกับประโยคข้างต้นอย่างแน่นอน โดยประโยคเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ประโยคเงื่อนไข” นับว่าเป็นหนึ่งในหัวข้อแกรมมาร์ที่ชวนสับสนไม่น้อย เพราะ If Clause 4 รูปแบบนี้มีเงื่อนไขในการใช้งานและ Tense ที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานการณ์ หากจำสับสนหรือใช้ผิดรูปแบบ จะทำให้ความหมายของประโยคอาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้พี่ ๆ Premier Prep by Ondemand จึงได้เขียนบทความที่จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักกับประโยคเงื่อนไขทั้ง 4 รูปแบบอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในข้อสอบได้จริง

If Clause คืออะไร

ประโยคประเภทนี้มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Conditional sentences เป็นประโยคที่ใช้เพื่อแสดงเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขที่ว่านั้นเป็นจริง ประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนเงื่อนไข (Conditional clause หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า If clause) และส่วนของผลลัพธ์ (Main Clause) โดยเราสามารถสลับตำแหน่งของทั้งสองส่วนได้ แต่ถ้าหากประโยคขึ้นต้นด้วยส่วนที่เป็นเงื่อนไขก่อนจะต้องมีเครื่องหมายจุลภาค (comma) คั่นกลางแล้วจึงตามด้วยส่วนที่เป็นผลลัพธ์เสมอ

If Clause 4 รูปแบบ มีอะไรบ้าง

การบอกเงื่อนไขในภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบเดียว ดังนั้นน้อง ๆ ควรแยกให้ออกว่า โครงสร้าง If Clause 4 รูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร และจะใช้แต่ละรูปแบบในสถานการณ์แบบไหนบ้าง เนื่องจากในสนามสอบระดับประเทศอย่าง TGAT หรือ A-Level ก็มักจะหยิบเรื่องนี้มาวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษของผู้เข้าสอบอยู่หลายครั้ง โดยประโยคเงื่อนไขแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้ 

Conditional sentences (If-Clause)

Type

If Clause

Main Clause

Type 0: Zero conditional

If + Present simple

Present Simple

Type 1: First conditional

If + Present simple

S + will + V.inf

Type 2: Second conditional

If + Past simple

S + would + V.inf

Type 3: Third Conditional

If + Past Perfect

S + would have + V.3

โครงสร้างประโยค If Clause แต่ละแบบ

หลังจากได้เห็นหน้าตาโครงสร้างของประโยคเงื่อนไขแต่ละประเภทแล้ว หลายคนคงสงสัยกันว่า If Clause 4 รูปแบบนั้นแตกต่างกันยังไงบ้าง วันนี้พี่ ๆ จะพาไปเจาะลึกดูว่า If Clause แต่ละรูปแบบมีหลักการใช้งานแบบไหน 

Type 0 Zero Conditional

“โครงสร้าง If + Present Simple, Present Simple”

รูปแบบแรกใช้เมื่อเมื่อพูดถึงถึงกฎธรรมชาติ ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จำง่าย ๆ ว่าใช้พูดถึงข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่เป็นจริงเสมอไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่ครั้งก็ตาม ทั้งสองประโยคจะใช้กริยารูปปัจจุบันเหมือนกันทั้งคู่ ตัวอย่างเช่น

If you heat ice, it melts. (ถ้าใช้ความร้อนกับน้ำแข็ง มันจะละลาย)

If the sun goes down, it gets dark. (ถ้าพระอาทิตย์ตกดิน ฟ้าจะมืด)

Type 1 First Conditional

“โครงสร้าง If + Present Simple, will + V.Infinitive”

รูปแบบนี้ใช้เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง โดยในส่วนของ Main Clause สามารถใช้กริยาช่วยตัวอื่นที่บ่งบอกอนาคตแทนกริยา will ได้ด้วยนะ ตัวอย่างเช่น

If it doesn’t rain tomorrow, we will go to the park. (ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก เราจะไปที่สวนสาธารณะ)

If Sammy rings, I might ask her to come over for dinner. (ถ้าแซมมี่โทรมา ฉันอาจจะชวนเธอมาทานอาหารเย็น)

Type 2 Second Conditional

“โครงสร้าง If + Past Simple, would + V.inf”

รูปแบบนี้ใช้พูดถึงเหตุการณ์สมมุติที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน โดยในส่วนของ Main Clause สามารถใช้กริยาช่วยตัวอื่นนอกเหนือจาก would ได้เช่นเดียวกัน และอีกจุดสำคัญที่ต้องจำให้แม่น คือ หากประธานเป็น “I, he, she, it” เมื่อใช้คู่กับ V. to be จะต้องผันกริยาเป็น “were” เสมอ ไม่ใช่ was ตัวอย่างเช่น 

I would not worry if I were you. (ถ้าหากฉันเป็นเธอ ฉันคงไม่กังวล)

If we had a garden, we could have a cat. (ถ้าเรามีสวน เราอาจจะเลี้ยงแมวได้นะ)

Type 3 Third Conditional

“โครงสร้าง If + Past Perfect, would have + V.3”

รูปแบบนี้ใช้สมมติเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพื่อพูดถึงผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างไปหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น

