Key Takeaways:
If Clause 4 รูปแบบ คือโครงสร้างประโยคเงื่อนไข หรือ Conditional Sentences ในภาษาอังกฤษที่ใช้บอกเรื่องสมมุติหรือเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อน แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. Zero Conditional 2. First Conditional 3. Second Conditional และ 4. Third Conditional การเข้าใจโครงสร้างและกาล (Tense) ของแต่ละรูปแบบอย่างถูกต้องจะช่วยให้สื่อสารในชีวิตประจำวันและทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแน่นอน
Table of Contents
“ถ้าสอบติดมหาลัยในฝัน คงจะมีความสุขมากแน่ ๆ” เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนที่กำลังทบทวนเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงจะรู้สึกอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง และไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสนามสอบไหน น้อง ๆ คงจะคุ้นเคยกับการเจอโจทย์หรือประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ถ้า…” หรือ “if…” เช่นเดียวกับประโยคข้างต้นอย่างแน่นอน โดยประโยคเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ประโยคเงื่อนไข” นับว่าเป็นหนึ่งในหัวข้อแกรมมาร์ที่ชวนสับสนไม่น้อย เพราะ If Clause 4 รูปแบบนี้มีเงื่อนไขในการใช้งานและ Tense ที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานการณ์ หากจำสับสนหรือใช้ผิดรูปแบบ จะทำให้ความหมายของประโยคอาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้พี่ ๆ Premier Prep by Ondemand จึงได้เขียนบทความที่จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักกับประโยคเงื่อนไขทั้ง 4 รูปแบบอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในข้อสอบได้จริง
If Clause คืออะไร
ประโยคประเภทนี้มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Conditional sentences เป็นประโยคที่ใช้เพื่อแสดงเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขที่ว่านั้นเป็นจริง ประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนเงื่อนไข (Conditional clause หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า If clause) และส่วนของผลลัพธ์ (Main Clause) โดยเราสามารถสลับตำแหน่งของทั้งสองส่วนได้ แต่ถ้าหากประโยคขึ้นต้นด้วยส่วนที่เป็นเงื่อนไขก่อนจะต้องมีเครื่องหมายจุลภาค (comma) คั่นกลางแล้วจึงตามด้วยส่วนที่เป็นผลลัพธ์เสมอ
If Clause 4 รูปแบบ มีอะไรบ้าง
การบอกเงื่อนไขในภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบเดียว ดังนั้นน้อง ๆ ควรแยกให้ออกว่า โครงสร้าง If Clause 4 รูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร และจะใช้แต่ละรูปแบบในสถานการณ์แบบไหนบ้าง เนื่องจากในสนามสอบระดับประเทศอย่าง TGAT หรือ A-Level ก็มักจะหยิบเรื่องนี้มาวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษของผู้เข้าสอบอยู่หลายครั้ง โดยประโยคเงื่อนไขแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้
Conditional sentences (If-Clause)
|
Type |
If Clause |
Main Clause |
|
Type 0: Zero conditional |
If + Present simple |
Present Simple |
|
Type 1: First conditional |
If + Present simple |
S + will + V.inf |
|
Type 2: Second conditional |
If + Past simple |
S + would + V.inf |
|
Type 3: Third Conditional |
If + Past Perfect |
S + would have + V.3 |
โครงสร้างประโยค If Clause แต่ละแบบ
หลังจากได้เห็นหน้าตาโครงสร้างของประโยคเงื่อนไขแต่ละประเภทแล้ว หลายคนคงสงสัยกันว่า If Clause 4 รูปแบบนั้นแตกต่างกันยังไงบ้าง วันนี้พี่ ๆ จะพาไปเจาะลึกดูว่า If Clause แต่ละรูปแบบมีหลักการใช้งานแบบไหน
Type 0 Zero Conditional
