เจาะลึกบท “พอลิเมอร์” เคมี ม.6 สรุปครบทุกประเภท โครงสร้าง และเทคนิคทำข้อสอบ

Key Takeaways

พอลิเมอร์ คือสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ เกิดจากมอนอเมอร์หน่วยย่อยต่อเข้าด้วยกันผ่านปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ ทั้งแบบการเติมและแบบควบแน่น โครงสร้างของพอลิเมอร์แบ่งเป็นแบบเส้น แบบกิ่ง และแบบร่างแห ซึ่งส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันอย่างพลาสติก เส้นใย และยาง การเข้าใจความแตกต่างของโครงสร้างและกระบวนการปรับปรุงสมบัติของพอลิเมอร์ เช่น กระบวนการวัลคาไนเซชัน จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถวิเคราะห์แนวข้อสอบเคมี ม.6 ได้อย่างแม่นยำ

Table of Contents

ƒสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราและเราใช้งานกันบ่อยมากที่สุดคือ พอลิเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก เสื้อผ้าที่สวมใส่ ยางลบ หรือแม้แต่โครงสร้างดีเอ็นเอในร่างกายของเรา ล้วนเป็นพอลิเมอร์ทั้งสิ้น สำหรับน้อง ๆ หลายคน บทนี้อาจดูเหมือนเป็นบทที่ต้องท่องจำเยอะเนื่องจากมีชื่อและโครงสร้างพลาสติกมากมาย แต่ถ้าเราจับหลักการเชื่อมโยงจากสารตั้งต้นขนาดเล็กไปจนถึงสมบัติของผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ได้ บทนี้จะกลายเป็นบทเก็บคะแนนที่ง่ายและทำเวลารวดเร็วที่สุดในห้องสอบ บทความนี้จะพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกเนื้อหาอย่างเป็นระบบ

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี: ต้นกำเนิดของพอลิเมอร์

ก่อนจะมาเป็นพลาสติกหรือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Petrochemical Industry) ซึ่งปิโตรเลียม (น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ) ที่ขุดขึ้นมาได้จะผ่านกระบวนการกลั่นลำดับส่วนเพื่อแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนออกเป็นส่วนต่าง ๆ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนขนาดเล็กที่ได้จากกระบวนการนี้ เช่น เอทิลีน (Ethylene) และโพรพิลีน (Propylene) จะทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น เพื่อนำไปแปรรูปและส่งต่อให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางและขั้นปลาย ในการสังเคราะห์สารโมเลกุลใหญ่ที่เราเรียกว่าพอลิเมอร์นั่นเอง

พอลิเมอร์และมอนอเมอร์ (การจำแนกประเภทของพอลิเมอร์)

คำว่า พอลิเมอร์ (Polymer) มาจากรากศัพท์ที่แปลว่า “หลายหน่วย” ส่วนหน่วยย่อยพื้นฐานที่นำมาต่อกันจะเรียกว่า มอนอเมอร์ (Monomer) หากเปรียบพอลิเมอร์เป็นสร้อยลูกปัดยาว มอนอเมอร์ก็คือลูกปัดแต่ละเม็ดนั่นเอง เราสามารถจำแนกประเภทของพอลิเมอร์ออกได้หลายเกณฑ์ ดังนี้

1. จำแนกตามการเกิดของพอลิเมอร์

  • พอลิเมอร์ธรรมชาติ (Natural Polymers): เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น แป้ง เซลลูโลส โปรตีน ยางธรรมชาติ และ DNA
  • พอลิเมอร์สังเคราะห์ (Synthetic Polymers): เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยปฏิกิริยาทางเคมี เช่น พลาสติก (PVC PE PP) ไนลอน และยางสังเคราะห์

2. จำแนกตามองค์ประกอบของพอลิเมอร์

  • พอลิเมอร์เอกพันธุ์ (Homopolymer): พอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดเดียวกันทั้งหมด เช่น แป้ง (เกิดจากกลูโคสทั้งหมด) หรือพอลิเอทิลีน (PE)

