Key Takeaways:
เมื่อขึ้น ม.3 มา น้อง ๆ หลายคนอาจจะได้เจอกับเนื้อหาคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพหุนามกันใช่มั้ยครับ ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำบ่อย ๆ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ต่อไปก็คือ “การแยกตัวประกอบพหุนาม” นั่นเอง วันนี้พี่ OnDemand ได้นำสรุปเนื้อหาการแยกตัวประกอบของพหุนามแบบเจาะลึก ครบทั้ง 7 เทคนิค พร้อมโจทย์ตัวอย่างและวิธีทำมาให้น้อง ๆ ได้ฝึกฝนกันครับ จะมีอะไรบ้าง ไปลุยกันเลย!
Table of Contents
พหุนาม คืออะไร? ปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.3 ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีแยกตัวประกอบ เรามาทบทวนนิยามสั้น ๆ กันก่อนครับ
- พหุนาม (Polynomial): คือ เอกนามพจน์เดียว หรือเอกนามตั้งแต่ 2 พจน์ขึ้นไปที่เขียนอยู่ในรูปของการบวกหรือการลบกัน เช่น 1 + x + x², x³ – 3x + 1, หรือ 3x² + 9
- ดีกรีของพหุนาม (Degree): คือ ค่าของดีกรีที่สูงที่สุดของพจน์ในพหุนามนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น x³ – 3x + 1 มีดีกรีสูงสุดคือ 3 ดังนั้นพหุนามนี้จึงเป็นพหุนามดีกรี 3
แล้ว การแยกตัวประกอบพหุนาม คืออะไร?
มันคือการเขียนพหุนามให้อยู่ในรูปของ “ผลคูณ” ของพหุนามที่มีดีกรีต่ำกว่าตั้งแต่สองพหุนามขึ้นไป หรือเขียนพหุนามเดิมให้อยู่ในรูปที่ง่ายขึ้นนั่นเองครับ
7 เทคนิคการแยกตัวประกอบพหุนาม (พร้อมสูตรและวิธีทำอย่างละเอียด)
ในการเรียนระดับชั้น ม.3 เราจะแบ่งทักษะการแยกตัวประกอบพหุนามออกเป็น 7 วิธีหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. การจัดกลุ่มและดึงตัวร่วม (Factoring by Grouping & Common Factor)
หลักการ: หาตัวประกอบร่วมที่มีอยู่ในทุกพจน์แล้วดึงออกมาเขียนในรูปผลคูณ หรือใช้วิธีจับคู่พจน์ของพหุนามก่อน จากนั้นจึงดึงตัวร่วมขั้นแรก แล้วค่อยดึงตัวร่วมต่อในขั้นถัดไป
โจทย์ตัวอย่างที่ 1: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม 3x4y4 + 6x²y²
วิธีทำ:
จากโจทย์ สังเกตตัวร่วมคือ 3, x² และ y²
3x4y4 + 6x²y² = 3(x4y4 + 2x²y²)
= 3x²(x²y4 + 2y²)
= 3x²y²(x²y² + 2)
ดังนั้น 3x4y4 + 6x²y² = 3x²y²(x²y² + 2)
2. การแยกสองวงเล็บ (Factoring Quadratic Trinomials)
หลักการ: มักใช้เมื่อเราเจอพหุนามดีกรีสองที่อยู่ในรูป Ax² + Bx + C โดยเราต้องหาตัวเลขสองจำนวนที่คูณกันแล้วได้ C และบวกกันแล้วได้ B
โจทย์ตัวอย่างที่ 2: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม 3x² – 15x – 18
วิธีทำ:
ขั้นแรก ดึงตัวร่วม 3 ออกมาก่อนเพื่อให้คิดง่ายขึ้น:
3x² – 15x – 18 = 3(x² – 5x – 6)
จากนั้นแยกพหุนามในวงเล็บเป็นสองวงเล็บ หาตัวเลขที่คูณกันได้ -6 และบวกกันได้ -5 ซึ่งก็คือ +1 และ -6:
= 3[(x + 1)(x – 6)]
= 3(x + 1)(x – 6)
ดังนั้น 3x² – 15x – 18 = 3(x + 1)(x – 6)
3. กำลังสองสมบูรณ์ (Perfect Square Trinomials)
หลักการ: ใช้เมื่อพหุนามจัดให้อยู่ในโครงสร้างตามเอกลักษณ์คณิตศาสตร์สองข้อนี้:
- (หน้า)² + 2(หน้า)(หลัง) + (หลัง)² = (หน้า + หลัง)²
- (หน้า)² – 2(หน้า)(หลัง) + (หลัง)² = (หน้า – หลัง)²
โจทย์ตัวอย่างที่ 3: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม 36y² – 60y + 25
วิธีทำ:
จัดรูปให้อยู่ในสูตรกำลังสองสมบูรณ์:
36y² – 60y + 25 = (6y)² – 2(6y)(5) + 5²
= (6y − 5)²
ดังนั้น 36y² – 60y + 25 = (6y − 5)²
4. ผลต่างกำลังสอง (Difference of Two Squares)
หลักการ: ใช้เมื่อพหุนามอยู่ในรูปพจน์ยกกำลังสองสองพจน์ที่ลบกันอยู่
สูตร: (หน้า)² – (หลัง)² = (หน้า – หลัง)(หน้า + หลัง)
โจทย์ตัวอย่างที่ 4: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม (x + 1)² – (2x − 3)²
วิธีทำ:
มอง (x + 1) เป็นตัวหน้า และ (2x – 3) เป็นตัวหลัง แล้วเข้าสูตร:
(x + 1)² – (2x − 3)² = [(x + 1) – (2x − 3)][(x + 1) + (2x − 3)]
= [x + 1 – 2x + 3][x + 1 + 2x − 3]
= (−x + 4)(3x − 2)
ดังนั้น (x + 1)² – (2x − 3)² = (−x + 4)(3x − 2)
5. กำลังสองสมบูรณ์ร่วมกับผลต่างกำลังสอง (Completing the Square)
หลักการ: ใช้ในกรณีที่พหุนามไม่สามารถแยกสองวงเล็บแบบปกติได้ เราจะทำการเติมพจน์เพื่อจัดรูปให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์ก่อน แล้วจึงใช้ผลต่างกำลังสองในการแยกตัวประกอบพหุนามขั้นสุดท้าย
โจทย์ตัวอย่างที่ 5: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม x² + y²
วิธีทำ:
บวกเข้าและหักออกด้วย 2xy เพื่อจัดรูป:
x² + y² = x² + 2xy + y² – 2xy
= (x + y)² – 2xy
= (x + y)² – (√2xy)²
= [(x + y) – √2xy][(x + y) + √2xy]
ดังนั้น x² + y² = [(x + y) – √2xy][(x + y) + √2xy]
6. ผลบวกและผลต่างกำลังสาม (Sum and Difference of Cubes)
หลักการ: ใช้เมื่อพหุนามอยู่ในรูปพจน์ยกกำลังสามสองพจน์ที่บวกหรือลบกันอยู่
- ผลบวกกำลังสาม: น³ + ล³ = (น + ล)(น² – นล + ล²)
- ผลต่างกำลังสาม: น³ – ล³ = (น – ล)(น² + นล + ล²)
โจทย์ตัวอย่างที่ 6: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม 8x³ + 64y³
วิธีทำ:
จัดรูปให้อยู่ในรูปกำลังสาม: 8x³ = (2x)³ และ 64y³ = (4y)³
8x³ + 64y³ = (2x)³ + (4y)³
เข้าสูตรผลบวกกำลังสาม:
= (2x + 4y)[(2x)² – (2x)(4y) + (4y)²]
= (2x + 4y)(4x² – 8xy + 16y²)
ดึงตัวร่วมออกจากแต่ละวงเล็บเพื่อทำให้อยู่ในรูปอย่างง่าย:
= 2(x + 2y) • 4(x² – 2xy + 4y²)
= 8(x + 2y)(x² – 2xy + 4y²)
ดังนั้น 8x³ + 64y³ = 8(x + 2y)(x² – 2xy + 4y²)
7. กำลังสามสมบูรณ์ (Perfect Cube)
หลักการ: ใช้เมื่อพหุนามอยู่ในรูปที่ยาวและสามารถจัดตามเอกลักษณ์กำลังสามสมบูรณ์ได้ ดังนี้:
- น³ + 3น²ล + 3นล² + ล³ = (น + ล)³
- น³ – 3น²ล + 3นล² – ล³ = (น – ล)³
โจทย์ตัวอย่างที่ 7: จงแยกตัวประกอบของพหุนาม 8x³ + 6xy² + 12x²y + y³
วิธีทำ:
ขั้นแรก เรียงพจน์ใหม่ตามดีกรีของ x:
= 8x³ + 12x²y + 6xy² + y³
จัดรูปให้อยู่ในสูตรกำลังสามสมบูรณ์:
= (2x)³ + 3(2x)²y + 3(2x)y² + y³
= (2x + y)³
ดังนั้น 8x³ + 6xy² + 12x²y + y³ = (2x + y)³
3 จุดผิดบ่อยในห้องสอบเรื่องพหุนาม ม.3 ที่ต้องระวัง!
- สับสนเครื่องหมายสูตรกำลังสาม: จำไว้ว่าสูตรผลต่างกำลังสาม (น³ – ล³) วงเล็บแรกจะเป็นลบ แต่วงเล็บหลังพจน์กลางจะเป็นบวกเสมอ (น² + นล + ล²) ห้ามจำสลับกันเด็ดขาด!
- ลืมกระจายเครื่องหมายลบ: เมื่อแยกตัวประกอบพหุนามในรูปผลต่างกำลังสอง เช่น การนำวงเล็บมาลบกัน อย่าลืมกระจายเครื่องหมายลบเข้าไปในทุกพจน์ของวงเล็บหลัง
- ดึงตัวร่วมไม่สุด: ก่อนตอบโจทย์ทุกครั้ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีตัวเลขหรือตัวแปรใดที่ยังสามารถดึงร่วมกันได้อีก
ตารางสรุปสูตรการแยกตัวประกอบพหุนาม ม.3
| ชื่อสูตร / เทคนิค | โครงสร้างสูตรทางคณิตศาสตร์ |
|---|---|
| กำลังสองสมบูรณ์ | (น + ล)² = น² + 2นล + ล² (น – ล)² = น² – 2นล + ล² |
| ผลต่างกำลังสอง | น² – ล² = (น – ล)(น + ล) |
| ผลบวกกำลังสาม | น³ + ล³ = (น + ล)(น² – นล + ล²) |
| ผลต่างกำลังสาม | น³ – ล³ = (น – ล)(น² + นล + ล²) |
| กำลังสามสมบูรณ์ | (น + ล)³ = น³ + 3น²ล + 3นล² + ล³ (น – ล)³ = น³ – 3น²ล + 3นล² – ล³ |
การแยกตัวประกอบพหุนามไม่ใช่เรื่องยากหากน้อง ๆ จำสูตรหลักได้และฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดในวันเดียว ค่อย ๆ ทบทวนทีละเทคนิคไปพร้อมกับพี่ ๆ OnDemand นะครับ! แล้วถ้าอยากเก่งคณิต ม.3 แบบก้าวกระโดด? สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการฝึกทำโจทย์แนวข้อสอบจริงที่ยากและท้าทายยิ่งขึ้น พร้อมเทคนิคคิดลัดฉบับเข้าใจง่าย สามารถสมัครเรียนคอร์สคณิตศาสตร์ ม.3 หรือคอร์สติวเข้มเข้า ม.4 กับทาง OnDemand ได้เลยวันนี้!
สอบถามเพิ่มเติม
Add Line: Ondemand Education
โทรศัพท์: 02-251-9456 (08.00-20.00)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการแยกตัวประกอบพหุนาม (FAQs)
Q: การแยกตัวประกอบพหุนาม ม.3 มีทั้งหมดกี่วิธี และวิธีไหนใช้บ่อยที่สุด?
A: ในระดับ ม.3 จะเรียนหลักๆ ทั้งหมด 7 วิธีตามบทความนี้ครับ วิธีที่พบบ่อยที่สุดในข้อสอบทั่วไปคือ “การแยกสองวงเล็บ” และ “ผลต่างกำลังสอง” เนื่องจากเป็นพื้นฐานโดยตรงในการนำไปใช้แก้สมการกำลังสองต่อครับ
Q: สูตรกำลังสองสมบูรณ์ กับ ผลต่างกำลังสอง ต่างกันอย่างไร?
A: ข้อแตกต่างสำคัญคือรูปแบบโครงสร้างของโจทย์ครับ
- กำลังสองสมบูรณ์ จะอยู่ในรูปของการยกกำลังสองทั้งวงเล็บ เช่น (น + ล)² ซึ่งเมื่อกระจายออกมาจะได้ 3 พจน์
- ผลต่างกำลังสอง โจทย์จะแยกยกกำลังสองมาให้แล้วลบกัน เช่น น² – ล² ซึ่งจะแยกได้เป็นสองวงเล็บคูณกันคือ (น – ล)(น + ล)
Q: ถ้าพหุนามดีกรี 3 หรือดีกรีมากกว่านี้ จะแยกตัวประกอบอย่างไร?
A: หากเป็นดีกรี 3 เราสามารถเช็กก่อนว่าตรงกับสูตรผลบวก/ผลต่างกำลังสาม หรือกำลังสามสมบูรณ์ไหม ถ้าไม่ตรง วิธีการทั่วไปคือการใช้ “ทฤษฎีบทเศษเหลือ” ร่วมกับ “การหารสังเคราะห์” เพื่อลดดีกรีลงมาเป็นดีกรี 2 แล้วค่อยแยกสองวงเล็บต่อครับ