“โครงสร้าง If + Present Simple, Present Simple”
รูปแบบแรกใช้เมื่อเมื่อพูดถึงถึงกฎธรรมชาติ ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จำง่าย ๆ ว่าใช้พูดถึงข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่เป็นจริงเสมอไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่ครั้งก็ตาม ทั้งสองประโยคจะใช้กริยารูปปัจจุบันเหมือนกันทั้งคู่ ตัวอย่างเช่น
If you heat ice, it melts. (ถ้าใช้ความร้อนกับน้ำแข็ง มันจะละลาย)
If the sun goes down, it gets dark. (ถ้าพระอาทิตย์ตกดิน ฟ้าจะมืด)
Type 1 First Conditional
“โครงสร้าง If + Present Simple, will + V.Infinitive”
รูปแบบนี้ใช้เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง โดยในส่วนของ Main Clause สามารถใช้กริยาช่วยตัวอื่นที่บ่งบอกอนาคตแทนกริยา will ได้ด้วยนะ ตัวอย่างเช่น
If it doesn’t rain tomorrow, we will go to the park. (ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก เราจะไปที่สวนสาธารณะ)
If Sammy rings, I might ask her to come over for dinner. (ถ้าแซมมี่โทรมา ฉันอาจจะชวนเธอมาทานอาหารเย็น)
Type 2 Second Conditional
“โครงสร้าง If + Past Simple, would + V.inf”
รูปแบบนี้ใช้พูดถึงเหตุการณ์สมมุติที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน โดยในส่วนของ Main Clause สามารถใช้กริยาช่วยตัวอื่นนอกเหนือจาก would ได้เช่นเดียวกัน และอีกจุดสำคัญที่ต้องจำให้แม่น คือ หากประธานเป็น “I, he, she, it” เมื่อใช้คู่กับ V. to be จะต้องผันกริยาเป็น “were” เสมอ ไม่ใช่ was ตัวอย่างเช่น
I would not worry if I were you. (ถ้าหากฉันเป็นเธอ ฉันคงไม่กังวล)
If we had a garden, we could have a cat. (ถ้าเรามีสวน เราอาจจะเลี้ยงแมวได้นะ)
Type 3 Third Conditional
“โครงสร้าง If + Past Perfect, would have + V.3”
รูปแบบนี้ใช้สมมติเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพื่อพูดถึงผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างไปหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น
If I had studied harder, I would have passed the exam. (ถ้าฉันตั้งใจเรียนมากกว่านี้ ฉันคงสอบผ่าน)
If you had told me about the meeting, I would have come. (ถ้าเธอบอกฉันเรื่องประชุม ฉันคงมา)
โครงสร้างประโยคย้อนกลับ If Clause
หลังจากได้เรียนรู้โครงสร้าง If Clause 4 รูปแบบแล้ว พี่ ๆ ยังมีอีกหนึ่งโครงสร้างที่น่าสนใจไม่แพ้กันมาให้น้อง ๆ ได้ทำความรู้จักอีกด้วย นั่นก็คือ โครงสร้างแบบย้อนกลับ (Inversion) ของประโยคเงื่อนไขประเภทที่ 1, 2, และ 3 ซึ่งมีโอกาสจะปรากฏในโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับนั่นเอง
ตารางโครงสร้างย้อนกลับประโยค If Clause
|
ประเภท |
โครงสร้างประโยคย้อนกลับของ If Clause |
ตัวอย่างประโยค |
|
First conditional |
Should + S + V |
Should Sammy ring, I might ask her to come over for dinner. |
|
Second conditional |
Were + S + (to V) |
Were I you, I would not worry. Were I to resign, we would struggle. |
|
Third Conditional |
Had + S + V.3 |
Had I studied harder, I would have passed the exam. |
If Clause 4 รูปแบบออกข้อสอบแบบไหนบ้าง
If Clause ถือเป็นหนึ่งในไวยากรณ์ที่ออกสอบบ่อยในสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยและข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษต่าง ๆ โดยมักปรากฏในรูปแบบข้อสอบ Sentence completion และข้อสอบหาจุดผิดไวยากรณ์ ( Error Identification) มาดูตัวอย่างโจทย์กันก่อนเลย
ตัวอย่างโจทย์ Sentence Completion
โจทย์ If the company had modernized its outdated systems, productivity ______________ substantially.