  • พอลิเมอร์ร่วม (Copolymer): พอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์ต่างชนิดกันมาเชื่อมต่อกัน เช่น โปรตีน (เกิดจากกรดอะมิโนต่างชนิดกัน) หรือยาง SBR

3. จำแนกตามโครงสร้างของพอลิเมอร์

โครงสร้างภายในของโมเลกุลเป็นตัวกำหนดสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของพอลิเมอร์ แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • โครงสร้างแบบเส้น (Linear Polymer): สายพอลิเมอร์เรียงชิดติดกันแน่นหนา มีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลสูง ทำให้มีความหนาแน่นสูง จุดหลอมเหลวสูง เหนียวและขุ่น เช่น HDPE PVC

  • โครงสร้างแบบกิ่ง (Branched Polymer): มีกิ่งก้านสาขายื่นออกมา ทำให้โมเลกุลไม่สามารถเรียงชิดกันได้แน่น ความหนาแน่นต่ำ จุดหลอมเหลวต่ำ ยืดหยุ่นและใส เช่น LDPE

  • โครงสร้างแบบร่างแห (Cross-Linked Polymer): มีการเชื่อมต่อระหว่างสายทางเคมี มีความแข็งมาก แต่เปราะ ไม่หลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน หากอุณหภูมิสูงเกินไปจะไหม้และแตกหัก เช่น เมลามีน

ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์

กระบวนการเชื่อมต่อมอนอเมอร์เข้าด้วยกันจนกลายเป็นสายยาว เรียกว่าปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ (Polymerization) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบเติม (Addition Polymerization)

เกิดจากมอนอเมอร์ที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบบไม่อิ่มตัว (มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอน C=C) โดยเมื่อเกิดปฏิกิริยา พันธะคู่จะแตกออกกลายเป็นพันธะเดี่ยวเพื่อไปจับกับโมเลกุลข้างเคียงต่อกันไปเรื่อย ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีเพียงพอลิเมอร์เท่านั้น ไม่มีสารโมเลกุลเล็กหลุดออกมา ตัวอย่างเช่น พอลิเอทิลีน (PE) พอลิโพรพิลีน (PP) พอลิสไตรีน (PS) พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC)

2. ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบควบแน่น (Condensation Polymerization)

เกิดจากมอนอเมอร์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน (Functional Group) มากกว่า 1 หมู่ อยู่ในโมเลกุล เมื่อหมู่ฟังก์ชันของโมเลกุลหนึ่งทำปฏิกิริยากับอีกโมเลกุลหนึ่ง จะเกิดการเชื่อมต่อกันพร้อมกับมีสารโมเลกุลขนาดเล็กหลุดออกมาด้วยเสมอ เช่น น้ำ แก๊สแอมโมเนีย หรือกรดไฮโดรคลอริก ตัวอย่างเช่น ไนลอน (Nylon) พอลิเอสเทอร์

พลาสติก: ประเภท สัญลักษณ์ และการใช้ประโยชน์

พลาสติก เป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่นำมาขึ้นรูปได้หลากหลาย โดยจำแนกพลาสติกออกเป็น 2 ประเภทตามโครงสร้าง ดังนี้

  • เทอร์มอพลาสติก (Thermoplastic): มีโครงสร้างแบบเส้นหรือแบบกิ่ง เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัวและหลอมเหลว สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ เช่น PE PP PVC PS
  • พลาสติกเทอร์มอเซต (Thermosetting plastic): มีโครงสร้างแบบร่างแห มีความแข็งแรงทนทาน ทนความร้อนได้ดี แต่หากได้รับความร้อนสูงเกินไปจะไม่อ่อนตัวแต่จะไหม้และแตกหัก ไม่สามารถนำมารีไซเคิลหลอมใหม่ได้ เช่น เมลามีน พอลิยูรีเทน

