สรุป จำนวนเชิงซ้อน ม.5 อธิบายครบ สูตร พร้อมตัวอย่างโจทย์และเฉลยละเอียด

จำนวนเชิงซ้อน ม.5

Key Takeaways:

จำนวนเชิงซ้อน (Complex Number): อยู่ในรูป z = a + bi โดยที่ a คือส่วนจริง และ b คือส่วนจินตภาพ หน่วยจินตภาพ (i): นิยามโดย i = \sqrt{-1} หรือ i^2 = -1 มีสมบัติการวนลูปทุกๆ 4 ค่าพลังงาน การดำเนินการ: การบวก/ลบทำแยกส่วนจริงและส่วนจินตภาพ ส่วนการหารใช้สังยุคของตัวหารในการคูณทั้งเศษและส่วน รูปเชิงขั้ว (Polar Form): ช่วยให้การยกกำลังและการถอดรากของจำนวนเชิงซ้อนทำได้ง่ายขึ้นโดยใช้ทฤษฎีบทของเดอมัวฟร์ (De Moivre’s Theorem)

Table of Contents

บทเรียนเรื่อง จำนวนเชิงซ้อน ม.5 ถือเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ม.ปลาย ที่ต่อยอดระบบจำนวนจริงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแก้สมการที่ไม่สามารถหาคำตอบในระบบจำนวนจริงได้ บทความนี้จะพาน้องๆ ม.5 ไปทำความเข้าใจเรื่องจำนวนเชิงซ้อนอย่างเจาะลึก ตั้งแต่นิยามพื้นฐาน การดำเนินการ สูตรจำนวนเชิงซ้อน การแปลงเป็นรูปเชิงขั้ว ตลอดจนตะลุย โจทย์จำนวนเชิงซ้อนพร้อมเฉลย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบในโรงเรียนและสอบเข้ามหาวิทยาลัย (A-Level / TPAT)

สมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.ปลาย : จำนวนเชิงซ้อน กับ OnDemand

จำนวนเชิงซ้อน คืออะไร? นิยามและโครงสร้างพื้นฐาน

ในระบบจำนวนจริง เมื่อเราเจอยกกำลังสอง เช่น x^2 = -1 จะพบว่าไม่มีจำนวนจริงใดที่ยกกำลังสองแล้วได้ค่าติดลบ จึงมีการสร้างระบบจำนวนใหม่ขึ้นมาเรียกว่า จำนวนเชิงซ้อน (Complex Numbers)

ส่วนจริง (Real Part) และส่วนจินตภาพ (Imaginary Part)

จำนวนเชิงซ้อนมักเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ z ซึ่งอยู่ในรูปมาตรฐานคือ:

z = a + bi

โดยที่:

  • a คือ ส่วนจริง (Real Part) เขียนแทนด้วย Re(z) = a
  • b คือ ส่วนจินตภาพ (Imaginary Part) เขียนแทนด้วย Im(z) = b
  • i คือ หน่วยจินตภาพ (Imaginary Unit)

นิยามของ i และสมบัติการวนลูปของ i^n

ค่าของ i มีนิยามหลักคือ i = \sqrt{-1} หรือ i^2 = -1 ซึ่งเลขยกกำลังของ i จะมีรูปแบบการวนลูปทุกๆ 4 ลำดับ ดังนี้:

  • i^1 = i
  • i^2 = -1
  • i^3 = -i
  • i^4 = 1

เทคนิคการคำนวณ i^n: ให้นำเลขชี้กำลัง n มาหารด้วย 4 แล้วดูเศษที่เหลือ:

  • เศษ 1 ค่าเท่ากับ i
  • เศษ 2 ค่าเท่ากับ -1
  • เศษ 3 ค่าเท่ากับ -i
  • ลงตัว (เศษ 0) ค่าเท่ากับ 1

การบวก ลบ คูณ และหาร จำนวนเชิงซ้อน

การดำเนินการของ จำนวนเชิงซ้อน ม.5 มีหลักการคล้ายกับการพหุนามทั่วไป ดังนี้:

การบวกและการลบ

ให้นำส่วนจริงบวก/ลบกับส่วนจริง และนำส่วนจินตภาพบวก/ลบกับส่วนจินตภาพ

กำหนดให้ z_1 = a + bi และ z_2 = c + di

  • z_1 + z_2 = (a + c) + (b + d)i
  • z_1 – z_2 = (a – c) + (b – d)i

การคูณ

ใช้กฎการกระจายแบบพหุนาม โดยจำไว้เสมอว่า i^2 = -1

z_1 \cdot z_2 = (a + bi)(c + di) = ac + adi + bci + bdi^2 = (ac – bd) + (ad + bc)i

การหาร

การหารจำนวนเชิงซ้อน จะใช้วิธีนำ สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน (Conjugate) ของตัวหารมาคูณทั้งเศษและส่วน เพื่อเปลี่ยนส่วนจินตภาพที่ตัวหารให้กลายเป็นจำนวนจริง

สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน (Conjugate) และค่าสัมบูรณ์ (Absolute Value)

สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน (Conjugate)

ถ้า z = a + bi สังยุคของ z เขียนแทนด้วย \bar{z} คือการเปลี่ยนเครื่องหมายหน้าส่วนจินตภาพเป็นตรงกันข้าม:

\bar{z} = a – bi

สมบัติสำคัญของสังยุค:

  • z \cdot \bar{z} = a^2 + b^2 (ผลลัพธ์เป็นจำนวนจริงเสมอ)
  • \overline{z_1 \pm z_2} = \bar{z}_1 \pm \bar{z}_2
  • \overline{z_1 \cdot z_2} = \bar{z}_1 \cdot \bar{z}_2

ค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อน (Absolute Value)

ค่าสัมบูรณ์ของ z = a + bi เขียนแทนด้วย |z| คือระยะห่างจากจุดกำเนิด (0,0) บนระนาบเชิงซ้อน คำนวณจาก:

|z| = \sqrt{a^2 + b^2}

จำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว (Polar Form)

เมื่อต้องการยกกำลังสูงๆ หรือถอดรากของจำนวนเชิงซ้อน การใช้รูปมาตรฐาน a + bi จะคำนวณได้ยาก จึงนิยมเปลี่ยนเป็น รูปเชิงขั้ว

สูตรการแปลงเป็นรูปเชิงขั้ว

z = r(\cos\theta + i\sin\theta) หรือเขียนย่อว่า z = r \text{cis} \theta

โดยที่:

  • r = |z| = \sqrt{a^2 + b^2} (ค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อน)
  • \tan\theta = \frac{b}{a} โดย \theta คืออาร์กิวเมนต์ (Argument) ของ z (ระวังการเช็คควัอดรันต์ของจุด (a,b))

ทฤษฎีบทของเดอมัวฟร์ (De Moivre’s Theorem)

ใช้สำหรับการยกกำลังของจำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว:

z^n = [r(\cos\theta + i\sin\theta)]^n = r^n(\cos(n\theta) + i\sin(n\theta))

รวม สูตรจำนวนเชิงซ้อน ม.5 ที่ต้องจำ

หัวข้อ

สูตรคำนวณ

รูปมาตรฐาน

z = a + bi

สังยุค (Conjugate)

\bar{z} = a – bi

ค่าสัมบูรณ์ (Absolute Value)

|z| = \sqrt{a^2 + b^2} และ |z|^2 = z \cdot \bar{z}

รูปเชิงขั้ว (Polar Form)

z = r(\cos\theta + i\sin\theta) โดย r = \sqrt{a^2 + b^2}, \tan\theta = \frac{b}{a}

ทฤษฎีบทเดอมัวฟร์

z^n = r^n(\cos n\theta + i\sin n\theta)

ตัวผกผันการคูณ (z^{-1})

z^{-1} = \frac{\bar{z}}{|z|^2}

โจทย์จำนวนเชิงซ้อนพร้อมเฉลย ละเอียด

ตัวอย่างโจทย์ที่ 1: การหาค่าของ i^n

โจทย์: จงหาค่าของ i^{2567} + i^{2024}

เฉลยละเอียด:

