ไฟฟ้ากระแสสลับ ม.ปลาย สูตร คำนวณค่า rms การส่งไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า

ไฟฟ้ากระแสสลับ

Key Takeaways:

  • ปริมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้ากระแสสลับมีค่าเปลี่ยนแปลงตามเวลาในรูปแบบฟังก์ชันไซน์
  • ค่าที่วัดได้จากเครื่องวัดทางไฟฟ้า คือ ค่าอาร์เอ็มเอส (rms) หรือค่ายังผล
  • หม้อแปลงไฟฟ้าทำงานโดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิ

ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating current: AC) เป็นกระแสไฟฟ้าที่มีทิศการไหลและค่าเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาตามเวลาอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รูปแบบหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของแรงเคลื่อนไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าสลับโดยทั่วไปจะเป็นไปตามฟังก์ชันไซน์ (Sinusoidal waveform) ซึ่งเกิดจากการหมุนขดลวดตัวนำผ่านสนามแม่เหล็กในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (AC generator) การเปลี่ยนแปลงตามเวลาดังกล่าวทำให้ค่าความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าในวงจรมีลักษณะกราฟเทียบกับเวลาเป็นฟังก์ชันคลื่นรูปไซน์อย่างสมบูรณ์

สมัครเรียนคอร์ส กับ OnDemand

Table of Contents

สมการพื้นฐานของไฟฟ้ากระแสสลับ

สมการแสดงความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าขณะใดขณะหนึ่ง

ค่าของความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า ณ เวลา t ใด ๆ สามารถเขียนอยู่ในรูปของฟังก์ชันตรีโกณมิติได้ดังนี้

v(t) = V_{0}\sin(\omega t + \phi)i(t) = I_{0}\sin(\omega t + \phi)

ความสัมพันธ์ของเฟสในวงจรตัวต้านทาน

ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับที่มีเฉพาะตัวต้านทาน (Resistor: R) ความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าจะมีความสัมพันธ์ทางเฟสเป็นแบบ เฟสตรงกัน (In phase) ซึ่งหมายความว่า ความต่างศักย์ไฟฟ้า v และกระแสไฟฟ้า i จะมีค่าสูงสุด ค่าเป็นศูนย์ และมีค่าต่ำสุด ณ เวลาเดียวกันพอดี โดยความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และเวลาเป็นตามสมการ

v(t) = V_{m}\sin(\omega t)

และสมการความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและเวลา เป็นดังนี้

i(t) = I_{m}\sin(\omega t)

ค่าอาร์เอ็มเอส (rms) และค่ายังผล

เนื่องจากปริมาณทางไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากระแสสลับมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามรูปคลื่นไซน์ การนำค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ธรรมดามาใช้อ้างอิงจึงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าเฉลี่ยของคลื่นไซน์สมบูรณ์ตลอดหนึ่งคาบเวลาจะมีค่าเท่ากับศูนย์พอดี ด้วยเหตุนี้ ในทางวิศวกรรมไฟฟ้าและฟิสิกส์จึงกำหนดให้ใช้ ค่าอาร์เอ็มเอส (Root mean square: rms) หรือ ค่ายังผล (Effective value) เป็นมาตรฐานในการระบุปริมาณพลังงานไฟฟ้า 

ความสำคัญของค่าเฉลี่ยแบบรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ย

ค่ายังผลหรือค่าอาร์เอ็มเอส หมายถึง ค่าความต่างศักย์หรือกระแสไฟฟ้ากระแสสลับที่ส่งผลให้เกิดพลังงานความร้อนในตัวต้านทานเท่ากับพลังงานความร้อนที่เกิดจากไฟฟ้ากระแสตรงที่มีขนาดเท่ากันเมื่อต่อกับตัวต้านทานชนิดเดียวกันในเวลาที่เท่ากัน การวัดค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้า (อีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้า) และกระแสไฟฟ้าด้วยเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าทั่วไป เช่น โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ หรือมัลติมิเตอร์ จะแสดงผลลัพธ์เป็นค่า rms เสมอ โดยค่า rms มีนิยามดังนี้

x_rms = \sqrt{\dfrac{x_1 + x_2 + x_3 + … + x_N}{N}}

ความสัมพันธ์ระหว่างค่าสูงสุดและค่ายังผล

สำหรับคลื่นไซน์ ความสัมพันธ์ระหว่างค่าสูงสุดกับค่ายังผลของกระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้าเขียนอธิบายด้วยสมการดังนี้

I_{rms} = \dfrac{I_{m}}{\sqrt{2}}V_{rms} = \dfrac{V_{m}}{\sqrt{2}}

ตัวอย่างของการระบุแรงเคลื่อนไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน คือ ระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรือนของประเทศไทย ซึ่งถูกกำหนดให้มีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 230\text{ V} แรงเคลื่อนไฟบ้านดังกล่าว คือ ค่า V_{rms} = 230\text{ V} ซึ่งเมื่อคำนวณหาค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด V_{m} จะพบว่ามีค่าสูงถึงประมาณ 325\text{ V}

หลักการของหม้อแปลงไฟฟ้า

หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) เป็นอุปกรณ์แม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้สำหรับการปรับเปลี่ยนระดับความต่างศักย์ไฟฟ้ากระแสสลับให้สูงขึ้นหรือต่ำลงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน หม้อแปลงไฟฟ้าประกอบด้วยขดลวดตัวนำสองชุด พันอยู่บนแกนเหล็กอ่อนร่วมกัน ได้แก่ ขดลวดปฐมภูมิ (Primary winding: N_{1}) และ ขดลวดทุติยภูมิ (Secondary winding: N_{2})

การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าข้ามขดลวด

การทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าอาศัยกฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์ (Faraday’s law of induction) เมื่อให้แรงเคลื่อนไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับแก่ขดลวดปฐมภูมิ จะทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฟลักซ์แม่เหล็กนี้จะเดินทางผ่านแกนเหล็กอ่อนไปยังขดลวดทุติยภูมิ เหนี่ยวนำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าในขดลวดทุติยภูมิ สมการคำนวณอัตราส่วนของแรงเคลื่อนไฟฟ้า \mathcal{E} ต่อจำนวนรอบของขดลวด N แสดงได้ดังนี้

\dfrac{\mathcal{E}{2}}{\mathcal{E}{1}} = \dfrac{N_{2}}{N_{1}}

ประเภทและการประยุกต์ใช้งานหม้อแปลง

หม้อแปลงไฟฟ้าจำแนกออกเป็นสองประเภทหลักตามลักษณะของการปรับระดับความต่างศักย์ไฟฟ้า

ประเภทหม้อแปลง

อัตราส่วนขดลวด

ผลต่อความต่างศักย์

หม้อแปลงขึ้น (Step-up transformer)

N_{2} > N_{1}V_{2} > V_{1}

หม้อแปลงลง (Step-down transformer)

N_{2} < N_{1}V_{2} < V_{1}

ตัวอย่างโจทย์ฟิสิกส์ ม.ปลาย ไฟฟ้ากระแสสลับ พร้อมวิธีทำอย่างละเอียด

ตัวอย่าง ต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับเข้ากับตัวต้านทานขนาด 5.0\, \Omega วัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าด้วยโวลต์มิเตอร์อ่านค่าได้ 45\text{ V} จงหากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ผ่านตัวต้านทาน

วิธีทำ การวัดค่าความต่างศักย์ด้วยโวลต์มิเตอร์จะได้ค่าอาร์เอ็มเอสเสมอ ดังนั้น 

V_{rms} = 45\text{ V}

จากความสัมพันธ์ระหว่างค่ายังผลและค่าสูงสุด

V_{rms} = \dfrac{V_{0}}{\sqrt{2}}V_{m} = \sqrt{2} \times V_{rms}V_{m} = 45\sqrt{2} \text{ V}

หากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ผ่านตัวต้านทาน จากกฎของโอห์ม

I_{m} = \dfrac{V_{0}}{R}I_{m} = \dfrac{45\sqrt{2}\text{ V}}{5.0 \Omega}I_{m} =9\sqrt{2}\, \text{A}

ตอบ กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ผ่านตัวต้านทาน 9\sqrt{2}\, \text{A}[/katex]

เรียนไฟฟ้ากระแสสลับ กับ OnDemand

สำหรับน้อง ๆ ม.ปลาย ที่ต้องการเข้าใจเนื้อหาที่เรียนในวิชาฟิสิกส์ หากต้องการเน้นบทไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถเรียนกับ OnDemand ในคอร์สไฟฟ้ากระแสสลับ (0219) หรือต้องการเรียนไปพร้อมกับบทในกลุ่มเนื้อหาเดียวกันสามารถเรียนกับ OnDemand ในคอร์ส Pack ไฟฟ้า (0216-0219) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในบทได้ง่ายขึ้น และถ้าต้องการเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในบทไฟฟ้ากระแสสลับสามารถเรียนในคอร์ส V-Series Physics TCAS เล่ม 5 : กลุ่มไฟฟ้า DEK’70 ได้เพิ่ม นอกจากนี้ ครูของ OnDemand มีเทคนิคการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สรุปเนื้อหาแบบกระชับด้วยเทคนิค Supermap และ X-map พร้อมตะลุยโจทย์หลากหลายแนวเตรียมพร้อมกับทุกสนามสอบ

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่ม 5. พิมพ์ครั้งที่ 1. สกสค. ลาดพร้าว. 
  • Serway, R. A., Jewett, Jr., J. W. (2014). Physics for Scientists and Engineers with Modern Physics. (9𝗍𝗁 ed). BROOKS/COLE CENGAGE Learning.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับ (FAQs)

Q1: แรงดันไฟฟ้าตามบ้านเรือน 230 โวลต์ คือค่าความต่างศักย์ประเภทใด

A1: ค่าแรงดันไฟฟ้า 230 โวลต์ที่ระบุใช้ตามบ้านเรือน คือ ค่าอาร์เอ็มเอส (V_{rms}) หรือค่ายังผล ไม่ใช่ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด (V_{0})

A2: หม้อแปลงไฟฟ้าต้องการการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กตามเวลาเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าในขดลวดทุติยภูมิ ไฟฟ้ากระแสตรงมีกระแสไฟฟ้าคงที่ ทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงฟลักซ์แม่เหล็กตลอดเวลา ส่งผลให้ไม่เกิดการเหนี่ยวนำแรงเคลื่อนไฟฟ้าในทุกช่วงเวลา

A3: กระแสวนเกิดจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวนขึ้นภายในแกนเหล็กตัน นำไปสู่การเกิดความร้อนสะสมและการสูญเสียพลังงาน สามารถแก้ไขได้โดยใช้แผ่นเหล็กอ่อนบาง ๆ หลายแผ่นเคลือบฉนวนวางซ้อนกันแทนการใช้แกนเหล็กตัน

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