สัญลักษณ์แสดงประเภทของพลาสติกรีไซเคิลตามสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติก ประเทศสหรัฐอเมริกา (The Society of Plastics Industry; SPI)

เส้นใย: จากธรรมชาติสู่เส้นใยสังเคราะห์

เส้นใย (Fibers) คือพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลยาว เหมาะสำหรับการนำมาปั่นเป็นเส้นด้ายและถักทอเป็นผืนผ้า สามารถแบ่งตามที่มาและโครงสร้างทางเคมีออกเป็น 3 กลุ่ม

  • เส้นใยธรรมชาติ: แบ่งเป็นเส้นใยจากพืชที่มีองค์ประกอบหลักเป็นเซลลูโลส (เช่น ฝ้าย ป่าน ปอ) และเส้นใยจากสัตว์ที่เป็นโปรตีน (เช่น ขนแกะ ไหม) มีข้อดีคือซับน้ำและระบายอากาศได้ดี แต่ยับง่ายและเกิดราง่าย
  • เส้นใยสังเคราะห์: เกิดจากกระบวนการทางเคมี 100% มอนอเมอร์ต่อกันด้วยพันธะเคมี เช่น ไนลอน (Nylon) และดาครอน (พอลิเอสเทอร์) มีสมบัติเหนียว ทนทาน แห้งง่าย ไม่ยับ 
  • เส้นใยกึ่งสังเคราะห์ (Semi-synthetic Fibers): เกิดจากการนำเส้นใยธรรมชาติ (เช่น เซลลูโลสจากไม้) มาทำปฏิกิริยาเคมีปรับปรุงคุณภาพ ให้ได้โครงสร้างใหม่ เพื่อให้มีสมบัติที่ดี เหมาะสมกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น เช่น เรยอน (Rayon) เซลลูโลสแอซีเตต

ยาง: โครงสร้างและกระบวนการวัลคาไนเซชัน

ยาง (Rubber) เป็นพอลิเมอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถดึงให้ยืดออกและหดกลับคืนรูปเดิมได้ดี

  • ยางธรรมชาติ (Natural Rubber): มอนอเมอร์ของยางธรรมชาติคือ ไอโซพรีน (Isoprene) เมื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์ เรียกว่า พอลิไอโซพรีน ยางดิบที่ได้จากต้นยางจะมีข้อเสียคือ เมื่อได้รับความร้อนจะเหนียวและอ่อนตัว แข็งและเปราะเมื่อถูกความเย็น

พอลิไอโซพรีน

  • ยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber): ยางที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการทางเคมีเพื่อเลียนแบบยางธรรมชาติ โดยมีสมบัติทนความร้อน สารเคมี และสภาพอากาศที่รุนแรงได้ดีกว่ายางธรรมชาติ เช่น พอลิบิวทาไดอีน พอลิคลอโรพรีน ยาง SBR ยาง IR

กระบวนการวัลคาไนเซชัน (Vulcanization)

เพื่อแก้ปัญหาจุดอ่อนของยางธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นกระบวนการวัลคาไนเซชัน โดยการนำยางธรรมชาติไปทำปฏิกิริยากับกำมะถัน ภายใต้ความร้อนและความดันที่เหมาะสม อะตอมของกำมะถันจะเข้าไปทำปฏิกิริยาตรงพันธะคู่ของสายยาง แล้วสร้างสะพานเชื่อมข้ามสาย (Sulfur Cross-link) เชื่อมโยงโมเลกุลของยางที่เคยอยู่แยกกันให้กลายเป็นโครงสร้างแบบร่างแห ส่งผลให้ยางมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น มีความคงตัวสูง ไม่สึกกร่อนง่าย ทนความร้อน ทนสารเคมี เหมาะสำหรับนำไปทำยางรถยนต์

แนวข้อสอบเคมีเกี่ยวกับพอลิเมอร์

การสอบในปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่การถาม-ตอบความจำ แต่เน้นการวิเคราะห์ ลองมาดูตัวอย่างโจทย์ 2 ข้อนี้