If I had studied harder, I would have passed the exam. (ถ้าฉันตั้งใจเรียนมากกว่านี้ ฉันคงสอบผ่าน)

If you had told me about the meeting, I would have come. (ถ้าเธอบอกฉันเรื่องประชุม ฉันคงมา)

โครงสร้างประโยคย้อนกลับ If Clause

หลังจากได้เรียนรู้โครงสร้าง If Clause 4 รูปแบบแล้ว พี่ ๆ ยังมีอีกหนึ่งโครงสร้างที่น่าสนใจไม่แพ้กันมาให้น้อง ๆ ได้ทำความรู้จักอีกด้วย นั่นก็คือ โครงสร้างแบบย้อนกลับ (Inversion) ของประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 1, 2, และ 3 ซึ่งมีโอกาสจะปรากฏในโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับนั่นเอง 

ตารางโครงสร้างย้อนกลับประโยค If Clause

ประเภท

โครงสร้างประโยคย้อนกลับของ If Clause

ตัวอย่างประโยค

First conditional

Should + S + V

Should Sammy ring, I might ask her to come over for dinner.

Second conditional

Were + S + (to V)

Were I you, I would not worry.

Were I to resign, we would struggle.

Third Conditional

Had + S + V.3

Had I studied harder, I would have passed the exam.

If Clause 4 รูปแบบออกข้อสอบแบบไหนบ้าง

If Clause ถือเป็นหนึ่งในไวยากรณ์ที่ออกสอบบ่อยในสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยและข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษต่าง ๆ โดยมักปรากฏในรูปแบบข้อสอบ Sentence completion และข้อสอบหาจุดผิดไวยากรณ์ ( Error Identification) มาดูตัวอย่างโจทย์กันก่อนเลย

ตัวอย่างโจทย์ Sentence Completion

โจทย์ If the company had modernized its outdated systems, productivity ______________ substantially.

  1. will increase
  2. would increase
  3. would have increased
  4. increases

คำตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 3 เพราะเมื่อพิจารณาจากรูปประโยคเงื่อนไขในโจทย์ จะพบว่าใช้โครงสร้าง Past Perfect Tense (had + V.3) ซึ่งตรงกับประโยคเงื่อนไขประเภท Third Conditional ดังนั้นในส่วนของประโยคผลลัพธ์จึงต้องใช้โครงสร้างประโยค S + would have + V.3 นั้นเอง ซึ่งหมายถึงว่า ในความเป็นจริงบริษัทไม่ได้ปรับปรุงระบบเก่าให้ทันสมัย ผลผลิตก็เลยไม่เพิ่มขึ้น ประโยคนี้จึงเป็นการสมมติย้อนหลังว่า ถ้าบริษัททำแบบนั้นในอดีต ผลลัพธ์ในตอนนี้จะต่างไปจากที่เกิดขึ้นจริง

ตัวอย่างโจทย์ Error Identification 

โจทย์ If she (1) had studied harder, she (2) will pass (3) the final exam (4) last semester.

คำตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 2 เพราะเมื่อพิจารณาจากรูปประโยคเงื่อนไขคือ “If she had studied harder” ซึ่งใช้ Past Perfect Tense (had + V.3) ร่วมกับคำบอกเวลา “last semester” ที่ระบุถึงเหตุการณ์ในอดีตชัดเจน ดังนั้น ตัวเลือก “will pass” จึงผิดหลักไวยากรณ์ และต้องแก้ไขให้ถูกต้องเป็น “would have passed” เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของประโยคเงื่อนไขประเภท Third Conditional ที่เป็นการสมมุติเรื่องตรงข้ามกับความจริงในอดีต

เรียนภาษาอังกฤษกับ Premier Prep

เป็นยังไงกันบ้างกับตัวอย่างโจทย์ที่พี่ ๆ ลองเอามาให้ทำกันในวันนี้? ถ้าหากน้อง ๆ อยากลองฝึกทำโจทย์เพิ่มเติม ที่ Premier Prep by OnDemand ก็มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและคลังโจทย์แบบฉบับจัดเต็มรอให้น้อง ๆ มาอัพสกิลกันอยู่ รับรองว่าหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเจอกับโจทย์เรื่องไหน ๆ ก็ทำคะแนนได้ผ่านฉลุยแน่นอน!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ If Clause 4 รูปแบบ (FAQs)

Q: If Clause คืออะไร ?

A: If Clause 4 รูปแบบ คือ ประโยคเงื่อนไขในภาษาอังกฤษที่แบ่งตามความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ ได้แก่ Zero conditional (ความจริงเสมอ), First conditional (อนาคตที่เป็นไปได้), Second conditional (สมมติที่ตรงข้ามกับปัจจุบัน) และ Third conditional (สมมติที่ตรงข้ามกับอดีต)

A: เพราะ Second Conditional เป็นการสมมติเหตุการณ์ที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นการใช้ “were” กับประธานทุกตัวจะช่วยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงข้อสมมติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง

A: ได้ แต่ถ้าหากขึ้นต้นด้วยประโยคเงื่อนไข จะต้องใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่นก่อนขึ้นประโยคผลลัพธ์ แต่หากขึ้นต้นด้วยประโยคผลลัพธ์ก่อน ไม่จำเป็นต้องใส่จุลภาคคั่นกลาง

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง