สรุปเนื้อหา พืช (เนื้อเยื่อพืช การลำเลียงสารฯ) ม.1

💡 พืช (เนื้อเยื่อพืช การลำเลียงสารฯ) ชีววิทยา ม.ต้น ม.1 เทอม 1

🕑 00:00 โครงสร้างของดอก
🕑 14:32 ประเภทของดอก
🕑 26:04 ตัวอย่างโจทย์
🎁 สำหรับลูกค้าใหม่ เรียนกับออนดีมานด์ ได้มากกว่า
🔖 มากกว่าด้วย Welcome Pack รับส่วนลดทันที 300 บาท เพียงกรอกโค้ด : NEW300

🖋️ คอร์ส 2133 พืช (เนื้อเยื่อพืช การลำเลียงสารฯ)
✨ โปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ มีถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น
🩺 สรุปเรื่อง เนื้อเยื่อพืช การลำเลียงสารฯ
💉 สอนโดย พี่วิเวียน ออนดีมานด์
💉 นพ.วีรวัช เอนกจำนงค์พร
🏆 แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🏆 คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🏆 คะแนนสูงสุดอันดับ 1 วิชาชีววิทยา ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
⛑️ เทคนิค “Bio Map” ตัวช่วยให้น้องๆ เข้าใจ และจัดลำดับความคิดได้อย่างเป็นระบบ
⛑️ เข้าใจพื้นฐานแน่น เพื่อทำโจทย์ได้ทุกแนว ทุกสนามสอบ

#การลําเลียงของพืชสรุป #เนื้อเยื่อผิว #ขนรากดูดซึมแร่ธาตุเข้าสู่เซลล์ด้วยวิธีการใด #เนื้อเยื่อพืชสรุป #โฟลเอ็มทําหน้าที่ #หน้าที่ของxylemและphloem #เนื้อเยื่อที่พบมากที่สุดในพืชคือ #ไซเลมโฟลเอ็ม

โครงสร้างของดอก

ประกอบด้วยโครงสร้างหลัก 4 ส่วน โดยเรียงลำดับจากวงนอกสุดเข้าสู่ด้านในได้แก่ ชั้นกลีบเลี้ยง (calyx) ชั้นกลีบดอก (corolla) ชั้นเกสรเพศผู้ (stamen) และชั้นเกสรเพศเมีย (pistil) ซึ่งแต่ละส่วนนั้นมีโครงสร้างและการทำงานที่แตกต่างกัน
  1. ชั้นกลีบเลี้ยง ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง (sepal) ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นสีเขียว ภายในมีคลอโรพลาสต์ (chloroplast) สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ โดยกลีบเลี้ยงมีหน้าที่ในการห่อหุ้ม ปกป้องดอกขณะตูม
  2. ชั้นกลีบดอก ประกอบด้วยกลีบดอก (petal) มักมีสีสดใสเพราะมีรงควัตถุต่าง ๆ เช่น แคโรทีนอยด์ แอนโทไซยานิน ดอกของพืชบางชนิดจะมีต่อมน้ำหวานหรือต่อมกลิ่น ซึ่งใช้ดึงดูดให้แมลงเข้ามาผสมเกสร
  3. ชั้นเกสรเพศผู้ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ อับเรณู (anther) และก้านชูอับเรณู (filament)โดยภายในอับเรณูจะมีการสร้าง microspore และพัฒนาไปเป็นเรณู (pollen) ซึ่งเรณูจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (sperm) เมื่อไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย
  4. ชั้นเกสรเพศเมีย แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ยอดเกสรเพศเมีย (stigma) ก้านเกสรเพศเมีย (style) และรังไข่ (ovary) ที่มีออวุล (ovule) อยู่ภายใน รังไข่ทำหน้าที่ยึดส่วนของเกสรเพศเมียให้ติดกับฐานรองดอก (receptacle) ในออวุลมีการสร้าง megaspore จะพัฒนาไปเป็นถุงเอ็มบริโอ (embryo sac) ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (egg) และเป็นตำแหน่งที่เกิดการปฏิสนธิซ้อน (doubled-fertilization)
นอกจากนี้ดอกยังมีอีกหนึ่งส่วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ นั่นคือ ฐานรองดอก ที่ทำหน้าที่รองรับดอกให้ดอกนั้นยึดติดอยู่กับก้านดอก (peduncle)
เมื่อพิจารณาโครงสร้างของดอก จะสามารถจำแนกประเภทของดอกได้ตามโครงสร้างหลักทั้ง 4 ส่วนของดอก ได้แก่  ดอกครบส่วนหรือดอกสมบูรณ์ (complete flower) และดอกไม่ครบส่วนหรือดอกไม่สมบูรณ์ (incomplete flower) โดยดอกครบส่วน ประกอบด้วยโครงสร้างหลัก 4 ส่วน ครบถ้วน ขณะที่ดอกไม่ครบส่วนจะมีส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือมากกว่า 1 ส่วนที่หายไป
และสามารถแยกประเภทของดอกโดยใช้โครงสร้างชั้นเกสรเพศเป็นเกณฑ์ ได้แก่ ดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower) และดอกไม่สมบูรณ์เพศ (imperfect flower) โดยดอกสมบูรณ์เพศจะมีทั้งเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ส่วนดอกไม่สมบูรณ์เพศ ภายในหนึ่งดอกจะมีเพียงเกสรเพศใดเพศหนึ่ง มักแยกเป็นดอกเพศผู้ และดอกเพศเมีย ดอกไม่สมบูรณ์เพศจึงจัดเป็นดอกไม่ครบส่วนด้วย เช่นเดียวกับดอกครบส่วนที่จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