โจทย์ข้อที่ 1: การวิเคราะห์ประเภทและโครงสร้างพอลิเมอร์

คำถาม: สาร A เป็นพอลิเมอร์ที่ใส นิ่ม และยืดหยุ่นได้ดี นิยมทำถุงพลาสติกสำหรับใส่ของเย็น ส่วนสาร B เป็นพอลิเมอร์ที่ทนความร้อนสูง แข็งมากแต่เปราะ นิยมใช้ทำชามเมลามีน อยากทราบว่า สาร A และสาร B มีโครงสร้างทางเคมีเป็นแบบใด และสารชนิดใดสามารถนำกลับมารีไซเคิลหลอมใหม่ได้?

แนวคิดและวิธีวิเคราะห์:

จากสมบัติของสาร A (ใส นิ่ม ยืดหยุ่นดี ทำถุงเย็น) แสดงว่าเป็นพลาสติกกลุ่ม LDPE ซึ่งมีโครงสร้างแบบกิ่ง และจัดเป็นเทอร์มอพลาสติก

จากสมบัติของสาร B (ทนความร้อน แข็งแต่เปราะ ทำเมลามีน) แสดงว่าเป็นพลาสติกกลุ่มเทอร์มอเซต ซึ่งมีโครงสร้างแบบร่างแห

พลาสติกที่จะรีไซเคิลหลอมใหม่ได้ต้องเป็นเทอร์มอพลาสติก (โครงสร้างแบบเส้นหรือกิ่ง) ดังนั้นสาร A จึงรีไซเคิลได้ ส่วนสาร B รีไซเคิลไม่ได้เพราะจะไหม้เป็นเถ้าเมื่อถูกความร้อนสูง

คำตอบ: สาร A มีโครงสร้างแบบกิ่ง ส่วนสาร B มีโครงสร้างแบบร่างแห และสาร A สามารถนำกลับมารีไซเคิลหลอมใหม่ได้

โจทย์ข้อที่ 2: การวิเคราะห์ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์

คำถาม: เมื่อนำสารตั้งต้นที่มีโครงสร้าง \mathrm{H}_2 \mathrm{N}-\left(\mathrm{CH}_2\right)_6-\mathrm{NH}_2 มาทำปฏิกิริยากับ \mathrm{HOOC}- \left(\mathrm{CH}_2\right)_4-\mathrm{COOH} จะเกิดปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ประเภทใด และผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีโมเลกุลสารชนิดใดหลุดออกมาด้วยหรือไม่

แนวคิดและวิธีวิเคราะห์:

สังเกตมอนอเมอร์ตัวแรกมีหมู่ฟังก์ชันคือ อะมิโน \left(-\mathrm{NH}_2\right) อยู่สองฝั่ง และตัวที่สองมีหมู่ฟังก์ชันคือ คาร์บอกซิล (-\mathrm{COOH}) อยู่สองฝั่ง

ปฏิกิริยาระหว่างหมู่ฟังก์ชันเอมีนและกรดคาร์บอกซิลิก เป็นการสร้างพันธะเอไมด์ ซึ่งจัดเป็นปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบควบแน่น (Condensation Polymerization)

ในการสร้างพันธะเชื่อมต่อกัน หมู่ -\mathrm{OH} จากกรดจะจับคู่กับ H จากเอมีน เกิดเป็นโมเลกุลของน้ำ \left(\mathrm{H}_2 \mathrm{O}\right) หลุดออกมาเป็นสารโมเลกุลเล็ก

คำตอบ: เกิดปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบควบแน่น และมีโมเลกุลของน้ำ \left(\mathrm{H}_2 \mathrm{O}\right) หลุดออกมาด้วย 

เรียนเคมี ม.ปลาย กับ OnDemand

บทเรียนเรื่องพอลิเมอร์เป็นบทที่มีรายละเอียดของสมบัติสารและโครงสร้างค่อนข้างเยอะ หากน้อง ๆ จับหลักการเชื่อมโยงไม่ได้ อาจทำให้เสียเวลาท่องจำและสับสนสลับสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในห้องสอบได้