- will increase
- would increase
- would have increased
- increases
คำตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 3 เพราะเมื่อพิจารณาจากรูปประโยคเงื่อนไขในโจทย์ จะพบว่าใช้โครงสร้าง Past Perfect Tense (had + V.3) ซึ่งตรงกับประโยคเงื่อนไขประเภท Third Conditional ดังนั้นในส่วนของประโยคผลลัพธ์จึงต้องใช้โครงสร้างประโยค S + would have + V.3 นั้นเอง ซึ่งหมายถึงว่า ในความเป็นจริงบริษัทไม่ได้ปรับปรุงระบบเก่าให้ทันสมัย ผลผลิตก็เลยไม่เพิ่มขึ้น ประโยคนี้จึงเป็นการสมมติย้อนหลังว่า ถ้าบริษัททำแบบนั้นในอดีต ผลลัพธ์ในตอนนี้จะต่างไปจากที่เกิดขึ้นจริง
ตัวอย่างโจทย์ Error Identification
โจทย์ If she (1) had studied harder, she (2) will pass (3) the final exam (4) last semester.
คำตอบที่ถูกต้อง คือ ตัวเลือก 2 เพราะเมื่อพิจารณาจากรูปประโยคเงื่อนไขคือ “If she had studied harder” ซึ่งใช้ Past Perfect Tense (had + V.3) ร่วมกับคำบอกเวลา “last semester” ที่ระบุถึงเหตุการณ์ในอดีตชัดเจน ดังนั้น ตัวเลือก “will pass” จึงผิดหลักไวยากรณ์ และต้องแก้ไขให้ถูกต้องเป็น “would have passed” เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของประโยคเงื่อนไขประเภท Third Conditional ที่เป็นการสมมุติเรื่องตรงข้ามกับความจริงในอดีต
เรียนภาษาอังกฤษกับ Premier Prep
เป็นยังไงกันบ้างกับตัวอย่างโจทย์ที่พี่ ๆ ลองเอามาให้ทำกันในวันนี้? ถ้าหากน้อง ๆ อยากลองฝึกทำโจทย์เพิ่มเติม ที่ Premier Prep by OnDemand ก็มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและคลังโจทย์แบบฉบับจัดเต็มรอให้น้อง ๆ มาอัพสกิลกันอยู่ รับรองว่าหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเจอกับโจทย์เรื่องไหน ๆ ก็ทำคะแนนได้ผ่านฉลุยแน่นอน!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ If Clause 4 รูปแบบ (FAQs)
Q: If Clause คืออะไร ?
A: If Clause 4 รูปแบบ คือ ประโยคเงื่อนไขในภาษาอังกฤษที่แบ่งตามความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ ได้แก่ Zero conditional (ความจริงเสมอ), First conditional (อนาคตที่เป็นไปได้), Second conditional (สมมติที่ตรงข้ามกับปัจจุบัน) และ Third conditional (สมมติที่ตรงข้ามกับอดีต)
Q: ทำไม Second Conditional ต้องใช้ "were" แทน "was" ?
A: เพราะ Second Conditional เป็นการสมมติเหตุการณ์ที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นการใช้ “were” กับประธานทุกตัวจะช่วยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงข้อสมมติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง
Q: สามารถสลับตำแหน่งประโยคเงื่อนไขกับประโยคผลลัพธ์ได้หรือไม่ ?
A: ได้ แต่ถ้าหากขึ้นต้นด้วยประโยคเงื่อนไข จะต้องใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่นก่อนขึ้นประโยคผลลัพธ์ แต่หากขึ้นต้นด้วยประโยคผลลัพธ์ก่อน ไม่จำเป็นต้องใส่จุลภาคคั่นกลาง

ทีมวิชาการและแนะแนวการศึกษา OnDemand | OnDemand Academic & Career Advisory Team
ทีมพี่ ๆ ติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทย์-คณิต และการเตรียมสอบ TCAS (TGAT, TPAT, A-Level) ประสบการณ์กว่า 18 ปี พร้อมดูแลน้อง ๆ ในสไตล์แบบ “”พี่สอนน้อง”” ที่เน้นความเข้าใจจริง เทคนิคทำโจทย์แม่นยำ เป็นพาร์ตเนอร์ทางการศึกษาที่น่าเชื่อถือของน้อง ๆ และผู้ปกครอง