  1. พิจารณา i^{2567}: นำ 2567 หารด้วย 4 ได้เศษ 3 ดังนั้น i^{2567} = i^3 = -i
  2. พิจารณา i^{2024}: นำ 2024 หารด้วย 4 หารลงตัว (เศษ 0) ดังนั้น i^{2024} = i^4 = 1
  3. ผลบวก: i^{2567} + i^{2024} = -i + 1 = 1 – i

ตอบ: 1 – i

ตัวอย่างโจทย์ที่ 2: การคูณและการหารจำนวนเชิงซ้อน

โจทย์: กำหนดให้ z = \frac{3 + 4i}{1 – 2i} จงเขียน z ในรูป a + bi และหาค่าของ |z|

เฉลยละเอียด:

  1. นำสังยุคของตัวหารคือ 1 + 2i มาคูณทั้งเศษและส่วน:
    z = \frac{(3 + 4i)(1 + 2i)}{(1 – 2i)(1 + 2i)}
  2. คำนวณตัวเศษ:
    (3 + 4i)(1 + 2i) = 3 + 6i + 4i + 8i^2 = 3 + 10i – 8 = -5 + 10i
  3. คำนวณตัวส่วน:
    (1 – 2i)(1 + 2i) = 1^2 – (2i)^2 = 1 – (-4) = 5
  4. จะสอดคล้องได้ว่า:
    z = \frac{-5 + 10i}{5} = -1 + 2i
  5. หาค่าสัมบูรณ์ |z|:
    |z| = \sqrt{(-1)^2 + 2^2} = \sqrt{1 + 4} = \sqrt{5}

ตอบ: z = -1 + 2i และ |z| = \sqrt{5}

ตัวอย่างโจทย์ที่ 3: การยกกำลังด้วยรูปเชิงขั้ว

โจทย์: จงหาค่าของ (1 + \sqrt{3}i)^6

เฉลยละเอียด:

  1. ให้ z = 1 + \sqrt{3}i แปลงเป็นรูปเชิงขั้ว:
    หา r = \sqrt{1^2 + (\sqrt{3})^2} = \sqrt{1 + 3} = 2
    หามุม \theta: \tan\theta = \frac{\sqrt{3}}{1} = \sqrt{3} เนื่องจากอยู่ควัอดรันต์ที่ 1 จะได้ \theta = 60^\circ หรือ \frac{\pi}{3}
    ดังนั้น z = 2(\cos 60^\circ + i\sin 60^\circ)
  2. ใช้ทฤษฎีบทของเดอมัวฟร์หา z^6:
    z^6 = 2^6 (\cos(6 \times 60^\circ) + i\sin(6 \times 60^\circ))
    z^6 = 64 (\cos 360^\circ + i\sin 360^\circ)
  3. แทนค่ามุม:
    \cos 360^\circ = 1 และ \sin 360^\circ = 0
    z^6 = 64(1 + 0i) = 64

ตอบ: 64

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: จำนวนจริงถือเป็นจำนวนเชิงซ้อนหรือไม่?

A: ถือเป็นจำนวนเชิงซ้อนครับ โดยจำนวนจริงทุกจำนวนจะมีส่วนจินตภาพเป็น 0 เช่น 5 = 5 + 0i ดังนั้น ระบบจำนวนจริงจึงเป็นสับเซตของระบบจำนวนเชิงซ้อน

A: ไม่จำเป็นครับ ตามอสมการสามเหลี่ยม (Triangle Inequality) ค่าของ |z_1 + z_2| \le |z_1| + |z_2| เสมอ จะเท่ากันก็ต่อเมื่อ z_1 และ z_2 อยู่ในทิศทางเดียวกันจากจุดกำเนิด

A: ให้พิจารณาเครื่องหมายของส่วนจริง a และส่วนจินตภาพ b เพื่อหาควัอดรันต์ก่อน เช่น (-1, 1) อยู่ในควัอดรันต์ที่ 2 มุมอ้างอิงคือ 45^\circ แต่มุมจริงคือ 180^\circ – 45^\circ = 135^\circ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