OnDemand พร้อมช่วยให้น้อง ๆ เตรียมความพร้อมด้านการเรียน การสอบด้วยคอร์สเรียน วิชาเคมี ม.ปลาย โดย OnDemand ซึ่งสอนโดยทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ปูพื้นฐาน เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ เพิ่มคะแนนในห้องเรียน ไปจนถึงการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพอลิเมอร์ (FAQs)

Q: เพราะเหตุใดพลาสติกเทอร์มอเซตจึงไม่สามารถนำกลับมาหลอมขึ้นรูปใหม่เพื่อรีไซเคิลได้?

A: เนื่องจากพลาสติกเทอร์โมเซตมีโครงสร้างเป็นแบบร่างแห ที่ยึดสายพอลิเมอร์ทุกสายไว้ด้วยกันเป็นโครงข่ายแน่นหนา เมื่อได้รับความร้อน พันธะเคมีเหล่านี้จะไม่สามารถขยับแยกจากกันเพื่อหลอมเหลวได้เหมือนโครงสร้างแบบเส้นหรือกิ่ง แต่หากได้รับความร้อนสูงจนถึงจุดหนึ่ง พันธะจะถูกทำลายถาวรทำให้สารเกิดการไหม้และแตกหักแทน

A: ถุง HDPE (ถุงก๊อบแก๊บขุ่นหรือถุงร้อน) มีโครงสร้างเป็นแบบเส้น โมเลกุลชิดกันแน่น ขุ่น มีความหนาแน่นสูงและทนความร้อนได้ดีกว่า ส่วนถุง LDPE (ถุงสำหรับใส่ของเย็น) มีโครงสร้างเป็นแบบกิ่ง ยืดหยุ่นได้ดีกว่า ใส และมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า

บทความอื่นๆ

เหลือเวลาอีก
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
เหลือเวลาอีก
ขั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

บัตรติว 100 ที่นั่งสุดท้าย เท่านั้น

วัน
ชั่วโมง

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที
ชั่วโมง
นาที
วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

วันนี้เท่านั้น! รับ ID Book ฟรีทันที

ที่สาขาออนดีมานด์

พี่ออนดี้ส่งโมเมนต์สุดพิเศษให้น้อง

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ดีลดี ดีลเดียวก่อนหมดวันแห่งความรัก สมัครเลย

เหลือเวลา

ชั่วโมง
นาที

โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

โค้งสุดท้าย TPAT3 เหลือเวลา

วัน

พี่ออนดีมานด์มีตัวช่วยพิเศษ

00
วัน
00
ชั่วโมง

ข้อเสนอพิเศษมีเวลา

วัน
ชั่วโมง
นาที

เหลือเวลา

00
วัน
00
ชั่วโมง
เหลือเวลา
00
วัน
00
ชั่วโมง

เหลือเวลา

00
ชั่วโมง
00
นาที

วันสุดท้ายแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !

นับถอยหลังก่อนสอบเข้าเตรียมอุดม (9 มี.ค. 67)

Days
ส่วนลดสูงสุด 500 บาท
3 ชม สุดท้ายแล้วสมัครคอร์เลย
ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท
รับฟรี! ชุดแนวข้อสอบ TPAT3
วันสุดท้ายแล้ว
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
สิ้นสุดการรอคอย สิทธิพิเศษเฉพาะคุณ TCAS DEK68 เวอร์ชั่นใหม่ มาแล้ว !
โปรสุดท้าย NETSAT
เพื่อน้องมข. อีก 14 วันก่อนสอบ
โปรสุดท้าย เพื่อน้อง TU
อีก 1 เดือน ก่อนสอบ
ด่วน LIVEติว เลข โค้งสุดท้าย
ก่อนสอบเตรียมอุดมฯ